การเงินของฟรีแลนซ์ บริหารอย่างไรให้มีเงินพอใช้ทั้งเดือน

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "เคล็ดลับการเงิน"

August 28, 2017


การเงินของฟรีแลนซ์

การเงินของฟรีแลนซ์ นั้นบริหารได้ยากกว่าพนักงานกินเงินเดือน เพราะรายได้ของฟรีแลนซ์นั้นเข้ามาแบบไม่แน่ไม่นอน “ส่งงานวันนี้ ได้เงินเดือนหน้า” ถือเป็นคำพูดที่เหล่าฟรีแลนซ์คุ้นชิน แม้ว่าการทำงานฟรีแลนซ์นั้นจะดูเหมือนสบาย ไม่มีกฎเกณฑ์ในการปฏิบัติงาน มีความอิสระทางด้านเวลาสูง อยากทำงานตอนไหนก็ได้ ขอเพียงทำเสร็จตามกำหนดส่งก็พอแล้ว นอกจากนี้ยังไม่มีข้อจำกัดทางด้านรายได้อีกด้วย ทำมากก็ได้มาก ทำน้อยก็ได้น้อย
แต่เอาจริง ๆ แม้ว่าจะดูสบาย แต่เหล่าฟรีแลนซ์ก็มักจะต้องกุมขมับกับเรื่องการเงินอยู่ทุกเดือน เพราะรายได้นั้นคาดการณ์ได้ยาก จำนวนที่ได้รับในแต่ละเดือนก็ไม่เท่ากัน บางครั้งก็ได้ไม่ตรงเวลาอีก ทำให้ต้องคิดเยอะก่อนจะใช้เงิน ต้องเผื่อเงินเอาไว้สำหรับเรื่องฉุกเฉินตลอด หากบริหารเงินผิดพลาดอาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้เลย MoneyGuru.co.th จึงมีเทคนิคในการวางแผนการเงินสำหรับมนุษย์ฟรีแลนซ์มาฝากกัน

1. สำรวจรายจ่ายของคุณ

สิ่งแรกที่ต้องทำคือ สำรวจรายจ่ายของคุณก่อนว่ามีอะไรบ้าง ทำง่าย ๆ คือ แบ่งรายจ่ายออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่
  • ค่าใช้จ่ายคงที่ คือค่าใช้จ่ายประจำที่คุณจำเป็นต้องจ่ายอยู่ทุกเดือน มีจำนวนที่ตายตัวเท่ากันทุกเดือน เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าผ่อนบ้าน ค่างวดรถ ฯลฯ
  • ค่าใช้จ่ายผันแปร คือค่าใช้จ่ายที่มีจำนวนไม่แน่นอน เปลี่ยนไปตามพฤติกรรมการใช้เงินของคุณ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าอาหาร ค่าบิลบัตรเครดิต ฯลฯ
  • เงินเก็บออมส่วนต่าง ๆ ทั้งเก็บออมทั่วไป เงินเกษียณอายุ เงินสำหรับเรื่องฉุกเฉิน และการลงทุน
เมื่อแยกออกมาได้แล้ว ก็จะทำให้คุณมองเห็นได้ชัดเจนว่า แต่ละเดือนคุณจำเป็นต้องใช้เงินเท่าไหร่ จะได้รู้ว่าต้องทำงานมากน้อยแค่ไหน จึงจะสามารถครอบคลุมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านั้น รวมไปถึงมองเห็นด้วยว่าค่าใช้จ่ายอะไรที่ไม่จำเป็นและสามารถตัดมันออกไปได้ ช่วยให้คุณประหยัดเงินได้มากขึ้น

2. จัดสรรเงินเพื่อค่าใช้จ่ายคงที่

ด้วยความไม่แน่นอนของรายรับที่จะเข้ากระเป๋าของมนุษย์ฟรีแลนซ์ บางเดือนอาจจะได้เยอะ บางเดือนอาจจะไม่ได้เลยสักบาทเดียว ทำให้สิ่งแรกที่ต้องทำคือกันเงินรายได้เอาไว้สำหรับรายจ่ายประจำที่คงที่ก่อนเป็นอันดับแรก เพราะเป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่สามารถขาดจ่ายได้ ส่วนรายจ่ายอื่น ๆ ค่อยไปบริหารจัดการในภายหลัง โดยเงินก่อนนี้ มิใช้เตรียมเอาไว้สำหรับเดือนต่อเดือนเท่านั้น แต่ควรสำรองเอาไว้เป็นเวลา 2-3 เดือนเลย เผื่อเอาไว้ในกรณีที่บางเดือนไม่มีรายได้นั่นเอง

3. เก็บออมเงินสำหรับเรื่องฉุกเฉิน

เงินส่วนนี้ เป็นเงินคนละส่วนจากข้อที่แล้ว เป็นเงินที่เอาไว้ใช้สำหรับกรณีฉุกเฉิน เช่น เจ็บป่วย อุบัติเหตุ รถเสีย ซ่อมแซมบ้าน ฯลฯ เพราะมนุษย์ฟรีแลนซ์นั้น ไม่มีสวัสดิการใด ๆ มาช่วยเหลือยามป่วยไข้ ต่างจากพนักงานออฟฟิศ หรือหากไม่อยากเก็บเงินเอาไว้ กลัวห้ามใจไม่อยู่เผลอเอาไปใช้จ่ายเล่น ลองพิจารณาการทำประกันสุขภาพเอาไว้ ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีมาก

4. เก็บเงินสำหรับเกษียณอายุ

เช่นกัน เงินส่วนนี้เป็นเงินคนละส่วนจาก 2 ข้อที่แล้ว โดยเมื่อคุณเก็บออมส่วนนี้เอาไว้ได้ก้อนหนึ่ง ก็ควรนำเงินส่วนนี้ไปลงทุนเพื่อให้เงินทำงานแทนคุณและงอกเงยต่อไปเรื่อย ๆ โดยต้องไม่ลืมเก็บเงินออมสำหรับส่วนนี้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกเดือน เงินจะได้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเพียงพอในช่วงวัยเกษียณอายุของคุณ

5. ประกันสังคมต้องไม่ลืม

ประกันสังคมนั้นประกาศใช้ ประกันสังคม มาตรา 40 ซึ่งร่างออกมาใหม่สำหรับผู้ประกันตนที่เป็นมนุษย์ฟรีแลนซ์โดยเฉพาะ เพื่อที่จะได้รับสวัสดิการเฉกเช่นเดียวกับพนักงานออฟฟิศที่มีสวัสดิการประกันสังคมนั่นเอง โดยมีเงื่อนไขคือมีอายุตั้งแต่ 15-60 ปี ไม่เป็นลูกจ้างในสถานประกอบการใด ๆ หรือเป็นผู้ประกันตนตามสมัครใจในมาตรา 39 โดยมีด้วยกัน 2 ทางเลือก (โดยแต่ละทางเลือกจะมีสิทธิประโยชน์ที่แตกต่างกัน)  ได้แก่
  • จ่าย 100 บาท/เดือน (ผู้ประกันตนจ่าย 70 บาท รัฐสนับสนุน 30 บาท)
  • จ่าย 150 บาท/เดือน (ผู้ประกันตนจ่าย 100 บาท รัฐสนับสนุน 50 บาท)
การเป็นมนุษย์ฟรีแลนซ์นั้น จำเป็นต้องมีวินัยทางการเงินมากกว่ามนุษย์เงินเดือน เพราะมีความไม่แน่นอนมากกว่า หากเดินหมากผิดพลาดหรือไม่รู้จักเผื่อเงินเก็บเงินเอาไว้ อาจจะทำให้เดือดร้อนได้ ยิ่งไม่มีสวัสดิการต่าง ๆ ดังเช่นพนักงานบริษัทด้วยแล้ว ยิ่งต้องระมัดระวังในการใช้จ่าย เพราะไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เช่น ป่วยไข้ ซ่อมบ้าน ซ่อมรถ หรือค่าใช้จ่ายจิปาถะต่าง ๆ ก็ต้องออกเงินเองหมด อาจจะทำให้การเงินติดขัด เงินไม่พอใช้ ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน และส่งผลให้มีปัญหาทางด้านการเงินมากมายตามมาได้

เคล็ดลับการเงิน

สนับสนุนข้อมูล ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ สำนักงานประกันสังคม

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน