ขับรถไม่ให้ปวดเมื่อย ต้องเตรียมร่างกายอย่างไรให้พร้อม

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "driving tips"

August 29, 2017


ขับรถไม่ให้ปวดเมื่อย

สำหรับผู้ที่ขับรถ จะรู้ดีกว่าการขับรถเป็นเวลานาน ๆ จะทำให้ผู้ขับขี่เกิดอาการปวดเมื่อยเป็นอย่างมาก ทั้งคอ บ่า หลัง สะโพก และลามไปถึงเข่าได้เลย ซึ่งหากขับรถนาน ๆ บ่อย ๆ อาจจะส่งผลเสียสะสมต่อร่างกาย และทำให้เกิดอาการร้ายแรงได้เลยทีเดียว MoneyGuru.co.th จึงมีการ ขับรถไม่ให้ปวดเมื่อย และเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเดินทางและระหว่างเดินทางไกล มาฝากคุณผู้อ่านกันในวันนี้

วิธีเตรียมร่างกายก่อนขับรถ

ก่อนการเดินทางไกล ควรพักผ่อนให้เพียงพอเต็มอิ่ม 8 ชั่วโมง งดการดื่มเหล้าดื่มสุรา หากรู้ตัวว่าต้องรับประทานยาที่มีผลข้างเคียงทำให้ง่วงซึม เช่น ยาแก้ปวดต่าง ๆ อาทิ ยาแก้ปวดทรามาดอล (Tramadol) ยาแก้ปวดอะมิทริปทัยลีน (Amitriptyline) และยาแก้ปวดกาบาเพนติน (Gabapentin) เพราะมีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง เพื่อบรรเทาอาการปวดนั่นเอง นอกจากยาในกลุ่มแก้ปวดแล้ว ยังมียาในกลุ่มคลายกล้ามเนื้อ อาทิ ยาโทลเพอริโซน (Tolperisone) และยาอาเฟเนดรีน (Orphenadrine) เพราะเป็นยาที่มีฤทธิ์ลดการหดเกร็งของกล้ามเนื้อในร่างกาย ทำให้ร่างกายผ่อนคลายและลดการปวดตึงของร่างกาย
ไม่เพียงกลุ่มยาที่กล่าวไปข้างต้นเท่านั้น ยังมียาชนิดอื่น ๆ ที่มีฤทธิ์ทำให้ง่วงซึมได้ เช่น ยาแก้แพ้ลดน้ำมูก ยาแก้คัน ยากล่อมประสาท ยาคลายเครียด ยาแก้เวียนศีรษะ และยาแก้เมารถ ซึ่งยาเหล่านี้อาจจะส่งผลให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ลดลง อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้ การหยุดพักเป็นระยะระหว่างเดินทาง ให้ผู้ขับบิดขี้เกียจยืดกล้ามเนื้อและล้างหน้าล้างตา ถือเป็นเรื่องที่ดีที่สุด เพราะไม่เพียงแต่ผู้ขับจะได้พักเท่านั้น แต่ยังได้พักรถยนต์ด้วย

วิธีนั่งขับรถที่เหมาะสม

1. ตำแหน่งที่นั่งไม่ควรห่างหรือชิดพวงมาลัยเกินไป ระยะเท้าควรอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ห่างจนทำให้ต้องเหยียดเพื่อเหยียบคันเร่ง เบรก และครัชท์
2. เลื่อนตำแหน่งของเบาะให้เข่าสูงกว่าสะโพก โดยต้องอยู่ในระดับที่ทำให้มีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน มองเห็นได้รอบด้าน รวมไปถึงมองกระจักหลังและกระจกข้างทั้งสองด้านได้อย่างเหมาะสม
3. ศีรษะควรอยู่ชิดพนักพิง ห่างได้ไม่เกิน 1 นิ้ว เพื่อป้องกันกล้ามเนื้อคอหดเกร็ง และช่วยลดอาการบาดเจ็บของคอหากเกิดอุบัติเหตุขึ้น
4. เบาะพิงหลังควรมีเนิ่นรีบกับหลังช่วงเอว หากรถยนต์ไม่มีตัวดันหลังให้แนบชิดกับเบาะ ควรหาหมอนหรือผ้ามาหนุนหลัง
5. การขึ้นลงรถ ไม่ควรเอี้ยวตัวในการขึ้นลง ควรหมุนตัวไปทั้งตัว ทั้งช่วงบนและช่วงล้าง และใช้มือเกาะในการพยุงตัวลุกขึ้นจากรถ

วิธีบรรเทาอาการปวดเมื่อย

หากปวดกระบอกตาและรู้สึกตาล้า ควรใส่แว่นสายตาหากเป็นผู้ที่มีปัญหาทางด้านสายตา จะได้ลดภาระการเพ่งมองของดวงตาในขณะขับรถ นอกจากนี้ หากขับรถในเวลากลางวันที่มีแสงแดดจ้า ก็ควรใส่แว่นตากันแดดเพื่อลดปริมาณแสงที่อาจจะทำให้ม่านตาทำงานหนักได้ เมื่อจอดรถติดไฟแดงก็ควรพักสายตา มองไปยังต้นไม้ใบเขียวข้างทาง หรือหลับตาพักสายตาสักครู่ ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ดี
หากปวดบ่าหรือไหล่ เนื่องจากยกบ่าและแขนในการบังคับพวงมาลัยเป็นเวลานาน ๆ ให้หมุนไหล่แบบกายบริหาร ไปข้างหน้าสลับกับไปด้านหลัง นอกจากนี้ ให้แอ่นอกไปข้างหน้าและบิดไหล่ไปด้านหลัง ก็สามารถช่วยคลายความเมื่อยล้าได้ แต่ควรจะทำขณะที่จอดรถหรือติดไฟแดงเท่านั้น หากบริหารขณะขับรถอยู่อาจจะเป็นอันตรายได้
หากปวดเมื่อยหลัง ให้จอดพักรถเป็นระยะระหว่างเดินทาง ก่อนลงจากรถให้แอ่นตัวเพื่อยืดกล้ามเนื้อหลัง จากนั้นค่อย ๆ ลงจากรถ อย่าลุกพวดพราด และทำท่าแอ่นหลังเมื่ออยู่ในท่ายืนอีกครั้ง
หากปวดเข่าหรือขา เมื่อหยุดพักรถให้ทำการหมุนข้อเท้า จิกปลายเท้า กระดกข้อเท้าขึ้น เหยียดปลายเท้าลงให้สุด และยืดกล้ามเนื้อขาด้วยการยืนพับขาไปด้านหลัง โดยใช้มือช่วยจับให้ส้นเท้าไปแตะที่สะโพก
โดยเมื่อถึงที่หมาย ให้นอนยกขางอเข่าพาดบนเก้าอี้ ให้หลังราบเสมอพื้น เพื่อให้เลือดและน้ำเหลืองไหลย้อนกลับ และทำให้หลังได้พักตัว ลดอาการหดเกร็งของกล้ามเนื้อหลัง
การขับรถที่ดีนั้น ร่างกายของผู้ขับขี่ต้องพร้อม ไม่เพียงเพื่อปกป้องสุขภาพของคุณเท่านั้น แต่ยังเพื่อความปลอดภัยของคุณ และผู้ร่วมใช้รถใช้ถนนท่านอื่น ๆ ด้วย และเคล็ดลับเกี่ยวกับรถยนต์แบบนี้ยังมีอีกมากมาย สามารถติดตามเพิ่มเติมได้ที่ MoneyGuru.co.th ได้เลยค่ะ
car tricks

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน