3 ความเข้าใจผิด เรื่องการ ปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก เหลือ 1 ล้านบาท

3 ความเข้าใจผิด เรื่องการ ปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก เหลือ 1 ล้านบาท


ไขข้อสงสัย 3 ความเข้าใจผิด ภายหลังมีประกาศ ปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก ลงมาอยู่ที่ 1 ล้านบาท โดยมีผลบังคับใช้ไปเมื่อ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา

สมัครบัตร KTC

โดยเบื้องต้นธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ชี้แจงว่ามีข้อมูลความคลาดเคลื่อนอยู่ 2 ประเด็นคือ สถาบันคุ้มครองเงินฝาก หรือ DPA เป็นผู้ประกาศปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก มิใช่ธนาคารแห่งประเทศไทย และการปรับลดวงเงินคุ้มครองฯ ดังกล่าวนี้ เป็นไปตามกรอบการดำเนินการที่กำหนดไว้ โดยจะยังสามารถคุ้มครองผู้ฝากเงินได้ถึงร้อยละ 98

ความเข้าใจผิด ปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก

3 ความเข้าใจผิด เรื่องการ ปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก

ล่าสุดทางธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ให้ข้อมูลอธิบายเพิ่มเติมถึง 3 ประเด็นที่ประชาชนเข้าใจผิดเพิ่มเติมด้วย ดังนี้

ความเข้าใจผิดแรก เงินฝากส่วนที่เกิน 1 ล้านบาท จะไม่ได้รับคืน

ความเข้าใจผิด ต่อการ ปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก ประเด็นแรกนี้ ทางธนาคารแห่งประเทศไทยให้ข้อมูลไว้ว่า มีสิทธิได้รับคืน โดยเงินฝากที่ไม่เกิน 1 ล้านบาท ต่อสถาบันการเงิน จะได้รับความคุ้มครองทันที ขณะที่เงินฝากส่วนที่เกิน ยังมีสิทธิได้รับคืน แต่ต้องรอการชำระบัญชีให้เสร็จสิ้นก่อน จากนั้นจึงจะได้รับคืนตามลำดับการชำระคืนเจ้าหนี้ตามกฎหมาย

ความเข้าใจผิดที่สอง ลดวงเงินคุ้มครองเงินฝาก เพราะสถาบันการเงินมีปัญหา

ไม่เกี่ยวข้องกัน การลดวงเงินคุ้มครอง เป็นไปตามแผนที่กำหนดเดิมของสถาบันคุ้มครองเงินฝาก โดยตั้งแต่ปี 2551 ได้กำหนดวงเงินคุ้มครองลดลง เป็นขั้นบันไดมาเป็นลำดับ เพื่อให้ประชาชนคุ้นเคยและค่อยๆ ปรับตัวได้อย่างเหมาะสม

ทั้งนี้ ปัจจุบัน สถาบันการเงินมีฐานะเข้มแข็ง ภายใต้การกำกับดูแลของแบงก์ชาติ จากเงินกองทุน และสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง และยังสูงกว่าประเทศอื่นในภูมิภาค สถาบันการเงินยังมีศักยภาพในการให้ความช่วยเหลือตามมาตรการทางการเงินและรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจจากโควิด 19

ความเข้าใจผิดที่สาม การปรับลดวงเงินคุ้มครอง ในช่วงโควิด 19 ส่งผลกระทบต่อประชาชน

การลดวงเงินไม่กระทบผู้ฝากเงินส่วนใหญ่ เพราะวงเงินคุ้มครอง 1 ล้านบาทนี้ มีผู้ฝากเงินที่ได้รับการคุ้มครองเต็มจำนวน 82 ล้านราย หรือคิดเป็น 98% ของผู้ฝากที่ได้รับการคุ้มครองทั้งระบบอยู่แล้ว

หากพิจารณาการดำเนินการในลักษณะเดียวกันของต่างประเทศ พบว่า ไม่มีหน่วยงานคุ้มครองเงินฝากปรับเพิ่มวงเงินคุ้มครองในช่วงโควิด 19

หมายเหตุ: วิธีการนับจำนวนรายคือ จำนวนผู้ฝากเงินแต่ละรายที่มีอยู่ในสถาบันการเงินแต่ละแห่ง เช่น

  • นาย ก มีบัญชีเงินฝากกับธนาคาร A2 บัญชี นับเป็น 1 ราย
  • นาย ข มีบัญชีเงินฝากกับ 3 ธนาคาร นับเป็น 3 ราย

ทั้งนี้ การปรับลดวงเงินคุ้มครองเงินฝากลงมาอยู่ที่ 1 ล้านบาทต่อบัญชีต่อรายสถาบันการเงิน จากเดิมอยู่ที่ 5 ล้านบาทต่อบัญชีต่อรายสถาบันการเงิน เป็นไปตามกฎหมายคุ้มครองเงินฝาก โดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์ 2 เรื่องหลัก คือ การรักษาเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน และการคุ้มครองผู้ฝากเงินรายย่อย ซึ่งไม่ได้เป็นผลมาจากการระบาดของโควิด-19 และปรับลดวงเงินคุ้มครองแต่อย่างใด

ในปัจจุบันฐานะการดำเนินงานและเงินกองทุนธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งยังแข็งแกร่ง มีการดำเนินงานด้วยความระมัดระวัง และมีธนาคารแห่งประเทศไทยกำกับดูแลอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ นายรณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพระบบสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การที่สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (DPA) จะปรับลดการคุ้มครองเงินฝากที่ผู้ฝากแต่ละรายมีอยู่ในสถาบันการเงิน (สง.) แต่ละแห่งเหลือ 1 ล้านบาท โดยเริ่มให้มีผลตั้งแต่วันที่ 11 สิงหาคม 2564 เป็นต้นไปนั้น การปรับลดวงเงินคุ้มครองฯ ดังกล่าว เป็นไปตามกรอบการดำเนินการที่กำหนดไว้ โดยจะยังสามารถคุ้มครองผู้ฝากเงินได้ถึงร้อยละ 98 ของผู้ฝากเงินทั้งระบบสถาบันการเงิน ซึ่งสถาบันการเงินในปัจจุบันนี้มีความเข้มแข็ง จึงไม่มีความจำเป็นต้องเลื่อนเวลาการปรับลดวงเงินดังกล่าวออกไปอีก   

ทำความรู้จัก สถาบันคุ้มครองเงินฝาก

สถาบันคุ้มครองเงินฝาก (สคฝ.) หรือ DPA มีบทบาทสำคัญในการคุ้มครองเงินฝากแก่ผู้ฝากทั้งที่เป็นบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นชาวไทยหรือชาวต่างชาติที่ฝากเงินเป็นสกุลเงินบาทกับสถาบันการเงินของไทยภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝาก ซึ่งประกอบด้วย ธนาคารพาณิชย์ไทย 18 แห่ง สาขาธนาคารต่างประเทศ 12 แห่ง บริษัทเงินทุน 2 แห่ง และบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ 3 แห่ง รวมทั้งสิ้น 35 แห่ง ซึ่งจะคุ้มครองทันทีในลักษณะ 1 รายชื่อผู้ฝากต่อ 1 สถาบันการเงิน

โดยคุ้มครองบัญชีเงินฝาก 5 ประเภท ได้แก่ 1.เงินฝากกระแสรายวัน 2.เงินฝากออมทรัพย์ 3.เงินฝากประจำ 4.บัตรเงินฝาก และ 5.ใบรับฝากเงิน โดยบัญชีเงินฝากที่ได้รับความคุ้มครองต้องเป็นสกุลเงินบาทเท่านั้น ทั้งนี้ หากสถาบันการเงินที่อยู่ภายใต้กฎหมายคุ้มครองเงินฝากถูกเพิกถอนใบอนุญาต ผู้ฝากจะได้รับเงินฝากคืนภายใน 30 วัน ตามวงเงินที่กฎหมายกำหนด

ท่านสามารถตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการคุ้มครองเงินฝากได้ที่

ศูนย์ข้อมูลคุ้มครองเงินฝาก 

โทรศัพท์ : 1158

อีเมล์ : info@dpa.or.th

โทรศัพท์ : 0 2283 5888

อีเมล์ : SRD@bot.or.th 

เปรียบเทียบบัตร

สำหรับท่านที่ สนใจสมัครบัตรเครดิตไว้ใช้ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน สามารถเปรียบเทียบความคุ้มค่าของบัตรเครดิตได้ ที่นี่ 

ไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @MoneyGuruThailand

ข้อมูลอ้างอิง