อยากหลุดแบล็กลิสต์ ฟื้นเครดิตให้กลับมาดี ต้องทำอย่างไร?

August 24, 2017


อยากหลุดแบล็กลิสต์
ในปัจจุบัน คนไทยกลุ่มใหญ่มากเป็นหนี้เป็นสิน แล้วก็มีส่วนที่ไม่น้อยที่ไม่สามารถควบคุมภาวะหนี้ของตัวเองได้ ทำให้มีการขาดส่ง เบี้ยวหนี้ จ่ายบ้างไม่จ่ายบ้าง ซึ่งนั่นทำให้ประวัติของคุณเสียไป ทำให้เครดิตไม่มีความน่าเชื่อถือและส่งผลให้กู้สินเชื่อใหม่ ๆ ไม่ได้อีกต่อไป หรือที่คนทั่วไปเรียกกันติดปากว่า “ติดเครดิตบูโร” หรือ “ติดแบล็กลิสต์” และภาวะนี้เองที่ทำให้เกิดความเครียดและความหงุดหงิด ซึ่ง MoneyGuru.co.th เชื่อว่าคุณผู้อ่านที่ตกอยู่ในภาวะนี้ กำลังหาหนทางให้หลุดพ้นไป แล้วถ้า อยากหลุดแบล็กลิสต์ ฟื้นฟูให้ประวัติเครดิตกลับมาดีจะต้องทำอย่างไร มาดูกันเลย

อัพเดท : สำหรับคนมีหนี้บัตรเครดิต กับ โครงการ คลินิกแก้หนี้ระยะที่ 3  เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้สินให้กับประชาชน

เข้าใจเสียใหม่ “การติดแบล็กลิสต์” ไม่มีอยู่จริง

เริ่มแรกเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า การติดแบล็กลิสต์หรือการติดเครดิตบูโรนั้นไม่มีอยู่จริง เป็นสิ่งที่คนถูกหลอกให้เข้าใจผิดมานานจากเหล่าบริษัททวงหนี้ ที่มักใช้ขู่ลูกหนี้ที่มีปัญหาการชำระหนี้ให้กลัว ว่าถ้าหากติดแบล็กลิสต์หรือติดเครดิตบูโรแล้ว จะไม่สามารถทำธุรกรรมหรือกู้สินเชื่อใด ๆ ได้อีกตลอดชีวิต ซึ่งในปัจจุบันนี้มีพระราชบัญญัติทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ได้กำหนดเอาไว้ว่า “ห้ามทวงหนี้แบบหลอกลวงให้เข้าใจผิด” การทวงหนี้โดยแจ้งว่าเป็นการทวงหนี้จากเครดิตบูโร และขู่ลูกหนี้ว่าจะต้องติดแบล็กลิสต์หรือติดเครดิตบูโร ถือว่ามีความผิดมีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เครดิตบูโร คืออะไร?

บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (National Credit Bureau) หรือที่รู้จักกันดีในนาม “เครดิตบูโร” คือองค์กรที่มีหน้าที่เพียงเก็บรวบรวมประวัติการชำระหนี้ของลูกหนี้ทุกคนเท่านั้น โดยเก็บบันทึกประวัติตั้งแต่งวดล่าสุดย้อนหลังไปเป็นจำนวน 36 งวด หรือระยะเวลาประมาณ 3 ปี โดยได้รับข้อมูลเหล่านี้จากธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ ที่เป็นเจ้าหนี้ในประเทศไทย ไม่ได้มีหน้าที่ในการขึ้นบัญชีดำให้กับลูกหนี้รายใดดังเช่นที่คนไทยมากมายเข้าใจผิดมานานแต่อย่างใดเลย
จะเห็นได้ว่าการที่คุณขอกู้สินเชื่อใหม่ ๆ ของคุณแล้วไม่ได้รับการอนุมัตินั้น ไม่ได้เกิดจากการติดแบล็กลิสต์หรือติดเครดิตบูโร แต่เป็นเพราะผู้ให้สินเชื่อนั้นเข้าไปตรวจสอบประวัติการชำระหนี้ของคุณ จากเครดิตบูโรในขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ และเล็งเห็นว่าคุณเป็นลูกหนี้ที่มีการผิดนัดชำระหรือมีการชำระล่าช้าอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นลูกหนี้ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือหรือจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ คุณมีโอกาสเบี้ยวหนี้สูง ทำให้ไม่อนุมัติสินเชื่อให้กับคุณนั่นเอง

เครดิตบูโรเก็บข้อมูลอะไรบ้าง?

ดังที่กล่าวไปข้างต้น เครดิตบูโร มีเพียงหน้าที่ในการเก็บบันทึกรายงานเครดิต หรือเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ คือประวัติการชำระหนี้ลูกหนี้นั่นเอง ไม่ว่าจะชำระล่าช้า ขาดชำระ หรือชำระตรงเวลา ก็จะถูกบันทึกเอาไว้ทั้งหมด โดยข้อมูลเหล่านี้ ได้มาจากสมาชิกของเครดิตบูโร ก็คือธนาคารพาณิชย์ ธนาคารของรัฐ(เฉพาะกิจ) บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทเครดิตฟองซอเอร์ บริษัทประกันวินาศภัย ประกันชีวิต ผู้ให้บริการบัตรเครดิต ฯลฯ สิ่งที่เครดิตบูโรเก็บเอาไว้นั้นแบ่งออกเป็น 2 สิ่งคือ
1) ข้อมูลส่วนตัวเกี่ยวกับลูกค้า ประกอบไปด้วย ชื่อ-สกุล เลขที่บัตรประชาชน ที่อยู่ วันเดือนปีเกิด อาชีพ สถานภาพการสมรส ของลูกค้าเท่านั้น โดยจะไม่สามารถเก็บข้อมูลอื่นๆ เช่น ลักษณะทางร่างกาย หรือประวัติคดีอาญาเกี่ยวกับคน ๆ นั้นได้
2) เก็บประวัติการชำระสินค้า บริการโดยบัตรเครดิต (สินเชื่อ) ตามกฎหมาย เครดิตบูโรจะไม่ได้จำกัดแค่การกู้ยืมสินเชื่อบ้าน สินเชื่อเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล แต่รวมถึงประวัติการจ่ายเงินเช่าซื้อรถยนต์ ลีสซิ่ง การค้ำประกัน การใช้ยืมหลักทรัพย์ การซื้อขายหลักทรัพย์ โดยจะแสดงข้อมูลฝั่งของหนี้สินเท่านั้น แต่จะไม่แสดงข้อมูลที่เป็นทรัพย์สินของเรา

ฟื้นฟูเครดิตให้กลับมาดีได้อย่างไร?

ในเมื่อรู้กันแล้วว่าการติดแบล็กลิสต์หรือติดเครดิตบูโรนั้นไม่มีอยู่จริง แล้วถ้าหากอยากจะสามารถกู้สินเชื่ออะไรได้อีก จะต้องทำอย่างไรบ้าง สิ่งที่คุณต้องทำก็คือพยายามฟื้นฟูประวัติเครดิตของคุณ ด้วยการพยายามชดใช้หนี้ที่มีอยู่ให้หมด โดยต้องไม่ล่าช้าและไม่ผิดนัดชำระอย่างเด็ดชาด ดังที่บอกไปตั้งแต่ข้างต้นว่าเครดิตบูโรนั้น จะเก็บประวัติของคุณย้อนหลังจากงวดล่าสุดไปเป็นจำนวน 36 งวด (3 ปี) การที่คุณพยายามชำระหนี้ของคุณตรงเวลาทุกงวด ประวัติการชำระดีใหม่ ๆ ก็จะค่อย ๆ เข้าไปแทนที่ประวัติเสียเก่า ๆ ที่มีอยู่ เมื่อคุณชำระหนี้แบบตรงเวลาไปเรื่อย ๆ จนครบ 3 ปี ประวัติเครดิตของคุณก็จะกลับมามีสภาพที่ดีและน่าเชื่อถืออีกครั้ง

หากไม่มีเงินจ่ายหนี้ล่ะ จะต้องทำอย่างไร?

หากมีภาระหนี้ที่หนัก ปล่อยเอาไว้ต่อไปรับรองว่าคุณจะต้องเป็นหนี้เป็นสินยื่งกว่าเดิมแน่ ๆ เพราะเงินเดือนหมดไปกับการใช้หนี้ แล้วจะเอาที่ไหนกินที่ไหนใช้ ต้องไปหาหยิบยืมเพื่อนฝูง ทั้งที่เงินไม่มีจ่ายคืนให้ผิดใจกันไปอีก สิ่งที่คุณต้องทำคือติดต่อธนาคารเพื่อขอปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อให้ภาระหนี้ต่อเดือนของคุณน้อยลงไป และมีเงินเหลือเพียงพอต่อการดำรงชีวิตของคุณในเดือนนั้น ๆ นั่นเอง หากคุณผู้อ่านสนใจวิธีปลดหนี้อย่างละเอียด สามารถเข้าไปอ่านได้ที่บทความ เป็นหนี้หัวโต ทำอย่างไรให้หลุดพ้น ไม่ติดแบล็กลิสต์
เมื่อคุณเข้าใจใหม่แล้วว่าไม่มีการติดแบล็กลิสต์ ก็คงช่วยให้คุณรู้สึกโล่งใจได้มากขึ้นว่าคุณยังสามารถกู้สินเชื่ออื่น ๆ ได้ในอนาคต หากคุณพยายามฟื้นฟูประวัติเครดิตของคุณให้กลับมาน่าเชื่อถืออีกครั้ง แต่อย่างไรก็ดี คุณต้องยอมรับให้ได้ว่าประวัติการชำระหนี้แย่ ๆ ของคุณก็ยังคงอยู่ในประวัติการชำระหนี้ในเครดิตบูโร ย้อนหลังไปเป็นเวลา 3 ปีอยู่ดี จนกว่าประวัติการชำระที่ดีใหม่ ๆ จะเข้าไปแทนที่ และต้องยอมรับว่าการถูกปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินนั้นเกิดขึ้นจากตัวของคุณเอง ไม่ใช่จากเครดิตบูโร … ทั้งหมดนี้ หากคุณวางแผนการเงินที่ดี เลือกบริการทางด้านการเงินอย่าง บัตรเครดิต ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคุณจริงๆ ก็ช่วยได้เยอะนะครับ ให้ MoneyGuru.co.th ช่วยคุณ คลิกที่ บัตรเครดิต เพื่อรับรูปแบบบัตรเครดิตที่ตรงใจคุณ และ สินเชื่อส่วนบุคคล สำหรับข้อเสนอเงินด่วน ช่วยฝ่าฟันทุกอุปสรรค

เปรียบเทียบประกันรถยนต์

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน