คํานวนเงิน บำเหน็จชราภาพจากประกันสังคม แบบง่ายๆพร้อมหลักเกณฑ์ที่ประชาชนต้องรู้

โดย MoneyGuru.co.th, ในหมวดหมู่ "เคล็ดลับการเงิน"

February 14, 2020


วันนี้พาไปตรวจสอบว่า บำเหน็จ-บำนาญชราภาพประกันสังคม มีวิธี คํานวนเงินเกษียณประกันสังคม อย่างไรบ้างและจะได้เงินเท่าไรบ้างสำหรับไว้ใช้ยามเกษียณ

 

คํานวนเงินเกษียณประกันสังคม แบบง่ายๆพร้อมหลักเกณฑ์ที่ประชาชนต้องรู้

คํานวนเงินเกษียณประกันสังคม

ขั้นตอนการขอรับประโยชน์ทดแทน  หลักเกณฑ์ที่จะทำให้ท่านผู้อ่านสามารถรับสิทธิ ได้มีดังนี้

1.ผู้ประกันตนหรือทายาทผู้มีสิทธิจะต้องทำการกรอกแบบ สปส. 2-01 พร้อมลงลายมือชื่อจากนั้นนำมายื่นที่ สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่/สำนักงานประกันสังคมจังหวัดและสาขา (ยกเว้น สำนักงานใหญ่ในบริเวณกระทรวงสาธารณสุข)หรือยื่นขอรับทางไปรษณีย์โดยมีหลักฐานครบถ้วน

2.เจ้าหน้าที่ตรวจหลักฐานและพิจารณา หลังจากนั้นรอสำนักงานประกันสังคมจะมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณา

3.พิจารณาสั่งจ่าย เงินสด/เช็ค (ผู้ประกันตน/ผู้มีสิทธิมารับด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้บุคคลอื่นมารับแทน) ส่งธนาณัติให้ผู้ประกันตน โอนเข้าบัญชีธนาคารตามบัญชีของผู้ขอรับประโยชน์ทดแทนหมายเหตุ : เงินบำนาญชราภาพ จ่ายเป็นรายเดือน เงินบำเหน็จชราภาพ จ่ายครั้งเดียว

 

วิธีคำนวนค่า บำเหน็จชราภาพ จากประกันสังคม

ประโยชน์ทดแทนกรณีบำเหน็จชราภาพ (สำหรับผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบกรณีชราภาพไม่ถึง 180 เดือน) กรณีที่จ่ายเงินสมทบกรณี ชราภาพ ไม่ถึง 12 เดือน จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพมีจำนวนเท่ากับจำนวนเงินสมทบ ที่ผู้ประกันตนจ่ายสมทบ ประกันตนอายุ 55 ปี และสิ้นสภาพการเป็นลูกจ้าง ขณะส่งเงินสมทบได้ 10 เดือน ประโยชน์ทดแทน กรณีบำเหน็จชราภาพจะได้รับ 300 x 10 = 3,000 บาท กรณีที่จ่ายเงินสมทบกรณีชราภาพ ตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพมีจำนวนเท่ากับจำนวนเงินสมทบ ที่ผู้ประกันตนและนายจ้างนำส่งพร้อมผลประโยชน์ตอบแทน

 

ตามที่สำนักงานประกันสังคมประกาศกำหนด   ดังนี้

ตัวอย่างแรก ผู้ประกันตนอายุ 55 ปี สิ้นสุดสภาพการเป็นลูกจ้างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2547 ยื่นคำขอรับประโยชน์ทดแทน ในวันที่ 10 ธันวาคม 2547 เจ้าหน้าที่วินิจฉัยในวันเดียวกัน โดยมีรายการนำส่งเงินสมทบ กรณีชราภาพของผู้ประกันตน ดังนี้

ปี             จำนวนเงินสมทบ    นายจ้าง  ผู้ประกันตน

2542                        850          850            1,700

2543                     1,550        1,550           3,100

2544                    2,300        2,300         4 ,600

2545                    3,200        3,200          6,400

2546                    4,100        4,100          8,200

2547                    2,800       2,800          5,600

รวม                     14,800      14,800         29,600

 

วิธีคำนวณผลประโยชน์ตอบแทน

ปี             เงินสมทบ               เงินสมทบสะสม x อัตรา                                     ผลประโยชน์ตอบแทน

2542       1,700                      1,700 x 2.4%                                                        = 40.80

2543       3,100                     (1,700 + 3,100 = 4,800 ) x 3.7%                      = 177.60

2544       4,600                    (4,800 + 4,600 = 9,400) x 4.2%                      = 394.80

2545       6,400                    (9,400 + 6,400 = 15,800) x 4.3%                    = 679.40

2546       8,200                   (15,800 + 8,200 = 24,000) x 6.5%                   = 1,560.00

2547       5,600                   (24,000 + 5,600 = 29,600) x 2.00% x 11/12  =  542.67

 

รวม   3,395.27   *หมายเหตุ 11/12 หมายถึง ผู้ประกันตนนำส่งเงินสมทบมาแค่ 11 เดือน ภายใน 1 ปี เงินบำเหน็จชราภาพและผลประโยชน์ตอบแทนที่ผู้ประกันตนจะได้รับ คือ 29,600 + 3,395.27 = 32,995.27บาท

 

ประโยชน์ทดแทนกรณีบำนาญชราภาพ กรณีจ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือน

สำหรับ ผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบกรณีชราภาพ มาแล้วไม่น้อยกว่า 180 เดือน ครบอายุ 55 ปี และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงจะได้รับเงินบำนาญชราภาพ ในอัตราร้อยละ 20 ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย

 

ตัวอย่างที่ 1     

20% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย                             =             20 x 13.000  100  = 2,600

ผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำนาญชราภาพเดือนละ 2,600 บาท ไปจนตลอดชีวิต

การหาค่าเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย คือ นำค่าจ้าง 60 เดือนสุดท้าย รวมกันแล้วหารด้วย 60

ค่าจ้างเฉลี่ย = ผลรวมของค่าจ้าง 60 เดือน  จำนวนเดือน (60 เดือน)

 

กรณีที่จ่ายเงิน สมทบเกิน 180 เดือน ให้ปรับเพิ่มอัตราเงินบำนาญชราภาพขึ้นอีกในอัตราร้อยละ 1.5 ต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบทุก 12 เดือน สำหรับระยะเวลาที่จ่ายเงินสมทบเกิน 180 เดือน

เช่น จ่ายเงินสมทบมาได้ 193 เดือน จะได้รับเงินบำนาญชราภาพในอัตรา 21.5% ของค่าจ้างเฉลี่ย 60 เดือน สุดท้าย เป็นต้น

 

ตัวอย่างที่  2  

ผู้ประกันตนทำงานได้รับเงินค่าจ้างเดือนละ 15,000 บาท มาตลอด และส่งเงินสมทบมาแล้ว 20 ปี อายุครบ 55    ปีบริบูรณ์  และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง จะได้รับเงินบำนาญชราภาพเดือนละเท่าใด และหากเสียชีวิตภายใน 5 ปี จะได้รับเงินหรือไม่อย่างไร

ผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำนาญ

=  15 ปี (แรก) ได้อัตราเงินบำนาญ 20%

=  5 ปี (หลัง) ได้อัตราเงินบำนาญ (1.5% (ปรับเพิ่ม) × 5ปี )

= 7.5%

รวมอัตราเงินบำนาญ 20 ปี

= 20% + 7.5% = 27.5%               ผู้ประกันตนจะได้รับเงินบำนาญรายเดือน

= 27.5% ของ 15,000 บาท

= 4,125 บาท/เดือนจนตลอดชีวิต

 

กรณีผู้ประกันตนที่ได้รับเงินบำนาญชราภาพเสียชีวิตภายใน 5 ปี ทายาทผู้มีสิทธิ จะได้รับเงินบำเหน็จชราภาพจำนวน 10 เท่าของเงินบำนาญรายเดือน

= 4,125 บาท  × 10 เท่า

= 41,250 บาท

 

ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการจ่ายเงินสมทบรายเดือนกับกองทุนประกันสังคมนั้นมิได้สูญเปล่า เพราะนอกจากจะได้รับสิทธิประโยชน์ระหว่าง  การทำงานมากมายแล้ว เมื่อถึงวัยเกษียณก็ยังคง อุ่นใจได้ว่ามีเงินออมชราภาพไว้เป็นหลักประกัน

 

บทความน่ารู้ : วิธีเช็กสิทธิประกันสังคม ออนไลน์ด้วยตัวเองไม่เกิน 3 นาทีรู้ผล

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวเลือก สินเชื่อส่วนบุคคล เพียงคลิกเข้ามาเปรียบเทียบที่ MoneyGuru.co.th คุณจะได้รับข้อเสนอจากผู้ให้กู้สินเชื่อต่าง ๆ ในที่เดียว ไม่ต้องไปติดต่อสถาบันการเงินต่าง ๆ ทีละเจ้าให้เสียรง เสียเงิน และเสียเวลา

รับจดหมายข่าว

 

 

 

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน