จากเศรษฐกิจประเทศไทยที่เวลานี้กำลังชะลอตัว บวกกับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ถึงแม้ว่าเวลานี้โรคระบาดจะเบาลงบ้างแล้ว แต่ผลกระทบที่่ผ่านมาก็ทำให้หลายธุรกิจต้องปิดตัวลง หลายๆที่ต้องออกมาตรการในการลดค่าใช้จ่าย เพราะทนกับพิษเศรษฐกิจไม่ไหวแล้ว ทำให้หลายๆท่านต้องตกงานกะทันหัน หรือบ้างท่านถูกให้ออกอย่างไม่เป็นธรรม ดังนั้นวันนี้ moneyguru จะมาแนะนำ แนวทางปฏิบัติของมนุษย์เงินเดือนเมื่อ ถูกเลิกจ้าง จะต้องทำอย่างไร

เปรียบเทียบสินเชื่อบุคคลmoneyguru

แนวทางปฏิบัติของมนุษย์เงินเดือนเมื่อ ถูกเลิกจ้าง

ถูกเลิกจ้าง

นับตั้งแต่กลางปี 2563 จนถึงตอนนี้กลางปี 2565 แล้ว เชื่อว่าช่วงเวลานี้น่าจะเป็นช่วงเวลาที่เราเห็นข่าวคราวบริษัทจำต้องปิดตัวลง และมีการเลย์ออฟพนักงานกันมากที่สุดช่วงนึงในรอบ 10 ปี ค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้นสินค้าต่างๆพากันขึ้นราคา บ้างท่านโชคร้ายโดนให้ออกจากงานที่ทำ ดังนั้นเราจะมาแนะนำให้ท่านที่ต้อง ตกงานกะทันหัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม มาลองอ่านแนวทางที่ควรทำเพื่อเดินหาทางออกให้กับการ ถูกเลิกจ้างกะทันหัน

ลงทะเบียนว่างงาน

โดยสิทธิของผู้ที่มีประกันสังคม สามารถขอเงินชดเชยกรณีที่ว่างงานจากการลาออก หรือ ถูกเลิกจ้างได้ โดยถ้าจ่ายเงินสมทบประกันสังคมมาไม่ต่ำกว่า 6 เดือน จะสามารถขอเงินชดเชยได้ ซึ่งต้องลงทะเบียนว่างงานกับประกันสังคม ภายใน 30 วันหลังจากว่างงานถ้าเลยถือว่าเสียสิทธิ สำหรับ วิธีการลงทะเบียนว่างงาน มีดังต่อไปนี้

วิธีลงทะเบียนรับเงินชดเชยตกงาน รับเงิน 10500 บาท

ผู้ที่ต้องการลงทะเบียนว่างงานทำการเข้าเว็บไซต์ของกรมจัดหางาน จากนั้นทำการลงทะเบียนให้เรียบร้อยโดยใช้ข้อมูลจากบัตรประชาชน สามารถลงเบียนว่างงานผ่านเว็บไซต์ https://e-service.doe.go.th ก่อนแล้วค่อยยืนเอกสารว่าง งานประกันสังคม อย่าลืมว่าต้องทำภายใน 30 วัน จากนั้นทำการลงทะเบียนเข้าใช้งาน สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยขึ้นทะเบียนว่างงาน และยังไม่มีรหัสผ่านเข้าใช้ระบบทำตาม 4 ขั้นตอนหลักจนครบถ้วน ดังนี้

  • 1 อ่านข้อตกลงของการใช้บริการ ก่อนกดขั้นตอนต่อไป
  • 2 ตรวจสอบเลขบัตรประจำตัวประชาชน
  • 3 กรอกข้อมูลส่วนตัว
  • 4 บันทึกการลงทะเบียน

ผู้ประกันตน จะได้รับหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียนผู้ประกันตนกรณีว่างงาน และวันที่นัดรายงานตัวของผู้ประกันตน ซึ่งสามารถพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ได้

พิมพ์เอกสารที่ต้องใช้

  1. ใบนัดรายงานตัว
  2. แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน กรณีว่างงาน (สปส.2-01/7)
  3. จากนั้นไปยื่นที่สำนักงานประกันสังคม โดยเอกสารที่ต้องเตรียมคือ
  4. แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน กรณีว่างงาน (สปส.2-01/7) ที่กรอกรายละเอียดครบถ้วน
  5. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ประกันตน
  6. สำเนาสมุดบัญชีธนาคารที่เป็นชื่อผู้ประกันตน ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด(มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด

(มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทย จำกัด(มหาชน) ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย หมายเหตุ: ในกรณีที่ไม่สามารถทำการลงทะเบียนว่างงานผ่านระบบออนไลน์ได้

ได้รับสิทธิอะไรบ้างสำหรับการลงทะเบียนว่างงาน

กรณีถูกเลิกจ้าง

  • ได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 180 วัน ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย
  • โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ตัวอย่างเช่น ผู้ประกันตนมีเงินเดือนเฉลี่ย 10,000 บาท จะได้รับเดือนละ 5,000 บาท
  • เงื่อนไขการรับเงินชดเชย : ต้องส่งเงินประกันสังคมครบ 6 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนถูกเลิกจ้าง
  • สามารถขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานและรายงานตัวผ่านเว็บไซต์ : https://e-service.doe.go.th

กรณีลาออกเอง หรือ หมดสัญญาจ้างงาน

  • ได้รับเงินทดแทนระหว่างการว่างงานปีละไม่เกิน 90 วัน ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างเฉลี่ย
  • โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท ตัวอย่างเช่น ผู้ประกันตนมีเงินเดือนเฉลี่ย 10,000 บาท จะได้รับเดือนละ 3,000 บาท
  • เงื่อนไขการรับเงินชดเชย: ต้องส่งเงินประกันสังคมครบ 3 เดือน ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนลาออก
  • สามารถขึ้นทะเบียนผู้ว่างงานและรายงานตัวผ่านเว็บไซต์ : https://e-service.doe.go.th

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้สิทธิสวัสดิการจากประกันสังคมต่อได้อีก 6 เดือน โดยไม่ต้องจ่ายเงินประกันสังคมภายในระยะเวลานั้น เช่น ค่าทำฟัน ค่ารักษาพยาบาล ค่าคลอดบุตร เป็นต้น

เอกสารที่ต้องใช้

  1. แบบคำขอรับประโยชน์ทดแทน ในกรณีว่างงาน หรือ สปส. 2-01/7
  2. บัตรประจำตัวประชาชน พร้อมสำเนา
  3. รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 1 รูป (รูปถ่ายต้องมีอายุไม่เกิน 6 เดือน)
  4. หนังสือรองรับการออกจากงาน สำเนาการแจ้งการลาออก หรือ สปส. 6-09 (กรณีที่ไม่มีสำเนา สปส. 6-09 ก็ยังคงสามารถขึ้นทะเบียนว่างงานได้)
  5. หนังสือ หรือเอกสารแจ้งให้ออกจากนายจ้าง (หากมี)
  6. สำเนาสมุดบัญชีเงินฝากประเภทออมทรัพย์ของธนาคาร โดยชื่อที่ระบุในหน้าสมุดบัญชีต้องเป็นชื่อของผู้ประกันตนที่ทำการลงทะเบียนว่างงาน

ทั้งนี้ ผู้ประกันตนสามารถเดินทางไปยังสำนักงานประกันสังคมพร้อมเอกสาร เพื่อดำเนินการด้วยตัวเองได้เช่นกัน หรือทำการติดต่อสอบถามไปยังสำนักงานประกันสังคม โทร: 1506


กรณีโดนเลิกจ้างอย่างไม่เป็นธรรม

การถูกเลิกจ้างหากไม่เป็นธรรม เช่น มีการกลั่นแกล้ง หรือเลิกจ้างโดยไม่มีสาเหตุ หรือเหตุผลไม่ถึงขนาดต้องเลิกจ้าง หรือไม่ขาดทุนจริง ลูกจ้างก็ฟ้องร้องต่อศาลเพื่อเรียกค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรมได้ นอกจากนั้นยังอาจเรียกค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าชดเชย ฯ หลักการพิจารณาว่าจะจ่ายค่าเสียหายมากน้อยเพียงใด ให้พิจารณาดังนี้ 

  1. อายุของลูกจ้าง ถ้าอายุมากแล้วก็อาจได้ค่าเสียหายมาก
  2. ระยะเวลาการทำงานของลูกจ้าง
  3. ความเดือดร้อนของลูกจ้างเมื่อถูกเลิกจ้าง
  4. มูลเหตุแห่งการเลิกจ้าง
  5. ค่าชดเชยที่ได้รับ

โดยทั้ง 5 ประการนี้เป็นหน้าที่ของลูกจ้างที่ต้องพยายามนำเสนอต่อศาล เคยมีคดีที่ศาลแรงงานกำหนดค่าเสียหายให้ลูกจ้างซึ่งอายุ 81 ปี ที่ทำงานกับนายจ้าง 1 ปี 4 เดือน โดยได้รับค่าจ้างเดือนละ 180,000 บาท โดยศาลกำหนดค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม 1,500,000 บาท เมื่อคดีขึ้นมาชั้นศาลอุทธรณ์ ศาลเห็นว่าการใช้ดุลพินิจในเรื่องระยะเวลาการทำงานของลูกจ้างทำงาน ๑ ปีเศษ การที่ศาลแรงงาน(ศาลชั้นต้น) นำเอาระยะเวลาการทำงานกับนายจ้างอื่นมารวมเพื่อประกอบการพิจารณากำหนดค่าเสียหายในคดีเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เป็นการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ศาลอุทธรณ์จึงย้อนไปให้ศาลแรงงานอันเป็นศาลชั้นต้นกำหนดค่าเสียหายใหม่ ให้อยู่บนพื้นฐานของระยะเวลาการทำาน ๑ ปีเศษ โดยไม่ต้องเอาเวลาทำงานที่เคยทำงานกับนายจ้างอื่นมารวม แต่ศาลแรงงานก็ยังคงพิพากษาให้จ่ายค่าเสียหาย ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาทมาเช่นเดิม เมื่อกลับมาที่ชั้นอุทธรณ์อีก ศาลอุทธรณ์ก็เห็นว่าเมื่อกำหนดไปแล้วว่าระยะเวลาแค่ปีเศษ ไม่ใช่หลายปีที่ทำงานกับเจ้าอื่นด้วย การพิพากษากำหนดค่าเสียหายเท่าเดิม จึงเป็นการที่ศาลแรงงานชั้นต้นไม่ปฎิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย ศาลอุทธรณ์จึงมีคำสั่งยกคำพิพากษาศาลแรงงาน(ชั้นต้น) เสีย และให้ย้อนสำนวนไปกำหนดค่าเสียหายใหม่

ข้อสังเกต : โดยปกติการพิจารณาว่าทำงานมานานเพียงใด จะนำเอาระยะเวลาที่เคยทำงานกับที่อื่นมารวมไม่ได้ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าระยะเวลาการทำงานเพียงปีเศษ ดังนั้น จำนวนค่าเสียหายก็ต้องลดลงตามสัดส่วนด้วย ไฮไลน์เรื่องนี้ จึงกลายเป็นเรื่องที่ศาลแรงงาน(ศาลชั้นต้น) ไม่ใช้ดุลพินิจให้สอดคล้องกับระยะเวลาทำงานจริง  ที่มา คำพิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษที่ ๒๐๑/๒๕๖๔


กรณีถูกบีบให้ลาออก สามารถฟ้องร้องต่อศาลได้หรือไม่

การบีบคั้น การข่มขู่ หลอกลวงให้ลาออกเป็นกลวิธีหนึ่งที่นายจ้างที่คิดไม่ดีใช้เพื่อล่อลวงให้ลูกจ้างลาออกเอง เมื่อมีการลาออกเองก็ไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย ซึ่งลูกจ้างหลายคนไม่รู้ถึงผลของการลาออกเอง กับถูกเลิกจ้างว่ามันต่างกัน ซึ่งก็สามารถฟ้องร้องต่อศาลได้ แต่ก็ใช่ว่าศาลจะเชื่อทุกกรณี เพราะพฤติการณ์อาจไม่น่าเชื่อว่าถูกบังคับให้เขียนใบลาออก คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่ศาลท่านจะพิจารณาว่าไม่ได้ลาออก หรือถูกหลอกให้เขียนใบลาออกนั้นพิจารณาจากอะไร…!! 

แรกเริ่มเดิมทีคดีนี้ลูกจ้างทำงานเป็นผู้จัดการฯ ของบริษัทฯ นายจ้าง ต่อมานายจ้างแจ้งว่าไม่ประสงค์ให้ลูกจ้างทำงานต่อไป จึงได้ลาออก แต่ลูกจ้างอ้างว่าที่ลาออกนั้นเพราะถูกกดดันไม่สามารถขัดขืน หรือหลีกเลี่ยงได้ และแม้นายจ้างได้มอบเงิน ๕ แสนกว่าบาทให้ก็ตาม คดีนี้ศาลเห็นว่า การที่ฝ่ายบุคคลได้เชิญลูกจ้างมาพบเพื่อเจรจาให้ลาออก เพราะพบว่าลูกจ้างรายนี้ป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง มีการทำงานผิดพลาด โดยมีการเตือนด้วยวาจาหลายครั้งและมีการเตือนเป็นหนังสือ โดยฝ่ายบุคคลอยากให้ลาออกเพราะไม่อยากให้เสียประวัติ และได้รักษาตัวเต็มที่ ฝ่ายลูกจ้างก็ขอเวลาคิด สำหรับพฤติการณ์ที่ศาลไม่เชื่อว่าถูกบีบบังคับให้ลาออก เพราะศาลมองว่าตัวลูกจ้างในคดีนี้จบปริญญาโทสาขาการบัญชีจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำงานด้านบัญชีมาตลอด แสดงว่าลูกจ้างมีการศึกษา และวุฒิภาวะที่จะตัดสินใจได้ด้วยตนเองในการเจรจา และการที่ลูกจ้างแสดงเจตนารับช่วยเหลือ ๕ แสนกว่าบาท จึงเป็นความตกลงสิ้นสุดสัญญาจ้างด้วยความสมัครใจลาออก มิใช่ถูกเลิกจ้าง
ที่มา: คำพิพากษาฎีกาที่ ๓๒๔๘/๒๕๖๐


วิธีขอสินเชื่อเมื่อถูกพักงานหรือต้องตกงาน

โดยปกติแล้วคนที่ตกงานจะลำบากในการขอสินเชื่อมาก เพราะว่าเป็นช่วงที่ไม่มีรายได้ ทางสถาบันการเงินหรือธนาคารก็อาจจะไม่มั่นใจว่าผู้ขอสินเชื่อจะสามารถชำระหนี้ได้ตามสัญญาได้หรือไม่ แต่ในช่วงหลังโควิดนี้มีสินเชื่อฉุกเฉินจากธนาคารออมสินซึ่งช่วยเยียวยาผู้ประสบปัญหาทางการเงิน อย่างไรก็ตามมันก็จะมีเงื่อนไขต่างๆ ลองเช้ครายละเอียดกับทางธนาคารออมสินดูอีกครั้ง จะได้มั่นใจ โดยเราจะแนะนำสินเชื่อที่คนตกงานหริอถูกพักงานพอจะขอได้บ้างมาฝากกัน

สินเชื่อบุคคลเพอร์ซัลนัลแคช (เฉพาะคนที่ถูกพักงานที่เงินเดือน 30,000 บาท)

สินเชื่อบุคคล CIMB เพอร์ซันนัลแคช สินเชื่อที่ออกแบบมาเพื่อให้ท่านสามารถสร้างแผนในอนาคตของคุณให้เป็นจริง โดยกำหนดยอดผ่อนชำระเท่ากันทุกเดือนแบบลดต้นลดดอก ที่สำคัญ สมัครง่าย โดยมีรายละเอียดต่อไปนี้

สินเชื่อเงินพร้อมใช้ CIMB อนุมัติไว ไม่ต้องค้ำประกัน ให้วงเงินสูง

เข้าไปที่เว็บไซต์ สินเชื่อ CIMB เพอร์ซันนัลแคช หรือคลิกที่รูปด้านบน

สินเชื่อเงินพร้อมใช้ CIMB อนุมัติไว ไม่ต้องค้ำประกัน ให้วงเงินสูง

ทำการกรอกรายละเอียดให้ครบตามตัวอย่างด้านบนจากนั้น กดสมัคร

สินเชื่อเงินพร้อมใช้ CIMB อนุมัติไว ไม่ต้องค้ำประกัน ให้วงเงินสูง

กรอกวงเงินที่ท่านต้องการขอกู้และระยะเวลาการผ่อนชำระ ตามตัวอย่างด้านบน จากนั้นกดตกลง

สินเชื่อเงินพร้อมใช้ CIMB อนุมัติไว ไม่ต้องค้ำประกัน ให้วงเงินสูง

จากนั้นทำการพิมพ์ตัวอักษรตามรูปภาพจากนั้นกดสมัคร

สินเชื่อเงินพร้อมใช้ CIMB อนุมัติไว ไม่ต้องค้ำประกัน ให้วงเงินสูง

เสร็จสินตขั้นตอนการสมัครจากนี้ท่านก็แค่รอเจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับ


เอกสารประกอบการพิจารณาสำหรับ : พนักงานประจำ

  • สำเนาบัตรประชาชน / ในกรณีสำเนาบัตรข้าราชการ หรือสำเนาบัตรพนักงานรัฐวิสาหกิจ จะต้องแนบสำเนาทะเบียนบ้าน
  • สำเนาสมุดเงินฝากบัญชีออมทรัพย์ของผู้สมัครหน้าแรก ที่ระบุชื่อธนาคาร เลขที่บัญชี ชื่อเจ้าของบัญชีเพื่อโอนเงินกู้
  • เอกสารแสดงรายได้ อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
    1.สลิปเงินเดือน (ต้นฉบับ) ย้อนหลังไม่เกิน 6 เดือนนับจากปัจจุบัน หรือ
    สำเนาสลิปเงินเดือน ย้อนหลังไม่เกิน 2 เดือนนับจากปัจจุบัน และสำเนาบัญชีเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือนนับจากปัจจุบัน
    2.สลิปเงินเดือนเดือนล่าสุด ที่พิมพ์จากคอมพิวเตอร์ (e-Payroll Slip) และ
    สำเนาบัญชีเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือน นับจากปัจจุบัน
    3.หนังสือรับรองเงินเดือน (ต้นฉบับ) ย้อนหลังไม่เกิน 2 เดือน นับจากปัจจุบัน
    และสำเนาบัญชีเงินเดือนย้อนหลัง 3 เดือนนับจากปัจจุบัน

ในช่วงภาวะวิกฤตไวรัสโคโรนาแบบนี้  MoneyGuru ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพและเป็นกำลังใจให้เราผ่านช่วงนี้ไปด้วยกัน ส่วนใครที่มองหาตัวช่วยในการจับจ่ายใช้สอยที่ง่าย สะดวก และทำได้ที่บ้าน เรายังมีบัตรเครดิตอื่นๆ ให้เลือกใช้ เข้ามาเปรียบเทียบบัตรเครดิตได้ทุกวันป MoneyGuru ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพและเป็นกำลังใจให้เราผ่านช่วงนี้ไปด้วยกัน ส่วนใครที่มองหาตัวช่วยในการจับจ่ายใช้สอยที่ง่าย สะดวก และทำได้ที่บ้าน เรายังมีบัตรเครดิตอื่นๆ ให้เลือกใช้ เข้ามาเปรียบเทียบบัตรเครดิตได้ทุกวัน นอกจากนี้ยังสามารถติดต่อได้ทางช่องทาง LINE @MoneyGuruThailand รับรองว่าคุณจะได้คำแนะนำราคาเบี้ยประกันที่ดีที่สุดจากเรา

ไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @MoneyGuruThailand