เกณฑ์การคิด ดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ (แบบใหม่) โดยศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธปท.


เมื่อไม่นานมานี้ แบงก์ชาติเผยแนวปฏิบัติสำคัญเรื่องการชำระหนี้เพื่อลดหนี้เสีย และลดภาระหนี้ของประชาชน โดยได้ออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์เรื่องการคิด ดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ และการตัดชำระหนี้ เพื่อช่วยลดภาระหนี้ และสร้างความเป็นธรรมในการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชน

โดยประกาศฉบับนี้ จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2564 เป็นต้นไป ยกเว้นเรื่องลำดับการตัดชำระหนี้ที่จะเริ่มใช้ 1 กรกฎาคม 2564 ซึ่งเกณฑ์ดังกล่าวจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงแนวปฏิบัติที่สำคัญในระบบการเงินของไทย

เกณฑ์การคิด ดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ การเปลี่ยนแปลงแนวปฏิบัติในระบบการเงินไทย

ดอกเบี้ยผิดชำระหนี้

จากสถานการณ์โควิด 19 ที่ทำให้ผู้มีหนี้จำนวนมากได้รับผลกระทบ ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงได้ออกประกาศหลักเกณฑ์ การคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้และการตัดชำระหนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้การคำนวณดอกเบี้ยผิดนัดของทุกสถาบันการเงินมีเกณฑ์มาตรฐานเดียวกัน และไม่ก่อภาระให้แก่ลูกหนี้โดยไม่เป็นธรรม

รวมทั้งลดการเกิดหนี้ด้อยคุณภาพในระบบการเงิน ซึ่งมีผลบังคับใช้กับสินเชื่อที่มีการผ่อนชำระเป็นงวด และสินเชื่อหมุนเวียน ยกเว้นผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต และสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และรถจักรยานยนต์สำหรับบุคคลธรรมดา โดยกำหนดแนวปฏิบัติที่สำคัญในระบบการเงินของไทยใน 3 เรื่องหลักๆ ดังนี้

1. การเปลี่ยนฐานคำนวณดอกเบี้ย จากเดิมที่คิดดอกเบี้ยจากยอดเงินต้นคงค้างทั้งหมด มาเป็น การคิดดอกเบี้นจากเงินต้นเฉพาะเดือนที่ผิดนัดชำระเท่านั้น

ดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ การเปลี่ยนฐานคำนวณ

วิธีการคำนวณคือ: ดอกเบี้ยปกติ = จำนวนเงินต้นที่เหลือ x อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ตามที่ระบุในสัญญา x จำนวนวันที่ค้างชำระ

กล่าวคือ หากมีการผิดนัดชำระเกิดขึ้น การคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ จะคิดบนฐานของ “เงินต้นที่ผิดนัดจริง” เท่านั้น ไม่ให้รวมส่วนของเงินต้นของค่างวดในอนาคตที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ต่างจากแนวปฏิบัติเดิมที่หากผิดนัดชำระหนี้เพียงงวดเดียว ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้จากฐานเงินต้นคงค้างทั้งหมด ส่งผลให้มูลค่าดอกเบี้ยผิดนัดสูงมาก ซึ่งเกณฑ์ใหม่นี้จะทำให้การคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้สอดคล้องกับข้อเท็จจริง และเกิดความเป็นธรรมกับประชาชนมากขึ้น

2. การเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย มาคิดเพิ่มจากดอกเบี้ยปกติสูงสุดที่เรียกเก็บตามจริงในสัญญา ไม่เกินที่ธนาคารกำหนด ซึ่งปัจจุบันธนาคารคิดเพิ่ม 3% ต่อปี เช่น ถ้าอัตราดอกเบี้ยตามสัญญาคือ 8% ผู้ให้บริการทางการเงินจะกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ได้ไม่เกิน 11% โดยต้องคำนึงถึงประวัติการชำระหนี้ที่ผ่านมาด้วย ซึ่งต่างจากเดิมที่ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ได้เอง เช่น กำหนดตามอัตราดอกเบี้ยสูดสุดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่ 15% หรือบางกรณีสูงถึง 18% – 22% จึงส่งผลกระทบต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ (affordability risk) ได้

ดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ แบบที่สอง

วิธีการคำนวณคือ: ดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ (ที่ต้องจ่ายเพิ่ม) = เงินต้นของค่างวดที่ผิดนัดชำระ x อัตราส่วนเพิ่ม 1% ถึง 3% x จำนวนวันที่ค้างชำระ

ดังนั้น การปรับเกณฑ์ในครั้งนี้ จะช่วยให้ลูกหนี้พยายามจ่ายชำระหนี้ได้จริง เพราะลดโอกาสการผิดนัดชำระหนี้ และยังช่วยให้ระบบการเงินมีความสมดุลมากขึ้น

3. การเปลี่ยนลำดับการตัดชำระหนี้ ซึ่งเป็นการกำหนดลำดับการตัดชำระหนี้โดยให้ “ตัดค่างวดที่ค้างชำระนานที่สุดเป็นลำดับแรก” เพื่อให้ลูกหนี้ทราบลำดับการตัดชำระหนี้ที่ชัดเจน จากที่แต่เดิม เงินที่ลูกหนี้จ่ายเข้ามา จะนำไปตัดค่าธรรมเนียมและตามด้วยดอกเบี้ยทั้งหมดก่อน ส่วนที่เหลือจึงจะนำไปตัดเงินต้น ซึ่งเรียกวิธีการแบบนี้ว่า “การตัดชำระหนี้แบบแนวตั้ง”

ดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ แบบที่ 3

ตัวอย่างเช่น ลูกหนี้มีค่างวดที่ต้องจ่ายเดือนละ 10,300 บาท แบ่งเป็นค่าธรรมเนียม 300 บาท ดอกเบี้ย 4,000 บาท และเงินต้น 6,000 บาท ลูกหนี้ค้างชำระ 3 เดือน รวมเป็นเงิน 30,900 บาท เดือนที่ 4 เริ่มพอที่จะหาเงินได้ และกลับมาจ่าย 10,300 บาท

วิธีการตัดชำระหนี้แบบเดิมในแนวตั้ง จะไปหักค่าธรรมเนียมทั้งหมด 900 บาทก่อน ส่วนที่เหลืออีก 9,400 บาท จะนำไปตัดดอกเบี้ยค้าง ซึ่งสามารถตัดชำระได้เพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะดอกเบี้ยค้าง 3 งวด รวมเป็น 12,000 บาท ทำให้ในงวดที่ 4 แม้ลูกหนี้จะชำระหนี้เข้ามา 10,300 บาท เงินที่จ่ายเข้ามา จะไม่สามารถตัดถึงเงินต้นได้เลย ทีนี้ตามประกาศฉบับใหม่ จะเป็นการกำหนดให้ “ตัดชำระหนี้แบบแนวนอน” คือ ให้นำเงินที่ชำระเข้ามา ไปจ่ายค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย และเงินต้นในงวดที่ค้างชำระนานที่สุดก่อน

จากตัวอย่างที่ได้อธิบายไป เมื่อลูกหนี้ชำระเงิน 10,300 บาท ก็จะถูกนำไปตัดค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย และเงินต้นของงวดที่ 1 จนครบก่อน และทำให้มียอดค้างชำระเหลือเพียง 2 งวด ซึ่งการปรับเกณฑ์ใหม่นี้จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เงินงวดที่ลูกหนี้ผ่อนในแต่ละเดือนสามารถตัดถึงเงินต้นได้มากขึ้น ช่วยลดการเกิดหนี้ด้อยคุณภาพหรือ NPL รวมทั้งช่วยให้ลูกหนี้มีกำลังใจในการจ่ายชำระหนี้ต่อเนื่อง และยังช่วยให้ประวัติการผ่อนชำระหนี้ของลูกหนี้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงมากขึ้น

คนไทยได้อะไรจากประกาศฉบับนี้? 

ประกาศฉบับนี้จะนำไปสู่เปลี่ยนแปลงใหญ่ในแนวปฏิบัติเรื่องการชำระหนี้ ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการเกิดหนี้เสียของระบบการเงินโดยรวม และช่วยให้ลูกหนี้ที่ไม่ตั้งใจจะผิดนัดชำระหนี้ให้สามารถจ่ายชำระหนี้ได้ เนื่องจากดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้จะไม่สูงเกินสมควรจนทำให้จ่ายหนี้ไม่ไหว 

ประกาศฉบับนี้จะช่วยให้การผิดนัดชำระหนี้น้อยลงจริงหรือไม่?

การที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้ ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ลดลง หรือลูกหนี้ไม่มีกำลังเพียงพอที่จะจ่ายค่างวดได้ตามที่คาดไว้ ด้วยหลายปัจจัย อาทิ ปัญหาภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้รายได้ลดลง กรณีเช่นนี้ การคิดดอกเบี้ยผิดนัดชำระแบบใหม่ที่เรียกเก็บยอดปรับไม่สูงเกินไป ไม่เพียงแต่จะเป็นธรรมมากขึ้นแล้ว ยังอาจช่วยให้การผิดนัดชำระหนี้ในภาพรวมลดลง เพราะภาระดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ที่เรียกเก็บ เป็นยอดที่น้อยลงจากเดิมมาก เมื่อเทียบกับอัตราเดิมในอดีต 

ดังนั้น หากลูกหนี้มีการผิดชำระหนี้ ค่างวดและภาระดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ที่ต้องจ่ายเพิ่ม ก็จะไม่เป็นภาระสำหรับลูกหนี้มากเกินไป ทำให้ลูกหนี้ยังคงมีแรงจูงใจในการจ่ายชำระหนี้คืน เพราะมองเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ว่าตนจะสามารถชำระหนี้ได้

สำหรับการผิดนัดชำระหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 เมษายน 2564 ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถนำหลักการตามประกาศฉบับใหม่มาใช้พิจารณายกเว้นหรือผ่อนปรนดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้ให้แก่ลูกหนี้ตามสมควร โดยเฉพาะในปัจจุบัน ที่ลูกหนี้จำนวนมากกำลังเดือดร้อนจากวิกฤตโควิด 19 หากประชาชนมีข้อสงสัยหรือไม่ได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม สามารถสอบถามหรือร้องเรียนได้ที่ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) โทร. 1213

เปรียบเทียบบัตรเครดิต

สำหรับท่านที่ สนใจสมัครบัตรเครดิตไว้ใช้ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน สามารถเปรียบเทียบความคุ้มค่าของบัตรเครดิตได้ ที่นี่ 

ไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @MoneyGuruThailand

ที่มา: บทความดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้และการตัดชำระหนี้ คิดอย่างไรให้เป็นธรรม โดยศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย