ช่องทางการชำระเงิน ของบัตรเครดิตและสินเชื่อเจ้าต่าง ๆ ในประเทศไทย

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "เคล็ดลับการเงิน"

April 2, 2019


เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลาย ๆ ท่าน จะต้องเคยใช้บัตรเครดิตและสินเชื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งเมื่อถึงกำหนดชำระเงินในแต่ละเดือน อาจจะกลายเป็นช่วงเวลาที่วุ่นวายขึ้นมาได้ เพราะต้องเสียเวลาต่อคิวเพื่อชำระเงินตามสาขาของสถาบันทางการเงิน วันนี้ MoneyGuru.co.th เลยขอรวบรวม ช่องทางการชำระเงิน ต่าง ๆ ที่ในปัจจุบันสถาบันการเงินผู้ให้บริการบัตรเครดิตหรือสินเชื่อเปิดให้บริการรับชำระเงินมาฝากทุกคน เพื่อให้ตอบโจทย์กับชีวิตที่เร่งรีบในโลกยุค 4.0 นี้ กันครับ

โดยจะขอแยกช่องทางการชำระเงิน เป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ดังต่อไปนี้

1.ช่องทางการชำระเงิน ของธ​นาคาร

โดยช่องทางการชำระเงินของธ​นาคารนั้น สามารถทำรายการด้วยตัวเองผ่าน

  • เคาน์เตอร์สาขา
  • ตู้  ATM
  • Internet Banking และ ​Mobile Banking​
  • ผ่านระบบโทรศัพท์อัตโนมัติ (Phone Banking) ของธนาคาร

หรือ หากคุณไม่มีเวลา และไม่สะดวกที่จะไปชำระ ณ สาขา ด้วยตัวเอง คุณสามารถใช้บริการหักบัญชีเงินฝากอัตโนมัติได้อีกด้วย เพียงแค่ขอเปิดใช้บริการผ่านสาขาของสถาบันการเงินนั้น ๆ เมื่อถึงวันครบกำหนดชำระธนาคารจะตัดค่าใช้จ่ายจากบัญชีดังกล่าวโดยอัตโนมัตินั่นเอง ซึ่งวิธีนี้จะช่วยตัดปัญหาในการลืมชำระเงิน และช่วยหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการชำระล่าช้าได้

นอกจากธนาคารที่เป็นเจ้าของของบัตรเครดิต หรือสินเชื่อที่คุณมีแล้ว จริง ๆ แล้ว คุณยังสามารถชำระบิลได้ที่ ธนาคารอื่น ๆ ซึ่งไม่ใช่เจ้าของผลิตภัณฑ์ได้ด้วยเช่นกัน เพราะเป็นเสมือนบริการการชำระบิลที่ทุก ๆ ธนาคารพร้อมให้บริการอยู่แล้ว ซึ่งมีข้อดี คือ ชำระด้วยเงินสดได้ไม่จำกัดจำนวนเงินต่อรายการ เช่นเดียวกับการชำระผ่านธ​นาคารเจ้าของบัตรเครดิตหรือสินเชื่อนั้น ๆ

2.จุดรับชำระเงินผู้ให้บริการที่มิใช่ธนาคาร (Non-bank)

ช่องทางการชำระเงินนี้ คือ ผู้ให้บริการรับชำระบิลต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่บิลจากบัตรเครดิต หรือสินเชื่อ เท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงบิลค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ อีกด้วย โดยผู้ให้บริการหลัก ๆ ในประเทศไทย มีดังนี้

  • ไปรษณีย์ไทย
  • เคาน์เตอร์เซอร์วิส 7-11
  • เทสโก้ โลตัส
  • บิ๊กซี
  • แฟมิลี่มาร์ท

โดยผู้ให้บริการรับชำระเงินเหล่านี้ อาจจะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการชำระเงินจากคุณ ซึ่งในแต่ละที่จะเรียกเก็บในอัตราที่แตกต่างกัน ดังนั้น ขอแนะนำให้คุณสอบถามอัตราค่าธรรมเนียมเหล่านี้ให้ดีเสียก่อนที่จะเดินทางไปชำระยังเคาน์เตอร์ที่ให้บริการข้างต้น เพื่อจะได้ไม่เป็นการเสียเวลาหรือเสียเงินค่าธรรมเนียมโดยใช่เหตุ

3.บริการ e-​Money ต่าง ๆ

โดย e-Money หรือ เงินอิเล็กทรอนิกส์ นั้นคือ เงินที่บันทึกในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งผู้ใช้บริการได้ชำระเงินล่วงหน้า (Pre-paid) แก่ผู้ให้บริการ e-Money และสามารถใช้ชำระค่าสินค้าบริการได้ตามร้านค้าที่รับชำระ ทำให้มีความสะดวกรวดเร็ว ไม่ต้องพกเงินสดให้ยุ่งยาก และไม่เสียเวลารอเงินทอนอีกด้วย ตัวอย่างของผู้ให้บริการ e-Money ได้แก่ True Money Wallet และ mPay เป็นต้น ​

ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มหลัก ๆ ของ ช่องทางการชำระเงิน ตามที่ได้กล่าวมานั้น ช่วยให้คุณสะดวกมากขึ้น เนื่องจากมีความหลากหลายมากกว่าในสมัยก่อน และเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำทำให้การชำระเงินสามารถทำที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้ ง่าย สะดวก รวดเร็วไม่ยุ่งยาก อีกทั้งยังประหยัดค่าใช้จ่ายด้วย

แต่สิ่งที่ควรระวัง คือ เงื่อนไขและค่าธรรมเนียมในการใช้บริการชำระเงิน โดยคุณจำเป็นจะต้องศึกษาให้ดีเสียก่อน นั่นเพราะ บางครั้งเงื่อนไขต่าง ๆ อาจทำให้คุณเสียเวลา หรือต้องเสียค่าบริการเพิ่มได้ เช่น ผู้ให้บริการบางราย สามารถรับชำระได้เฉพาะใบแจ้งหนี้ที่ยังไม่ครบกำหนดเท่านั้น หรือผู้ให้บริการบางราย จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการชำระเงินกับคุณ ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้แหละครับ ที่จะต้องศึกษาให้รอบคอบเสียก่อน

อย่างไรก็ตาม ยิ่งคุณหาข้อมูลมากเท่าไหร่ การเงินของคุณก็จะเป็นระบบระเบียบมากขึ้นเท่านั้นนะครับ นอกจากจะช่วยประหยัดเวลาแล้ว ยังช่วยคุณประหยัดเงินได้อีกด้วย ซึ่งคุณสามารถหาข้อมูลได้ง่าย ๆ เพียงแค่ติดตามบทความการเงินดี ๆ จาก MoneyGuru.co.th ที่พร้อมเสิร์ฟคุณถึงหน้าจอ พร้อมกับไม่พลาดสิทธิพิเศษ ข้อเสนอดีๆ จาก  บัตรเครดิต และ สินเชื่อส่วนบุคคล อีกด้วย

เปรียบเทียบประกันรถยนต์