ตกงานสายฟ้าแลบ ไม่ต้องกังวล ทำตามนี้รอดตายแน่นอน

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "เคล็ดลับการเงิน"

November 10, 2017


ตกงานสายฟ้าแลบ
ในยุคเศรษฐกิจไม่ดี ค่าครองชีพพุ่งสูงขึ้น ผู้คนไม่ค่อยใช้จ่ายเงินแบบนี้ ทำให้หลาย ๆ บริษัทมีการลดค่าใช้จ่ายลง ซึ่งหนึ่งในวิธีการลดค่าใช้จ่ายของบริษัทต่าง ๆ ก็คือ การลดจำนวนพนักงานลง และแน่นอนทำให้ต้องมีคนตกงานกระทันหัน หรืออาจจะตกงานด้วยสาเหตุอื่น ๆ เช่น หมดสัญญาจ้าง เป็นต้น ถ้าหากคนคนนั้นเป็นคุณ จะต้องทำอย่างไร MoneyGuru.co.th มีคำแนะนำมาฝาก

1. หาก ตกงานสายฟ้าแลบ รีบแจ้งประกันสังคมก่อนเลย

สิ่งแรกที่คุณต้องทำทันทีหากคุณตกงาน คือการลงทะเบียนผู้ว่างงานกับประกันสังคมเพื่อรับเงินชดเชยรายเดือน เพราะระยะเวลาการลงทะเบียนนั้นจะต้องดำเนินการภายใน 30 วันหลังจากตกงานเท่านั้น จึงถือเป็นสิ่งแรก ๆ ที่คุณควรจะต้องทำเมื่อคุณตกงาน โดยผู้ที่ได้รับสิทธินั้นจะต้องจ่ายเงินสมทบมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน และต้องตกงานโดยไม่มีความผิดตามกฎหมาย เช่น ลาออก ถูกเลิกจ้าง หรือหมดสัญญาจ้าง โดยคุณต้องสามารถไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่สำนักจัดหางานอย่างน้อยที่สุดเดือนละ 1 ครั้ง
ส่วนสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับนั้นก็จะแตกต่างกันไปแล้วแต่กรณีการว่างงานของคุณ ในกรณีการถูกเลิกจ้างจะได้รับเงินชดเชยการว่างงานเป็นระยะเวลาไม่เกินปีละ 180 วัน ในอัตราร้อยละ 50 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท (สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาทต่อเดือน)
ส่วนในกรณีลาออกหรือสิ้นสุดสัญญาจ้าง จะได้รับเงินทดแทนเป็นระยะเวลาไม่เกินปีละ 90 วัน ในอัตราร้อยละ 30 ของค่าจ้างเฉลี่ย โดยคำนวณจากฐานเงินสมทบขั้นต่ำเดือนละ 1,650 บาท และฐานเงินสมทบสูงสุดไม่เกิน 15,000 บาท (สูงสุดไม่เกิน 7,500 บาทต่อเดือน)

2. รวบรวมเงินที่มีทั้งหมด

เมื่อรายงานตัวกับประกันสังคมเรียบร้อย ก็ต้องมาดูว่าเงินที่คุณมีอยู่ทั้งหมดเป็นเท่าไหร่ ซึ่งเงินในส่วนนี้คือ เงินเดือนเดือนสุดท้ายที่คุณได้รับ เงินชดเชยจากบริษัทในกรณีถูกเลิกจ้าง เงินที่ได้รับจากประกันสังคมกรณีว่างงาน และอื่น ๆ ถ้ามี เพื่อที่คุณจะได้รู้ว่าคุณมีเงินสำรองในช่วงที่ยังไม่มีรายได้เข้ามาอยู่เท่าไหร่

3. จัดระเบียบค่าใช้จ่าย

การตกงานนั้นหมายความว่าคุณจะไม่มีรายได้รายเดือนเข้ามาอีกต่อไป แต่ค่าใช้จ่ายรายเดือนต่าง ๆ ของคุณยังคงมีอยู่ เริ่มแรกเลยคือคุณต้องจัดการรายจ่ายของคุณต่อเดือน ว่าในแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่งดเว้นไม่ได้อะไรบ้าง เช่น ค่าผ่อน-เช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำ-ไฟ ค่าโทรศัพท์ เป็นต้น  และค่าใช้จ่ายที่สามารถงดเว้นได้มีอะไรบ้าง เช่น ค่าบริการแอพพลิเคชันดูหนังรายเดือนในโทรศัพท์มือถือ ค่าบริการเคเบิ้ลทีวี เป็นต้น

4. นำค่าใช้จ่ายมาเทียบกับรายได้

เมื่อรู้ว่ามีเงินอยู่เท่าไหร่และมีค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายต่อเดือนเท่าไหร่ ก็ถึงเวลาที่จะต้องนำทั้งสองส่วนมาเทียบกัน ก็จะทำให้คุณรู้ว่าในคุณจะมีเงินสำหรับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่มีอยู่ไปอีกกี่เดือน และมีเงินเหลือเพื่อใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไหร่ และต้องแบ่งเงินส่วนนี้เป็นรายเดือนได้เท่าไหร่ คุณจะได้สามารถวางแผนในการใช้เงินล่วงหน้าได้โดยที่ไม่เดือดร้อน ในระหว่างที่คุณยังว่างงานอยู่

5. ตัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออก

เมื่อคุณจัดระเบียบรายจ่ายทั้งหมดเรียบร้อย ก็จะทำให้คุณรู้ว่าคุณมีรายจ่ายอะไรบ้างที่สามารถตัดออกไปได้ ให้คุณตัดรายจ่ายส่วนนั้นออกไปเสีย เช่น ลดแพ็คเกจเคเบิ้ลทีวีลงเหลือเพียงระดับธรรมดาหรือยกเลิกไปเลย เป็นต้น และให้คงไว้อยู่แค่เพียงรายจ่ายที่จำเป็นต้องจ่ายงดเว้นไม่ได้เท่านั้น เพื่อลดภาระรายจ่ายต่อเดือนของคุณให้น้อยลงให้มากที่สุด ในช่วงที่คุณไม่มีรายได้เข้ามาระหว่างตกงาน

6. จัดการยกเลิกบริการที่ตัดบัตรเครดิตอัตโนมัติ

คุณควรจัดการยกเลิกบริการต่าง ๆ ที่คุณสมัครแบบตัดบัตรเครดิตอัตโนมัติเอาไว้ อย่างเช่น ค่าบริการแอพพลิเคชันดูหนังในโทรศัพท์มือถือ เพราะรายการเหล่านี้อาจจะทำให้การเงินของคุณอยู่ในสภาวะที่ย่ำแย่กว่าเดิม เนื่องจากคุณต้องเสียดอกเบี้ยเพิ่มให้กับค่าใช้จ่ายอัตโนมัติผ่านบัตรเครดิตเหล่านี้นั่นเอง ถือเป็นการลดภาระหนี้สินไม่ให้เพิ่มพอกพูนโดยใช่เหตุ

7. ติดต่อธนาคารเพื่อขอชำระบัตรเครดิตแค่ดอกเบี้ยไปก่อน

เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายต่อเดือนและเพื่อยังคงรักษาคะแนนเครดิตของคุณให้ดีอยู่ คุณจำเป็นต้องติดต่อธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตของคุณทุกใบ เพื่อแจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นกับคุณและส่งผลถึงสภาวะการเงินของคุณ ทำให้ในปัจจุบันคุณไม่มีความสามารถในการจ่ายชำระบิลบัตรเครดิตขั้นต่ำอีกต่อไป และแสดงความจำนงค์ในการขอจ่ายเพียงดอกเบี้ยบัตรเครดิตไปก่อน

8. ทำงานพิเศษสร้างรายได้ไปก่อน

ในช่วงที่คุณไม่มีงานทำ แน่นอนว่าคุณก็จะมีเวลาว่างทั้งวัน ดังนั้น อย่าปล่อยเวลาให้เสียไปเปล่า ๆ ปลี้ ๆ เอาเวลาว่างเหล่านั้นมาสร้างรายได้ในระหว่างว่างงานไปก่อน ไม่ว่าจะเป็นรับจ็อบเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างงานแปลเอกสาร งานเขียน เป็นครูสอนพิเศษ หรือไปทำงานเป็นพนักงานพาร์ทไทม์ในร้านสะดวกซื้อ เป็นต้น คนที่ไม่หมื่นเงินน้อยไม่คอยวาสนา ยังไงก็ต้องมีชีวิตรอดแน่นอน ดีกว่าอยู่เฉย ๆ แบบที่ไม่มีรายได้เข้ามาเลย และทำให้คุณไม่ต้องไปหยิบยืมสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่นด้วย
จะเห็นได้ว่าสิ่งแรกที่คุณต้องมีเมื่อคุณ ตกงานสายฟ้าแลบ คือการมีสติ อย่าตื่นตกใจ เพราะทุกปัญหามีทางแก้ หากคุณมีสติทุกอย่างจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีนะคะ หวังว่าคำแนะนำของเราทั้ง 8 ข้อนี้ จะช่วยให้คุณผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบากไปได้นะคะ เราขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้ทุกท่านสู้ต่อไปค่ะ และหากท่านใดอยากจะติดตามบทความและข่าวสารเกี่ยวกับรถยนต์ การเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกันรถยนต์ ก็สามารถกด blog เพื่อรับสาระความรู้แบบนี้จาก MoneyGuru.co.th ได้เลย … และนอกจากสาระความรู้แล้ว คุณยังไม่พลาดสิทธิพิเศษ ข้อเสนอดีๆ จาก ประกันรถยนต์ บัตรเครดิต และ สินเชื่อส่วนบุคคล อีกด้วย

เคล็ดลับการเงิน

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน