ชาร์จการ์ด คืออะไร แตกต่างจาก บัตรเครดิต อย่างไร?

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "บัตรเครดิต,เคล็ดลับการเงิน"

January 25, 2017


ชาร์จการ์ด

แน่นอนว่าคุณอาจจะคุ้นเคยกับบัตรเครดิตกันดีอยู่แล้ว เนื่องจากบัตรเครดิตคนส่วนใหญ่จะพกไว้ใช้เพื่อรูดซื้อสินค้า และชำระค่าบริการต่าง ๆ โดยไม่ต้องใช้เงินสด และสามารถผ่อนชำระคืนได้เมื่อถึงกำหนดชำระ แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่านอกจากบัตรเครดิตแล้ว ยังมีปัตรอีกหนึ่งประเภทคือ ชาร์จการ์ด ซึ่งมันคืออะไร และแตกต่างกับบัตรเครดิตอย่างไร วันนี้ MoneyGuru.co.th จะพาคุณผู้อ่านไปไขข้อข้องใจกันค่ะ 

บัตรเครดิต (Credit Card) คืออะไร?

บัตรเครดิตการ์ดคือบัตรที่ให้วงเงินหมุนเวียน เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับคุณ ซึ่งเป็นการยกยอดใช้จ่ายคงเหลือไปยังเดือนถัดไปได้ โดยไม่จำเป็นต้องชำระเต็มจำนวน ในแต่ละครั้งที่คุณใช้บัตรเครดิต ก็เท่ากับว่าคุณกำลังใช้บริการเงินกู้ โดยผู้ออกบัตรจะกำหนดว่าอย่างน้อยคุณต้องทำการชำระยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ ภายในกำหนดชำระแต่ละเดือนเป็นจำนวน 10% ของยอดใช้จ่าย แต่ต้องมากกว่า 1000 บาท

ซึ่งถ้าคุณชำระยอดใช้จ่ายเต็มจำนวน ภายในกำหนดชำระอย่างสม่ำเสมอ ดอกเบี้ยจะไม่ถูกคำนวณบนยอดใช้จ่ายใด ๆ ของคุณ แต่หากคุณเลือกที่จะยกยอดใช้จ่ายบางส่วนไปยังเดือนถัดไป หรือชำระล่าช้า ดอกเบี้ยจะถูกคำนวณและเรียกเก็บบนบัญชีบัตรเครดิตของคุณ โดยเริ่มการคำนวณจาก วันที่ร้านค้าทำการเรียกเก็บยอดใช้จ่าย มายังสถาบันการเงินผู้ออกบัตร ดอกเบี้ยจะถูกเรียกเก็บบนยอดคงค้างชำระ และรายการเบิกถอนเงินสดโดยเริ่มนับจากวันที่ทำรายการ

บัตร ชาร์จการ์ด (Charge Card) คืออะไร?

บัตรประเภทชาร์จการ์ด ถือว่าเป็นบัตรที่มีความคล้ายคลึงกับ บัตรเครดิตอยู่มาก คือสามารถใช้รูดซื้อสินค้าและชำระค่าบริการได้เหมือนกันค่ะ แต่จะมีความแตกต่างกันเพียงเล็กน้อย ตรงที่เงื่อนไขการชำระเงิน โดยการใช้ชาร์จการ์ดนั้น คุณต้องชำระยอดใช้จ่ายเต็มจำนวนเท่านั้น ซึ่งคุณไม่จำเป็นต้องเสียดอกเบี้ยใด ๆ เลย หากคุณสามารถชำระค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนทุกเดือนค่ะ ตัวอย่างของบัตรชาร์จการ์ด ก็คือ บัตรอเมริกัน เอ็กซ์เพรส นั่นเอง

ความแตกต่างของ ชาร์จการ์ด และบัตรเครดิต

บัตรชาร์จการ์ดนั้นจะมีความแตกต่างจากบัตรเครดิตตรงที่ บัตรชาร์จการ์ดนั้นไม่มีกำหนดวงเงิน คุณสามารถรูดได้ตามแต่ที่คุณจะพอใจ หรืออาจจะมีการกำหนดวงเงินจากสถาบันการเงิน แต่วงเงินจะสูงกว่าการพิจารณาวงเงินของบัตรเครดิต แต่สิ่งที่สำคัญและแตกต่างจากบัตรเครดิตคือ ผู้ใช้บัตรชาร์จการ์ดจะต้องทำการชำระค่าใช้จ่ายเต็มจำนวนทุกรอบบิล ไม่สามารถชำระแบบขั้นตํ่าหรือบางส่วนได้ หากชำระขั้นตํ่าจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าบัตรเครดิตมาก และจะถูกส่งเรื่องไปที่แผนกเร่งรัดหนี้สินทันที  แต่ในขณะที่บัตรเครดิตสามารถที่จะชำระขั้นตํ่าหรือบางส่วนได้ค่ะ

จุดเด่นของบัตรชาร์จการ์ด

สำหรับจุดเด่นของบัตรชาร์จการ์ดคือ จะมีสิ่งของสำหรับการแลกคะแนนสะสมที่พิเศษกว่า ของรางวัลในบัตรเครดิต และไม่มีดอกเบี้ยใด ๆ หากชำระเต็มวงเงินทุกเดือน อย่างไรก็ตาม หากคุณกำลังมองหาบัตรเครดิตสักใบ และต้องการวงเงินที่ไม่จำกัด และคุณมีความสามารถที่จะชำระเต็มจำนวนได้ทุกรอบบิล บัตรชาร์จการ์ดสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคุณได้เป็นอย่างดีค่ะ 

เงื่อนไขในการใช้ชาร์จการ์ด

บัตรชาร์จการ์ดจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการใช้เงินของคุณ ด้วยวงเงินที่ไม่มีการจำกัดล่วงหน้า อย่างไรก็ตาม มิได้หมายความว่า การใช้จ่ายของคุณจะไม่ถูกจำกัด เพราะทุกยอดใช้จ่ายของคุณจะได้รับการอนุมัติ โดยใช้หลากหลายหลักเกณฑ์เข้ามาประกอบการพิจารณา รวมถึงสถานะทางบัญชีบัตร ประวัติการใช้จ่าย และทรัพย์สินของคุณ โดยทางบริษัทฯ อาจขอให้คุณยืนยันทรัพย์สินและหลักทรัพย์ของคุณด้วย ซึ่งไม่ต่างอะไรจากบัตรเครดิตโดยทั่วไป หากคุณต้องการใช้จ่ายในวงเงินที่มากกว่าปกติ คุณสามารถติดต่อแผนกบริการสมาชิก ผ่านทางโทรศัพท์ที่ระบุไว้ด้านหลังบัตร เพื่อให้คุณมั่นใจว่าจะได้รับความสะดวกสบาย จากทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับบัตรชาร์จการ์ด ก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ อย่างไรก็ตาม หากคุณจะใช้บัตรชาร์จการ์ดคุณจะต้องเป็นคนที่มีวินัยทางการเงินอย่างสูง ไม่อย่างนั้นหายนะอาจจะมาเยือนได้เลยค่ะ แต่โดยปกติแล้ว บัตรชาร์จการ์ดจะถูกอนุมัติให้กับผู้ที่มีรายได้สูงมาก ๆ เท่านั้น เนื่องจากเงื่อนไขไม่มีวงเงินจำกัดนั่นเองค่ะ และหากท่านใดอยากจะติดตามบทความและข่าวสารเกี่ยวกับรถยนต์ การเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกันรถยนต์ ก็สามารถกด Subscribe เพื่อรับสาระความรู้แบบนี้จาก MoneyGuru.co.th ได้เลยค่ะ เราจะส่งตรงถึงอีเมลของคุณทุก ๆ สัปดาห์

เปรียบเทียบบัตรเครดิต

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน