ลงทุน แบบไหนให้รวย แถม ลดหย่อนภาษี ได้ด้วย!

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "เคล็ดลับการเงิน"

November 12, 2015


TH_BLOG_InvestingTips

การเสียภาษีเป็นหน้าที่ของคนไทยทุกคนนะคะ หลายคนอาจจะรู้แล้วด้วยว่า ตนเองนั้นต้องเสียภาษีไปเท่าไหร่ และเป็นภาษีประเภทใดบ้าง ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว เราไม่ได้เสียแค่ภาษีเงินได้เท่านั้น ต้องเสียภาษีให้เกือบทุกอย่างเลย เช่น หากมีรถยนต์ ก็ต้องเสียภาษีรถยนต์ ไปทานข้าวตามร้านอาหาร ก็ต้องเสียภาษีอีก 7% มีเงินฝากธนาคาร ก็ต้องมาเสียภาษีดอกเบี้ยเงินฝากอีก ฯลฯ
อย่างไรก็ตาม เราสามารถ ลดหย่อนภาษี พวกนี้ได้ เพียงแค่เรารู้วิธี และ MoneyGuru.co.th ก็มีกลยุทธ์ในการลงทุน ที่จะช่วยให้คุณสามารถ ลดหย่อนภาษี ต่าง ๆ เหล่านี้ได้ เรามาดูกันเลยค่ะ!

[หากใครยังไม่เคยลงทุน ลองอ่านบทความ กองทุนรวม สำหรับมือใหม่หัดลงทุน ค่ะ]

1. ออมเงินเพื่อการเกษียณ

การออมเงินเพื่อการเกษียณอายุ นับว่าเป็นการลงทุนรูปแบบหนึ่ง ที่สามารถให้ผลประโยชน์เป็นการลดหย่อนภาษีได้ด้วย ซึ่งการออมเงินเพื่อการเกษียณในประเทศไทย ที่คนส่วนใหญ่นิยม ได้แก่ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Funds – RMF) กับกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long-Term Equity Funds – LTF) ซึ่งทั้ง 2 กองทุนนี้ ให้สิทธิประโยชน์เป็นการลดหย่อนภาษีเงินได้รายปีนั่นเองค่ะ โดยมีเงื่อนไขการลดหย่อนภาษีไว้ ดังนี้
  • จำนวนเงินที่ซื้อได้เพื่อนำมาลดหย่อนภาษี
LTF ซื้อได้สูงสุด 15% ของรายได้ และไม่เกิน 500,000 บาท
RMF ซื้อได้สูงสุด 15% ของรายได้และไม่เกิน 500,000 บาท (เมื่อรวมกับจำนวนเงินที่สมทบเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หรือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และประกันแบบบำนาญ)
  • เงื่อนไขในการซื้อกองทุนรวมหุ้น
LTF ซื้อแล้วจะต้องถือไว้อย่างน้อย 5 ปีปฎิทิน จึงจะสามารถขายได้โดยไม่ผิดเงื่อนไข
RMF ต้องซื้อติดต่อกันทุกปี โดยซื้อรวมกันทั้งปีแล้วต้องไม่ต่ำกว่า 3% ของรายได้หรือ 5,000 บาท นอกจากนั้น ยังต้องถือไว้เกินกว่า 5 ปี และผู้ถือจะต้องมีอายุเกิน 55 ปี ถึงจะสามารถนำออกมาขายได้โดยไม่ผิดเงื่อนไข
ทั้งนี้ การซื้อ LTF นั้นมีความเสี่ยงสูง เพราะถ้าหากคุณซื้อ LTF ในจังหวะที่หุ้นขึ้นมาก ๆ พอถือไว้ 5 ปีตามเงื่อนไขของการลดหย่อนภาษี ระหว่างนั้น หุ้นเกิดตกอย่างหนักและตลาดอยู่ในสภาวะซบเซา มูลค่าหน่วยลงทุนของคุณก็จะลดลงตามไปด้วยค่ะ

2. ทำประกันชีวิต

การทำประกันชีวิตทั้งแบบออมทรัพย์และแบบบำนาญ เราสามารถนำเบี้ยที่จ่ายในแต่ละปีไปหักลดหย่อนภาษีได้นะคะ (สามารถหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท) นอกจากนี้ การทำประกันชีวิตยังเป็นการลงทุนที่มีเงินจ่ายคืนทุก 2 ปี 3 ปี หรือ 5 ปี อีกด้วยค่ะ
อย่างไรก็ตาม การซื้อประกันชีวิตที่สามารถลดหย่อนภาษีได้ จะต้องเป็นกรมธรรม์ที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 10 ปี เท่านั้น หรือควรเป็นกรมธรรม์ที่ไม่พ่วงประกันสุขภาพหรือประกันอุบัติเหตุด้วย เพราะค่าเบี้ยของประกันสุขภาพและประกันอุบัติเหตุไม่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ค่ะ
สำหรับชื่อเรียกประเภทกรมธรรม์ มักเป็นตัวเลขสองชุด เช่น 15/7 ตัวเลขน้อยกว่าหมายถึงจำนวนปีที่ต้องจ่ายเบี้ย ตัวเลขมากกว่าหมายถึงจำนวนปีของอายุกรมธรรม์ 15/7 จึงหมายถึงจ่ายเบี้ยติดต่อกัน 7 ปี กรมธรรม์มีอายุคุ้มครอง 15 ปี ซึ่งการเลือกกรมธรรม์ที่ดีนั้น ควรเลือกกรมธรรม์ที่ตัวเลขสองชุดใกล้เคียงกัน เช่น 15/15 คือ จ่ายเบี้ยประกันเท่าระยะเวลาประกัน เพราะถ้าเลือกแบบตัวเลขห่างกัน เช่น 20/5 คือ จ่ายเบี้ยแค่ 5 ปี แต่ประกันนานถึง 20 ปี แบบนี้ค่าเบี้ยที่จ่ายไป จะเป็นค่าความคุ้มครองเยอะ ทำให้ผลตอบแทนที่เป็นเงินจ่ายคืนกลับมาน้อยลงค่ะ และไม่ควรเลือกตัวเลขที่เยอะมาก เช่น 99/20 เพราะเป็นประกันตลอดชีพ มักไม่ได้เงินคืนกลับมาใช้เองค่ะ
การลงทุนนั้นมีหลากหลายนะคะ แต่การลงทุนที่ให้ผลประโยชน์เป็นการลดหย่อยภาษีนี้มีน้อยมาก ดังนั้น หากคุณต้องการลดหย่อนภาษีพร้อมกับลงทุนไปด้วย ก็อย่าลืมดูการลงทุนที่เข้ากับตัวเองนะคะ ทั้งนี้ หากใครอยากติดตามสาระความทางการเงินแบบนี้อีก ก็สามารถเข้าไปดูได้ที่ บล็อก ของ MoneyGuru.co.th ค่ะ
TH_CTA_generic_01
ข้อมูลอ้างอิงจาก: Forbes, Lalinproperty, Macroart

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน