กองทุนรวม สำหรับมือใหม่หัดลงทุน

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "เคล็ดลับการเงิน"

June 26, 2015


กองทุนรวม สำหรับมือใหม่หัดลงทุน
จากผลการวิจัยการเตรียมความพร้อมในการวางแผนการเงินเพื่อวัยเกษียณของกลุ่มคนช่วงอายุ 40-60 ปีในประเทศไทย สำรวจพบว่าคนไทย เริ่มออมที่อายุเฉลี่ย 42 ปี ซึ่งถือว่าช้ามาก วิธีการออมส่วนใหญ่ก็ออมโดยฝากเงินในบัญชีออมทรัพย์เท่านั้น ซึ่งให้ผลตอบแทนในอัตราที่ต่ำมาก
เป็นนโยบายของรัฐบาลไทย ที่ต้องการสนับสนุนให้คนไทยเก็บออมเงินกันมากขึ้น เพื่อที่จะได้ดูแลตนเองได้แม้เกษียณแล้ว และไม่มีรายได้ประจำ จึงได้จัดตั้งสิทธิพิเศษสำหรับผู้ลงทุน ออมเงิน ใน กองทุนรวม ขึ้น โดยมี กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (Retirement Mutual Funds – RMF) กับกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (Long-Term Equity Funds – LTF) โดยให้สิทธิประโยชน์ได้แก่ส่วนลดหย่อนภาษีเงินได้รายปีนั่นเอง ใครก็ตามที่มีความสามารถในการเก็บออมเงินในวันนี้ แล้วต้องการมีเงินเก็บเมื่อเกษียณ หรือมีเงินในบั้นปลายชีวิต ก็ควรใช้สิทธิ์ส่วนนี้ให้เต็มที่เพื่อผลประโยชน์ของตัวเราเองนะครับ

LTF คืออะไร?

LTF หรือ Long-Term Equity Fund คือกองทุนรวมหุ้นระยะยาว เป็นกองทุนรวมที่เน้นการลงทุนในหุ้นเป็นหลัก เหมาะสำหรับท่านที่ต้องการลงทุนระยะยาว แต่ไม่มีความชำนาญเกี่ยวกับการลงทุนหุ้น หรือไม่มีเวลาติดตามการลงทุนหุ้นอย่างใกล้ชิดด้วยตัวเอง LTF ได้ทำการจดทะเบียนในหุ้นตลาดรอง เช่น SET และ MAI

RMF คืออะไร?

RMF หรือ Retirement Mutual Fund คือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ เป็นกองทุนรวมที่ลงทุนในสินทรัพย์หลายๆประเภท มีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้คนไทยสามารถสร้างวินัยในการออมในระยะยาวเพื่อการเกษียณ โดยอาจจะมีลักษณะคล้ายกับกองทุนสำรองเพื่อการเลี้ยงชีพ (Provident Fund) หรือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) (Government Pension Fund) เหมาะสมสำหรับคนทุกกลุ่ม ทุกช่วงอายุที่ต้องการออมเงินเพื่อวัยเกษียณนั่นเองครับ
กองทุนทั้งสองรูปแบบนี้ให้สิทธิพิเศษกับผู้ที่ลงทุน โดยคุณสามารถนำเงินที่คุณลงทุนในแต่ละปีมาใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้อีกด้วย ซึ่งมีกำหนดเงื่อไขการลดหย่อนภาษีไว้ดังต่อไปนี้

จำนวนเงินที่ซื้อได้เพื่อนำมาลดหย่อนภาษี

LTF ซื้อได้สูงสุด 15% ของรายได้และไม่เกิน 500,000 บาท
RMF ซื้อได้สูงสุด 15% ของรายได้และไม่เกิน 500,000 บาท (เมื่อรวมกับจำนวนเงินที่สมทบเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) หรือ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และ ประกันแบบบำนาญ)

เงื่อนไขในการซื้อกองทุนรวมหุ้น

LTF ซื้อแล้วจะต้องถือไว้อย่างน้อย 5 ปีปฎิทิน จึงจะสามารถขายได้โดยไม่ผิดเงื่อนไข
RMF ต้องซื้อติดต่อกันทุกปี โดยซื้อรวมกันทั้งปีแล้วต้องไม่ต่ำกว่า 3% ของรายได้หรือ 5,000 บาท นอกจากนั้นยังต้องถือไว้เกินกว่า 5 ปี และผู้ถือจะต้องมีอายุเกิน 55 ปี ถึงจะสามารถนำออกมาขายได้โดยไม่ผิดเงื่อนไข

5 วิธีการลงทุน RMF และ LTF ให้ได้กำไร

1. ประเมินตัวเอง

เราต้องการลงทุนแต่ละอย่างเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ ยังไงบ้าง เพื่อประเมินความเสี่ยงของการลงทุนที่คุณจะลงทุน โดยจะต้องดูว่ามีการกระจายความเสี่ยงเพียงพอหรือไม่ เหมาะกับความต้องการการใช้เงินในอนาคตของเราหรือไม่ หากประเมินแล้วยังสามารถรับความเสี่ยงเพิ่มได้อีกจะเพิ่มสัดส่วนการลงทุนอีกก็ยังได้ แต่ขอแนะนำให้เริ่มทีละน้อยครับ อย่าเร่งจะดีที่สุด

2. เปรียบเทียบข้อมูล

เราต้องศึกษาก่อนว่าเขาจะเอาเงินของเราไปลงทุนกับอะไรบ้าง สำหรับ LTF จะใช้เวลาประมาณ 5 ปี แต่หากครบ 5 ปีแล้วคุณต้องการนำเงินก้อนนั้นออกมาใช้งานก็ได้ หรือหากคุณไม่ต้องรีบเอาเงินก้อนนั้นออกมาใช้ก็ลงทุนต่อไปเลยก็ได้ครับ
ส่วน RMF มีหลายนโยบายในการลงทุน ไม่ว่าจะเป็นกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ระยะยาว กองทุนหุ้น กองทุนทองคำ แต่ RMF เป็นกองทุนเพื่อการเกษียณ ดังนั้นเราไม่ต้องมาลุ้นว่าเงินที่เราลงทุนไปจะหายไปไหน แต่ว่าเราจำเป็นจะต้องตรวจสอบนโยบายของบริษัท หรือกองทุนที่เราจะลงทุนด้วยก่อน เพื่อเปรียบเทียบความคุ้มค่า และตรวจสอบเปรียบเทียลผลตอบแทนของแต่ละกองทุนนั่นเองครับ

3. การลงทุนระยะยาว

การลงทุน LTF กับ RMF เป็นการลงทุนระยะยาวครับ ลงทุนไปแล้วไม่ค่อยต้องมาดูแลเท่าไหร่เพียงแค่คอยมาปรับพอร์ทการลงทุนทุกๆ 6 เดือนหรือ 1 ปีก็พอ ดังนั้นเราควรดูรายละเอียดของแต่ละกองทุนที่เราต้องการลงทุนว่าต้องเป็นกองทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว โดยให้ดูผลประโยชน์ไปใน 3-5 ปีข้างหน้า ดูว่าจะต้องมีเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) ที่เหมาะสม ดูให้ดีก่อนตัดสินใจนะครับเพราะว่ากองทุนระยะยาวแบบนี้เราจะต้องถือครองจนกว่าจะครบระยะเวลา 5 ปีครับ

4. จังหวะการลงทุนก็สำคัญ

การลงทุนในกองทุน LTF กับ RMF เน้นการลงทุนในหุ้น ในรูปแบบการลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุน โดยมีการวางแผนซื้อในวงเงินเท่าๆกัน สม่ำเสมอทุกเดือน
ท่านที่ต้องการซื้อ RMF เน้นการลงทุนตราสารหนี้ที่เน้นรับความเสี่ยงต่ำได้ ก็สามารถซื้อได้ตั้งแต่ต้นปี เพราะตราสารหนี้มีความผันผวนของตลาดต่ำ ให้ผลตอบแทนสม่ำเสมอ และมีระยะเวลาถือครองตายตัวนั่นเองครับ

5. อยากเปลี่ยนกองทุนหลังลงทุนไปแล้ว

หากสถานการณ์เปลี่ยน สภาพเศรษฐกิจเปลี่ยน แล้วคุณเห็นว่ามีความเสี่ยงที่จะมีผลกระทบระยะยาวมากกว่า 6 เดือน เช่น หากมีวิกฤติเศรษฐกิจ ทำให้ราคาสินทรัพย์มีความเสี่ยง โดยเฉพาะหุ้น ที่มีโอกาสปรับตัวลงได้ ก็อาจจะสับเปลี่ยนกองทุน RMF ไปลงทุนตราสารหนี้แทนเพื่อเป็นการลดความเสี่ยงก็ได้ครับ
กองทุน LTF คุณสามารถช่วยลดความเสี่ยงได้บางส่วน คือ หากคุณถือหุ้นในกองทุน LTF อยู่ไม่เกิน 70% นักลงทุนเองควรหาโอกาสเปลียนมาลงทุนในกองทุนหุ้นแทน เพื่อเป็นการลดความเสี่ยงลง เพราะการลงทุนตราสารหุ้นจะให้ผลตอบแทนดีกว่าในระยะยาว
การลงทุนในกองทุนรวม RMF หรือ LTF เป็นการลงทุนที่ช่วยประหยัดภาษีให้คุณได้ โดยผู้ลงทุนจะต้องทำการศึกษาเงื่อนไขที่กำหนดไว้ตามกฎหมาย โดยรวมแล้ว หากคุณลงทุนใใน RMF คุณก็ควรลงทุนใน LTF ด้วยเช่นกัน ไม่เพียงแค่ช่วยลดหย่อนภาษีเงินได้รายปีแล้ว ยังสามารถช่วยสร้างเงินออมในระยะยาว ช่วยให้เรามีกองทุนสำรองเพื่ออนาคตของเราได้ มีโอกาสให้เราสามารถสร้างผลตอบแทนที่เรานำไปใช้งาน และต่อยอดต่อไปได้อีกด้วย อย่ามัวมองแต่ความสำคัญเรื่องการลดภาษีแต่อย่างเดียวนะครับ ผลตอบแทนอื่นๆเราก็ควรคำนึงถึงด้วยเพื่อตัวเราเองครับ
MoneyGuru.co.th ช่วยคุณประหยัดทั้งเงินทั้งเวลา เปรียบเทียบราคาประกันภัยรถยนต์กับเราวันนี้ รับใบเสนอราคาฟรี

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน