มาตรการ ลดดอกเบี้ย​เหลือ​ 1%  ส่งผลดี ผลเสียอย่างไรแก่ประชาชนไทยตาดำๆ

โดย MoneyGuru.co.th, ในหมวดหมู่ "สินเชื่อส่วนบุคคล,ไลฟ์สไตล์"

February 7, 2020


เมื่อเร็วๆนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)  มีทางมติเอกฉันท์ ให้ ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ​เป็น 0.25% ต่อปี จากเดิม 1.25% ต่อปี​ มาอยู่ที่ 1% โดยให้มีผลทันที เนื่องจากประเมินว่า​เศรษฐกิจ​ไทยปี​ 2563​ มีแนวโน้มขยายตัว​ต่ำกว่าที่ประมาณ​การไว้​ จากผลกระทบไวรัส​โคโรน่า​หรือภัย​แล้ง ดังนั้น​ประชาชนตาดำๆอย่างเราๆจะมีผลกระทบอะไรบ้าง จะส่งสัญญาณดีหรือร้ายขนาดไหนเราไปหาคำตอบกัน

อัพเดท…!! ธนาคารไหนบ้างมีการปรับลดดอกเบี้ย​เหลือ​ 1% แล้วในเวลานี้

 

กนงลดดอกเบี้ย

 

ลดดอกเบี้ย ​เหลือ​ 1%  มีผลดี ผลเสียอย่างไร หลังประเมินเศรษฐกิจไทย​แย่กว่า​คาด

เหตุผลหลักที่จำเป็นต้อง ลดดอกเบี้ย​เหลือ​ 1% ก็เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในปี 2563 จะมีการขยายตัวต่ำกว่าประมาณการเดิมและจะต่ำไปมากกว่านี้อีก เพราะการมาถึงของ ไวรัสโคโรนา ที่ทำให้ไทยสูญเสียรายได้จากประเทศจีนไปหลายพันล้านนอกจากนี้ยังมี ภัยแล้ง ความล่าช้า พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี และอัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มต่ำกว่ากรอบเป้าหมายเงินเฟ้อนอกจากนี้แนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยยังส่งให้เสถียรภาพจากระบบการเงินไทยก็เปราะบางเพิ่มขึ้นอีกด้วย ทำให้เวลานี้ทางรัฐบาลจำเป็นต้องออกนโยบาย ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากเดิม  1.25% ต่อปี มาอยู่ที่ 1% ต่อปีแทน เพื่อลดผลกระทบจากปัจจัย​ลบ​ และช่วยสนับสนุน​สภาพ​คล่องภาคธุรกิจนอกจากนี้ยังช่วยปรับโครงสร้าง​หนี้ที่เวลานี้กำลังขยายตัวเป็นจำนวนมาก

บทความน่ารู้ : วิธีคิดดอกเบี้ยผิดนัดชําระหนี้ใหม่ ที่ประชาชนต้องรู้

ผลดี ที่ประชาชนไทยจะได้รับ

สำหรับท่านผู้อ่านที่กำลังจะกู้เงินหลังจากการมาถึงของการลดดอกเบี้ยจะทำให้ ดอกเบี้ยเงินกู้ ลดลง และกู้ได้มากขึ้นอันเนื่องมาจากต้นทุนการกู้ถูกลงโดยล่าสุดทาง ธนาคารกสิกรไทยนำร่องปรับลดอัตราดอกเบี้ย MRR สำหรับลูกค้าบุคคล และลูกค้าผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ลง 0.25% จากเดิม 6.87% เป็น 6.62% ด้าน นักเล่นหุ้น ดัชนี SET Index หลังจากประกาศลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงหุ้นปรับตัวขึ้นกว่าถึง 0.97% อันเนื่องมาจาก ความคาดหวังการลดดอกเบี้ยจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ ทำให้ผลักดันตลาดหุ้นต่อไปได้เพราะการผ่อนคลายนโยบายการเงินแต่อนาคตไม่สามารถประเมินได้ว่าเศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นหรือแย่ลง ผลดีต่อมาคือเงินบาทไทยอ่อนค่าลงเพราะยังมีบางประเทศในเอเชียที่ยังไม่ได้ลดดอกเบี้ย อาจพอจะดึงให้นักลงทุนบ้างประเทศหันมาลงทุนในประเทศไทยได้มากยิ่งขึ้น

 

ผลเสีย ที่ประชาชนไทยจะได้รับ

คนฝากเงินในธนาคารงานเข้า หลังจากการลดดอกเบี้ย​เหลือ​ 1%  ธนาคารจะต้อง ลดดอกเบี้ย เงินฝากตามการลดดอกเบี้ยเงินกู้ด้วย โดยจะมากจะน้อยอยู่ที่แต่ละธนาคารล่าสุดทาง  ธนาคารกสิกร ไม่ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์บุคคลธรรมดา แต่มีการปรับลดเฉพาะอัตราดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์นิติบุคคลลง 0.10% – 0.12% และเงินฝากประจำลง 0.05%-0.25% ด้าน กองทุนก็ได้รับผลกระทบ ทั้งบำนาญข้าราชการ กองทุนประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนรวมตลาดเงิน จะมีผลตอบแทนรวมลดลง เพราะกองทุนส่วนใหญ่มักจะลงทุนในตลาดเงินโดยเฉพาะพันธบัตรรัฐบาลมากว่า 70% ขึ้นไปนั้นจึงทำให้เมื่อ ดอกเบี้ยนโยบายลดลง  ผลตอบแทนจากพันธบัตรจะลดด้วย  ส่งผลกระทบต่อผู้ออมเงินไปเต็มๆ นอกจากนี้ ภาคอสังหาริมทรัพย์อาจจะเกิดการเก็งกำไรมากขึ้นเพราะมีเม็ดเงินนอกเข้ามาจนทำให้ราคาปรับขึ้นอีกครั้ง บ้านแพงขึ้น สวนทางกับรายได้ของคนในประทศ

 

ทั้งหมดทั้งมวลนี้หากจะสรุปง่ายๆก็คือ ประเทศไทยในเวลานี้เข้าขั้นวิกฤตเพราะการปรับนโยบายการเงินไม่ใช้เรื่องที่เกิดได้บ่อยๆ โดยเฉพาะการลดดอกเบี้ยต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ถ้าจะมองในมุมที่ดีก็คือ  การลดขึ้น ดอกเบี้ยของแบงค์ชาติ เพื่อทำการการปรับจูน เศรษฐกิจไทยให้ไปในทิศทางที่ดีขึ้นดังนั้นการจะลดจะขึ้น มันก็อาจะไม่ได้แปลว่า จะเลวร้ายเสมอไปเพราะเวลานี้ สถานะการณ์โลกโดยรวมก็เเย่และอาจส่งผลลบรุนแรงต่อประเทศไทยได้ในอนาคตดังนั้น หากทาง  คณะกรรมการนโยบายการเงิน ออกมาตรการลดดอกเบี้ย เพื่อกระตุ้นการใช้จ่าย การลงทุนในประเทศอาจจะมาถูกทางแล้วก็เป็นได้

บทความน่ารู้ : มาตรการ LTV  ในการกู้ซื้อบ้านจาก  ธอส.

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวเลือก สินเชื่อส่วนบุคคล เพียงคลิกเข้ามาเปรียบเทียบที่ MoneyGuru.co.th คุณจะได้รับข้อเสนอจากผู้ให้กู้สินเชื่อต่าง ๆ ในที่เดียว ไม่ต้องไปติดต่อสถาบันการเงินต่าง ๆ ทีละเจ้าให้เสียรง เสียเงิน และเสียเวลา

รับจดหมายข่าว

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน