กรณีศึกษาจากไต้หวันให้ สินเชื่อฯ ช่วยธุรกิจสู้โควิด -19 นายจ้างรอด ลูกจ้างก็รอด!

กรณีศึกษาจากไต้หวัน สู่ สินเชื่อการเงินช่วยธุรกิจสู้โควิด -19: นายจ้างรอด ลูกจ้างก็รอด!


ไต้หวันเป็นหนึ่งในประเทศที่ควบคุมการระบาดของโรค COVID-19 ทั้งในด้านจำนวนผู้ติดเชื้อและจำนวนผู้เสียชีวิตที่มีประสิทธิภาพมากอีกประเทศหนึ่งของโลก และดูเหมือนว่าไต้หวัน จะไม่ได้มีดีแค่ในแง่ของการบริหารงานด้านสาธารณสุข แต่ยังเด่นในแง่ของการจัดการทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ดังจะเห็นได้จากข่าวคราวการให้เงินอุดหนุนแก่ประชากรในช่วงเวลาวิกฤต และ สินเชื่อการเงินช่วยธุรกิจสู้โควิด ที่ทยอยออกมาให้เห็นตลอดเวลา โดยทุกนโยบายที่ทำ ถือประชากรของประเทศเป็นหัวใจความสำคัญสูงสุด…

สินเชื่อส่วนบุคคลซิตี้

มาตรการทางสาธารณสุข สู่มาตรการด้านเศรษฐกิจและสังคม

ข้อมูล ณ วันที่ 19 กรกฎาคม 2564 จากการเฝ้าระวังและดำเนินงานอย่างเข้มงวด ทำให้ไต้หวันมีจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของประชากรเพียง 15,429 ราย หายแล้ว 13,570 ราย เสียชีวิต 769 ราย

สินเชื่อการเงินช่วยธุรกิจสู้โควิด

โดยก่อนหน้าเหตุการณ์ที่สถานการณ์โควิด-19 จะกลับมาระบาดใหม่ในรอบนี้ กระทรวงสาธารณสุขไต้หวันและสื่อจำนวนหนึ่งได้วิเคราะห์ว่า ไต้หวันมีหลายปัจจัยที่ช่วยให้ประสบความสำเร็จในการควบคุมการระบาดของโรค COVID-19 และหนึ่งในปัจจัยนั้นคือการใช้บทเรียนจากโรคซาร์ส ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2546

ในครั้งนั้นไต้หวันมียอดผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตคิดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก หลังจากเหตุการณ์นั้น ไต้หวันจึงยกระดับโครงสร้างพื้นฐานทางสาธารณสุขในการรับมือโรคระบาด โดยจัดตั้งศูนย์บัญชาการรับมือโรคระบาดกลางเพื่อเตรียมรับมือกับโรคระบาดครั้งใหม่ ฉะนั้น เมื่อไต้หวันเริ่มมองเห็นสัญญาณผิดปกติจากความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้น ในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย ของจีน อีกทั้งยังเห็นข้อมูลในโลกออนไลน์ของจีน ตลอดจนการส่งข้อความเตือนการอุบัติใหม่ของโรคระบบทางเดินหายใจที่มีความคล้ายคลึงกับโรคซาร์ส จากคุณหมอ หลี่ เหวินเลี่ยง รัฐบาลไต้หวันภายใต้การนำของ ประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน จึงเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดและคำนึงถึงความเป็นไปได้ว่าโรคปอดบวมประหลาดนี้อาจจะเป็นโรคระบาดรุนแรงที่แพร่กระจายระหว่างคนสู่คนได้

เปรียบเทียบจำนวนผู้ติดเชื้อในไทยกับไต้หวัน
จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดสะสมในไทย เปรียบเทียบกับไต้หวัน (18 ก.ค.64)

ไต้หวันจึงออกกฎให้โรงพยาบาลทุกแห่งเตรียมเวชภัณฑ์จำเป็นสำหรับโรคติดต่อที่มีความรุนแรงไว้ล่วงหน้า 30 วัน เพื่อเป็นหลักประกันว่า โรงพยาบาลจะสามารถให้บริการตรวจผู้ป่วยทางเดินหายใจพร้อมกันเป็นจำนวนมากได้ นอกจากนี้ ยังสั่งระงับการส่งออกเครื่องมือและเวชภัณฑ์ที่จำเป็น เพื่อให้แน่ใจว่ามีเพียงพอต่อความต้องการในประเทศ โดยคำสั่งเหล่านี้ ทำให้โรงพยาบาลทั่วประเทศ ไม่มีปัญหาขาดแคลนหน้ากาก หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้ประชาชนต้องช่วยกันบริจาค

และนับตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2562 ไต้หวัน ก็เริ่มมีคำสั่งให้ตรวจวัดอุณหภูมิและตรวจทุกคนที่เดินทางมาจากอู่ฮั่นอย่างเข้มข้น โดยหลังจากนั้นเพียงหนึ่งสัปดาห์ หน่วยงานควบคุมโรคได้ยกระดับการติดตามผู้ที่เดินทางมาจากอู่ฮั่นในรอบสองสัปดาห์ย้อนหลังอย่างใกล้ชิด ว่าใครมีอาการคล้ายกับอาการของโรคซาร์ส และโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง (โรคเมอร์ส) บ้างหรือไม่ โดยตั้งแต่เริ่มใช้มาตรการนี้ มีคนมากกว่า 3 แสนคน ถูกขอให้กักตัวเอง ภายใต้เงื่อนไขว่า ทุกคนจะยังได้รับเงินเดือนได้ตามปกติ หรือถ้านายจ้างไม่ยินยอมจ่ายให้ รัฐบาลจะเป็นคนจ่ายเงินชดเชยให้เอง

รัฐหนุน สินเชื่อการเงินช่วยธุรกิจสู้โควิด -19 เพื่อช่วยประชาชน

นอกเหนือจากนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการเว้นระยะห่าง การกักตัว และการรักษา เพื่อควบคุมการระบาดแล้ว ไต้หวันยังมีการกำหนดมาตรการช่วยเหลือให้แก่ประชาชนและภาคธุรกิจกลุ่มต่างๆ โดยมีมาตรการสำคัญ เช่น

การลดภาษี โดยมีมาตรการช่วยเหลือด้านภาษีที่หลากหลาย เช่น ขยายระยะเวลาการเสียภาษีให้แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบ สำหรับผู้มีรถยนต์ จะได้รับการยกเว้นภาษีใบอนุญาตรถในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ ผู้เสียภาษีที่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเพื่อเป็นเงินช่วยเหลือจากสถานการณ์โควิด-19 รายได้ส่วนนี้ จะไม่รวมเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษี ส่วนค่าเช่าทรัพย์สินที่รัฐเป็นเจ้าของ จะมีจำนวนที่ต้องจ่ายน้อยลง และรอการตัดบัญชีได้

การอุดหนุนการจ้างงาน การจัดการอบรมทักษะแรงงานที่ได้รับผลกระทบ การจ่ายเงินเดือนของกลุ่มที่มีชั่วโมงการทำงานลดลง การมอบค่าชดเชยตกงาน ฯลฯ เป็นต้น

นอกจากนี้ ไต้หวัน ยังดำเนินงานด้านนโยบายทางการเงินและการอุดหนุนภาคธุรกิจต่างๆ เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคม โดยให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน และ สินเชื่อการเงินช่วยธุรกิจ สู้โควิด-19 โดยเมื่อไม่นานมานี้ ได้อนุมัติงบประมาณพิเศษ 4.2 แสนล้านดอลลาร์ไต้หวัน เพื่อรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจ รวมถึงให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน ภาคธุรกิจ และอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดใหญ่ของ COVID-19 เพิ่มเติม เพราะเชื่อว่า อย่างไรเสียภาครัฐจะต้องช่วยอุ้มนายจ้างให้เดินหน้าธุรกิจต่อได้ เพราะถ้านายจ้างรอด ลูกจ้างก็รอด…

ความช่วยเหลือทางการเงินและการให้สินเชื่อฯ แก่ภาคธุรกิจของรัฐบาลไต้หวันนั้นมีมากมาย อาทิ

ให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน โดยแจกเงินสดอย่างน้อย 3,000 เหรียญไต้หวัน พร้อมสั่งธนาคารปรับลดดอกเบี้ยสินเชื่อฯ และเลื่อนการชำระเงินสำหรับธุรกิจ และประชาชนที่ประสบปัญหา รวมถึงระงับค่าปรับจากการผิดนัดชำระหนี้ประกันสังคม

ให้สินเชื่อพิเศษ แก่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กให้สามารถเปิดกิจการต่อได้

ให้ความช่วยเหลือด้านการจ้างงาน หากประชาชนต้องตกงานโดยไม่สมัครใจ จะมีสิทธิ์ได้รับผลประโยชน์จากการว่างงาน การฝึกอบรมและการจ้างงานรายชั่วโมงโดยรัฐ นอกจากนี้ แรงงานที่ประกอบอาชีพอิสระหรือไม่มีนายจ้างประจำ ยังจะได้ สินเชื่อบรรเทาทุกข์แรงงาน

ยกเว้นภาษีและค่าเช่า สำหรับธุรกิจที่ถูกสั่งห้ามกินในร้าน หรือสั่งปิดกิจการชั่วคราว หรือตัดสินใจจ้างงานพนักงานต่อ

หันกลับมามองที่ประเทศไทย แม้ทุกวันนี้ภาครัฐฯ จะให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อช่วยประชาชน และให้ สินเชื่อการเงินช่วยธุรกิจสู้โควิด แก่ภาคธุรกิจในอุตสาหกรรมต่างๆ มาบ้างแล้ว ก็ได้แต่หวังว่าการจัดการและแก้ไขปัญหาในด้านอื่นๆ จะดีขึ้นในเร็ววัน…

ด้วยความปรารถนาดีจาก MoneyGuru

ไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @MoneyGuruThailand

ข้อมูลอ้างอิง
หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุกิจ: ไต้หวัน‘อนุมัติงบฯ เพิ่ม’รับมือผลกระทบโควิด
สำนักข่าวสภาบริหาร ประเทศไต้หวัด: COVID-19 relief measures for individuals
โครงการวิจัยและสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG Move): ถอดบทเรียน ‘ไต้หวัน’ เมืองที่ไม่เคยล็อกดาวน์
โครงการประเมินผลกระทบของโควิด-19 ต่อเศรษฐกิจและสังคม: กรณีศึกษาจากไต้หวัน