กฎหมายทวงหนี้ รู้เอาไว้ ไม่เป็นเหยื่อนักทวงหนี้เถื่อน

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "เคล็ดลับการเงิน"

June 1, 2017


กฎหมายทวงหนี้

ปัจจุบันนี้มีพระราชบัญญัติการทวงหนี้ฉบับใหม่ ซึ่งประกาศใช้ตั้งแต่ พ.ศ. 2558 ที่ผ่านมา เพื่อแก้ปัญหาการทวงหนี้แบบกดขี่ข่มเหง และคุ้มครองลูกหนี้จากการโดนทวงหนี้ที่ไม่เป็นธรรม แต่กฎหมายจะไม่มีทางสำเร็จได้ หากผู้ตกเป็นเหยื่อไม่รู้กฎหมาย และไม่ไปดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีเอาผิด MoneyGuru.co.th จึงรวบรวมข้อมูลจาก กฎหมายทวงหนี้ ฉบับใหม่ว่าเจ้าหนี้ไม่สามารถทำอะไรได้บ้างในการทวงหนี้ เพื่อลูกหนี้ทั้งหลายจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อการทวงหนี้แบบหฤโหดอีกต่อไป

1. กฎหมายทวงหนี้ ระบุชัด ผู้ที่จะทวงหนี้ต้องจดทะเบียน

การทวงหนี้ตามพรบ.ทวงหนี้ พ.ศ. 2558 นั้นระบุเอาไว้ชัดเจน ว่าผู้ที่จะสามารถทวงหนี้ได้นั้นจะต้องมีการจดทะเบียนตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขของกระทรวงเท่านั้น และมีหนังสือมอบอำนาจจากเจ้าหนี้หรือสถาบันการเงินโดยต้องมีหลักฐานมาแสดง แม้แต่ผู้ที่เป็นทนายที่ได้รับการว่าจ้างให้ไปทวงถามหนี้ ก็ต้องได้รับการรับรองขึ้นทะเบียนจากสภาทนายความด้วย

โดยการทวงหนี้ไม่ว่าจะในรูปแบบตัวต่อตัวหรือทางโทรศัพท์ ก็ต้องมีการแสดงตัวตน แจ้งชื่อ-นามสกุล หน่วยงานต้นสังกัดด้วยทุกครั้ง หากเจ้าหนี้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กฎหมายข้อนี้กำหนดมาเพื่อป้องกันเจ้าหนี้นอกระบบส่งนักทวงหนี้เถื่อนมาทวงหนี้กับลูกหนี้ ซึ่งดังที่เห็นจากข่าวในอดีตนั้นว่ามักจะทวงหนี้แบบหฤโหดนั่นเอง

นอกจากนี้ยังไม่สามารถอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐในการทวงหนี้ได้ หรือแม้แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐเองก็ไม่สามารถที่จะทวงหนี้ได้เช่นกัน เว้นเสียแต่ว่าหนี้ก้อนนั้นเป็นหนี้ของสามี-ภรรยา พ่อแม่ หรือบุตรของเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นเท่านั้น สาเหตุที่มีการกำหนดข้อกฎหมายข้อนี้ เนื่องมาจากในอดีตมาเจ้าหน้าที่ของรัฐบางกลุ่ม ใช้อำนาจหน้าที่ในทางมิชอบเพื่อทวงหนี้นั่นเอง หากลูกหนี้ถูกทวงหนี้จากเจ้าหน้าที่ของรัฐ สามารถแจ้งความเอาผิดได้ มีโทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

2. ห้ามทวงหนี้แบบหฤโหดเด็ดขาด

จากข้อที่แล้วที่เกริ่นถึงการทวงหนี้แบบโหด ๆ นั้น ตามกฎหมายทวงหนี้ฉบับใหม่ระบุเอาไว้ว่าเจ้าหนี้จะไม่สามารถทำได้อีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการข่มขู่คุกคาม, ดูหมื่นประจานการเป็นหนี้ของลูกหนี้ หรือทำร้ายร่างกายและทรัพย์สินของลูกหนี้และครอบครัว หากเจ้าหนี้กระทำการดังกล่าวถือว่ามีความผิด โทษจำคุก 5 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3. ห้ามทวงหนี้ด้วยการแอบอ้างให้ลูกหนี้เข้าใจผิด

เจ้าหนี้ที่ทวงหนี้โดยการแอบอ้างหลอกลวงให้ลูกหนี้เข้าใจผิด เช่น แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากเครดิตบูโรมาติดตามทวงหนี้ หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้จะต้องติดแบล็กลิสต์หรือติดเครดิตบูโร หรือแอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานทนายความ และหลอกลวงข่มขู่ว่าหากไม่ชำระหนี้จะดำเนินคดีความ ยึดทรัพย์สินและยึดเงินเดือนของลูกหนี้ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

4. ต้องทวงหนี้กับตัวลูกหนี้โดยตรงเท่านั้น

เจ้าหนี้จะไม่สามารถทวงหนี้กับผู้อื่นที่ไม่ใช่ตัวของลูกหนี้ ไม่ว่าจะเป็น เพื่อน เจ้านาย เพื่อนร่วมงาน คนข้างบ้าน เป็นต้น จะต้องทวงหนี้กับตัวลูกหนี้โดยตรง ตามที่อยู่และหมายเลขโทรศัพท์ที่ระบุเอาไว้ในสัญญากู้ยืมเท่านั้น โดยจะสามารถพูดคุยกับบุคคลเหล่านี้ได้ก็ต่อเมื่อต้องการสอบถามข้อมูลในการติดต่อลูกหนี้ ในกรณีที่ไม่สามารถติดต่อกับลูกหนี้ได้เท่านั้น

และที่สำคัญที่สุดไม่สามารถเปิดเผยสถานะการเป็นหนี้ของลูกหนี้ได้ด้วย ในกรณีนี้ยังรวมไปถึงการห้ามส่งจดหมายที่มีการจ่าหน้าซองที่ใช้คำบ่งบอกว่าเป็นการทวงหนี้ เช่น คำว่า “อนุมัติฟ้อง” “สำนักกฎหมายทวงหนี้” หรือ “ชำระด่วน” เป็นต้น หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

โดยหากมีการโทรศัพท์ไปทวงถามหนี้หรือเดินทางไปทวงถามหนี้ที่บ้าน แล้วได้เจอบุคคลใกล้ชิดซึ่งในที่นี้หมายถึง พ่อแม่ ญาติพี่น้อง บุตร สามี-ภรรยาของลูกหนี้ เจ้าหนี้สามารถเปิดสถานะการเป็นหนี้ของลูกหนี้ได้แต่ต้องอยู่ในขอบเขตที่จำเป็นและเหมาะสมเท่านั้น เช่น จำนวนยอดหนี้ที่ลูกหนี้ติดค้างอยู่เท่านั้น

5. ช่วงเวลาในการทวงหนี้

เจ้าหนี้จะต้องทวงหนี้ตามช่วงเวลาที่กฎหมายกำหนดเอาไว้เท่านั้น โดยการโทรทวงถามหนี้นั้นต้องมีความถี่ที่เหมาะสมด้วย ห้ามโทรบ่อยครั้งหรือโทรจิกลูกหนี้เด็ดขาด ซึ่งระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดนั้น มีดังต่อไปนี้

  • วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 8:00 น. – 20:00 น.
  • วันหยุดราชการ เวลา 8:00 น. – 18:00 น.

หากไม่สามารถติดต่อลูกหนี้ตามที่อยู่หรือหมายเลขโทรศัพท์ตามที่ลูกหนี้กำหนดเอาไว้นั้น สามารถติดต่อไปยังที่ทำงานหรือบุคคลใกล้ชิดที่กล่าวเอาไว้ข้างต้นได้ เพื่อสอบถามข้อมูลการติดต่อของลูกหนี้เท่านั้น ห้ามเปิดเผยการเป็นหนี้ของลูกหนี้เด็ดขาด และถ้าหากว่าลูกหนี้ไม่สะดวกให้ติดต่อตามเวลาที่กำหนดเอาไว้ข้างต้น ต้องติดต่อไปในช่วงเวลาที่ลูกหนี้ยินยอมเท่านั้น

กฎหมายทวงหนี้ฉบับใหม่นี้ออกมาเพื่อป้องกันเจ้าหนี้ทวงหนี้แบบกดขี่ข่มเหง ทำให้ลูกหนี้ที่ต้องเผชิญความเครียดที่มากมายอยู่แล้วจากเรื่องหนี้สิน ลดความกังวลใจลงไปได้บ้าง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหากต้องการจะกู้สินเชื่อ ควรขอกู้จากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่มีความน่าเชื่อถือจะดีที่สุดนะคะ โดยหากคุณผู้อ่านต้องการอ่าน พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ได้ที่นี่เลยค่ะ สำหรับบทความนี้ MoneyGuru.co.th หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับคุณผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะคะ และนอกจากสาระความรู้แล้ว คุณไม่อยากพลาดสิทธิพิเศษ ข้อเสนอดีๆ เกี่ยวกับบัตรเครดิตและสินเชื่อ คลิกมาที่ เปรียบเทียบบัตรเครดิต หรือ สินเชื่อส่วนบุคคลรับรองว่าภายใน 1 นาที คุณจะได้รับข้อเสนอที่ตรงใจคุณแน่นอน

เปรียบเทียบประกันรถยนต์

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน