วิธีจัดการดอกเบี้ยบ้านปี 2564 รับมือวิกฤติโควิดที่ต้องผ่อนค่างวดสูงขึ้น

โดย MoneyGuru.co.th, ในหมวดหมู่ "เคล็ดลับการเงิน"

October 4, 2020


วันนี้เราไปตรวจตัวเพื่อที่จะได้เป็นแนวทางและ วิธีจัดการดอกเบี้ยบ้านปี 2564 รับมือวิกฤติโควิดที่ต้องผ่อนค่างวดสูงขึ้น เมื่อดอกเบี้ยขยับปรับขึ้นท่านผู้อ่านจะได้ทราบวิธีรับมือตั้งแต่เนินๆ

 

 

วิธีจัดการดอกเบี้ยบ้านปี 2564 รับมือวิกฤติโควิดที่ต้องผ่อนค่างวดสูงขึ้น

วิธีจัดการดอกเบี้ยบ้านปี-2564-รับมือวิกฤติโควิดที่ต้องผ่อนค่างวดสูงขึ้น

สำหรับในปี 2021 ที่กำลังจะมาถึงนั้น ดูแนวโน้มแล้ว ดอกเบี้ยบ้าน ทำถ้าว่ายังไงก็น่าจะสูงขึ้นกว่าปี 2020 นี้อย่างแน่นอนนอกจากนี้เหตุการไวรัสโควิด 19 ยังไม่คลี่คลายและเมื่อดอกเบี้ยขยับปรับขึ้นนั้นส่งผลกระทบต่อทุกๆท่านผู้อ่าน ทำให้มีโอกาสที่จะรับภาระผ่อนค่างวดสูงขึ้นสวนทางกับรายได้ที่อาจจะได้เท่าเดิมหรืออาจจะไม่เพิ่มขึ้นจากวิกฤติโควิด 19 ดังนั้นยิ่งรายจ่ายปกติที่มากกว่ารายจ่ายที่ต้องเสีย ดังนั้นวันนี้เราพอจะมีแนวทางรับมือ ดอกเบี้ยที่จะมาในปี 2021 ที่กำลังจะมาถึงนี้

 

เทคนิคง่ายๆในจัดการดอกเบี้ยบ้าน รับปี 2563

 

ทำการเปรียบเทียบดอกเบี้ยบ้านเฉลี่ย 3 ปีแรกให้เป็น

สำหรับการเปรียนเทียบอัตราดอกเบี้ย สำหรับท่านผู้อ่านที่มีแผนจะรีไฟแนนซ์ในอนาคต ทางเราแนะนำให้ท่านลองเปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ยในช่วง 3 ปีแรก เพราะโดยปกติธนาคารเดิมมักจะกำหนดระยะเวลาที่สามารถรีไฟแนนซ์ได้โดยไม่เสียค่าปรับเมื่อระยะเวลาผ่านไปแล้ว 3 ปี โดยจะการคำนวณอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยอัตราดอกเบี้ยโปรโมชั่น 3 ปีแรก เป็นดังนี้

  • ปีที่ 1 เดือนที่ 1-8 อยู่ที่ 0.70% ต่อปี และเดือนที่ 9-12 อยู่ที่ 4.20% ต่อปี
    ปีที่ 2-3 อยู่ที่ 4.25% ต่อปี
    โดยจากนั้นจนตลอดอายุสัญญากู้ซื้อบ้านจะอยู่ที่ MRR-1.5% ต่อปี
    ดังนั้น ดอกเบี้ยปีที่ 1 จะเท่ากับ [(0.70 ÷ 12) X 8] + [(4.20 ÷ 12) X 4] = 1.87% ต่อปี
    ดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี จะเท่ากับ (1.87 + 4.20 + 4.25) ÷ 3 = 3.44% ต่อปี

 

รู้วิธีคิดค่าดอกเบี้ยบ้านให้เป็นslo

่ท่านผู้อ่านควรรู้วิธีการคิดคำนวนค่าดอกเบี้ยในแต่ละเดือน ให้เป็น โดยใช้วิธีการคำนวณแบบลดต้นลดดอก เช่นถ้า ต้องการเงินกู้ซื้อบ้านไม่ว่าจะเป็น 1-3 ล้าน โดยเราจะขอยกตัวอย่างเป็นหากซื้อบ้านราคา 3 ล้านบาท ธนาคารให้ผ่อนเดือนละ 15,400 บาท (ระยะเวลาผ่อน 30 ปี) ได้อัตราดอกเบี้ยโปรโมชั่น 0.50% นาน 12 เดือน (สมมติให้ 1 เดือนเท่ากับ 31 วัน)

  • ดอกเบี้ยบ้านเดือนที่ 1 จะอยู่ที่ [3,000,000 X 0.50%] X [31÷365] = 1,273.97 บาท
    เมื่อเราชำระค่าผ่อนบ้าน 15,400 บาท ก็จะนำไปชำระดอกเบี้ยก่อน 1,273.97 บาท
    เงินส่วนที่เหลือหลังหักดอกเบี้ยแล้ว 1,273.97 บาท (15,400 – 1,273.97 บาท) จึงค่อยนำไปชำระเงินต้น

เท่ากับว่าเงินต้นคงเหลือจะอยู่ที่ 2,985,873.97 บาท (3,000,000 – 14,126.03) โดยเงินต้นส่วนนี้ก็จะถูกนำไปคำนวณดอกเบี้ยในเดือนถัดไปนั่นเอง จากตัวอย่างจะเห็นได้ว่าหากจ่ายค่าผ่อนบ้านในจำนวนเงินที่เท่ากันทุกเดือน การได้รับอัตราดอกเบี้ยยิ่งต่ำเท่าไร ยิ่งทำให้เงินต้นลดลงได้มากขึ้น ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดเงินในการจ่ายดอกเบี้ยแล้ว ยังช่วยให้ภาระหนี้บ้านหมดได้เร็วขึ้นอีกด้วยนั้นเอง

 

คนผ่อยยาวต้องเปรียบเทียบดอกเบี้ยบ้านตลอดอายุสัญญา

วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการผ่อนยาวๆ โดยยังไม่มีแผนที่จะรีไฟแนนซ์ไปธนาคารอื่น จะมีการคำนวณดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญานั้นค่อนข้างยุ่งยาก แต่โดยส่วนใหญ่จะเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงตลอดอายุสัญญา20 ปี จะอยู่ที่ 4.70% ต่อปี

 

หนี้ดอกเบี้ยโดยการรีไฟแนนซ์ 

จากช่วงก่อนปรับอัตราดอกเบี้ย ธนาคารพาณิชย์ ส่วนใหญ่จะมีการแข่งขันสูงนิยม ปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยต่ำมาก 0-1.99% หรือ ดอกเบี้ยคงที่ 3-5 ปี อยู่ที่ 3.5-5.5% แบบอัตราดอกเบี้ยแบบขั้นบันได เมื่อหมดโปรโมชั่น ก็จะถูกปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นเป็นดอกเบี้ยลอยตัว นั้นจะทำให้ผู้กู้ต้องเสียดอกเบี้ยเงินกู้ MRR 7.12-8.50% แนวทางแก้ปัญหานั้นเมื่อหมดโปรโมชั่นก็ควรไปธนาคารเพื่อรีไฟแนนซ์หนี้เปลี่ยนมาเป็นดอกเบี้ยใหม่ที่มีเงื่อนไขที่ดีกว่าในธนาคารเดิมที่เรากู้ หรือ จะ รีไฟแนนซ์ กับธนาคารแห่งใหม่ที่ให้สัญญาเงินกู้ที่ถูกลงกว่าเดิม ข้อดีสำหรับในการรีไฟแนนซ์กับธนาคารเดิมคือง่ายในการทำสัญญาใหม่แต่อาจจะได้โปรโมชั่นที่น้อยกว่าธนาคารอื่น กลับกันถ้ารีไฟแนนซ์กับธนาคารอื่น ก็จะต้องคำนึงถึงความยุ่งยากในการขอสินเชื่อใหม่ตั้งแต่ต้นแต่จะให้โปรโมชั่นที่ดีกว่าธนาคารเดิม เพิ่มเติมหลักการที่ดีในการดูสิ นเชื่อไม่ควรดูโปรโมชั่นดอกเบี้ยต่ำในระยะเวลาสั้นๆ ควรจะดูที่อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปีหรือดอกเบี้ยระยะยาว นอกจากจะไม่ต้องห่วงเรื่อง อัตราดอกเบี้ยลอยตัว และไม่ต้องกังวลเมื่อเวลาดอกเบี้ยมี การเปลี่ยนแปลงขึ้นลง สุดท้ายแล้วยังไงเราก็หนี้ ดอกเบี้ยปรับขึ้นไม่ได้อยู่ดีคะ

 

โปะหนี้ช่วยหนี้ดอกเบี้ยได้หลายเท่า

โดยวิธีนี้ถ้าเรามีเงินก้อนในมือเราแนะนำให้เอามาโปะหนี้จะดีที่สุดแต่ถ้าใครที่ไม่มีเงินก้อน เราแนะนำให้จ่ายมากกว่าเดิมในแต่ละเดือนเพื่อช่วยลดเงินต้น เพียงจ่ายเพิ่มแค่ 10% จากการผ่อนชำระเดิม ก็สามารถช่วยย่นระยะเวลาการผ่อนให้หมดหนี้เร็วขึ้นได้หลายปีแล้วคะ และยังลดภาระดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกอีกด้วยตามตัวอย่างสูตรการปลดหนี้บ้านแบบง่ายๆดังนี้

  • ยอดกู้ 1 ล้าน ระยะผ่อน 25ปี ดอกเบี้ยที่จ่ายทั้งหมด 721,000 บาท
    เทคนิกปลดหนี้แบบผ่อนมากกว่ายอดขั้นต่ำที่กำหนด 10 % ระยะผ่อนเหลือ 20 ปี ดอกเบี้ยที่จ่ายทั้งหมด 574,000 บาท ลดลง 18%
    เทคนิกปลดหนี้แบบ เพิ่มยอดเงินอีก 4 เท่าของยอดปกติรวมเป็น5เท่าของระยะผ่อนลดลง 15 ปี ดอกเบี้ยที่จ่ายทั้งหมด 425,000 บาท ลดลง 40%
    เทคนิกปลดหนี้แบบ ผสมทั้งสองแบบแรก ระยะผ่อนเหลือ 11 ปี เท่านั้น ดอกเบี้ยที่จ่ายทั้งหมด 375,000 บาท ลดลง 46%

 

ในช่วงภาวะวิกฤตไวรัสโคโรนาแบบนี้ ทาง MoneyGuru ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพและเป็นกำลังใจให้เราผ่านช่วงนี้ไปด้วยกัน ส่วนใครที่มองหาตัวช่วยในการจับจ่ายใช้สอยที่ง่าย สะดวก และทำได้ที่บ้าน เรายังมีบัตรเครดิตอื่นๆ ให้เลือกใช้ เข้ามาเปรียบเทียบบัตรเครดิตได้ทุกวัน

เปรียบเทียบบัตรเครดิต

ไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @MoneyGuruThailand

 

อ้างอิงข้อมูลบ้างส่วนจาก k-expert

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน