ขับรถฝ่าน้ำท่วม อย่างไรให้ปลอดภัย รถไม่พัง

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "driving tips"

October 11, 2016


ขับรถฝ่าน้ำท่วม

ช่วงนี้ฝนตกบ่อย เพราะเป็นช่วงปลายฝนต้นหนาว ซึ่งเอาจริง ๆ จะว่าอากาศดีมันก็ดีแหละ แต่มันคงไม่ค่อยดีต่อคนมีรถยนต์สักเท่าไรหรอก เพราะหากต้อง ขับรถฝ่าน้ำท่วม บ่อย ๆ รถยนต์ของคุณคงเป็นอันต้องพังง่ายแน่ ๆ เลย ครั้นจะให้หยุดใช้รถไปเลยก็ลำบากอีก วันนี้ MoneyGuru.co.th จึงมีวิธี ขับรถฝ่าน้ำท่วม แบบไม่ให้รถพังมาฝากกันค่ะ

ห้ามเปิดแอร์เด็ดขาด

ในขณะที่คุณขับรถลุยน้ำลึก แล้วจู่ ๆ รถเกิดดับขึ้นมา ก็ไม่ต้องแปลกใจไปค่ะ เพราะสาเหตุที่รถดับขณะขับรถลุยน้ำท่วม ส่วนใหญ่เกิดจากการเปิดแอร์ขณะขับรถค่ะ เพราะว่าเมื่อคุณเปิดแอร์ พัดลมของเครื่องยนต์จะทำงาน ใบพัดก็จะพัดให้น้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่อง เครื่องก็เลยดับเอาง่าย ๆ เลย นอกจากนี้ การที่เปิดแอร์ขณะขับรถยนต์ลุยน้ำท่วมแล้วทำให้ใบพัดหมุนนั้น ก็สามารถทำให้เศษขยะหรือพวกกิ่งไม้ใบไม้ ลอยมาติดในห้องเครื่องแล้วโดนใบพัดตัดจนใบพัดหักก็เป็นได้ ซึ่งถ้าใบพัดหักแน่นอนว่าคุณต้องขับรถต่อไปไม่ได้แน่ ๆ เพราะระบบระบายความร้อนจะมีปัญหาค่ะ

ควรใช้เกียร์ต่ำ

หากคุณขับรถเกียร์ธรรมดาลุยน้ำ คุณก็ควรใช้เกียร์ 2 ค่ะ หรือถ้าเป็นรถยนต์เกียร์ออโต้ก็ควรขับด้วยความเร็วต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ค่ะ และควรใช้ความเร็วสม่ำเสมอ ไม่ควรหยุดหรือเร่งความเร็วรถยนต์ในขณะที่ขับลุยน้ำท่วมค่ะ

ไม่ควรเร่งเครื่อง

หากคุณกำลังขับรถในขณะที่น้ำท่วม คุณไม่ควรที่จะเร่งเครื่องแรง ๆ นะคะ ซึ่งสาเหตุที่คนส่วนใหญ่ชอบเร่งเครื่องแรง ๆ เวลาขับรถลุยน้ำท่วม เพราะกลัวเครื่องยนต์จะดับหรือกลัวน้ำเข้าท่อไอเสีย ซึ่งจริง ๆ แล้วมันเป็นความเข้าใจที่ผิดมาก ๆ นะคะ เพราะแท้ที่จริงแล้วการเร่งเครื่องยนต์ยิ่งจะทำให้รถมีความร้อนสูงขึ้น เมื่อเครื่องยนต์มีความร้อนสูงขึ้น ใบพัดที่ใช้ระบายความร้อนก็จะทำงาน ผลที่ตามมาคือการที่เศษขยะและเศษสิ่งสกปรกต่าง ๆ ก็จะเข้ามาในเครื่องยนต์ และทำให้ใบพัดหักค่ะ

ควรลดความเร็วลง

การขับรถยนต์ลุยน้ำท่วม คุณควรลดความเร็วลงเมื่อกำลังจะขับรถสวนกับอีกคันที่กำลังขับมานะคะ เพราะไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นคลื่นชนคลื่น ซึ่งถ้าหากน้ำปะทะกันระหว่างรถของคุณและรถที่วิ่งสวนมา มันก็อาจจะทำให้น้ำกระเด็นเข้าไปในตัวรถยนต์ของคุณ แล้วส่งผลเสียต่ออุปกรณ์เครื่องยนต์ภายในรถได้ค่ะ

บทความน่าอ่าน: 4 วิธีรับมือกับเบรกแตกขณะขับรถ 

สิ่งที่คุณควรต้องทำหลังจากขับรถลุยน้ำลึกคือ…

 

พยายามเหยียบเบรกเพื่อไล่น้ำ

คุณควรพยายามเหยียบเบรกบ่อย ๆ ในช่วงแรก ๆ หลังจากที่คุณเพิ่งลุยน้ำลึกมา เพราะส่วนใหญ่รถยนต์มักจะเบรกไม่ค่อยอยู่หลักจากลุยน้ำลึก ดังนั้นคุณจึงควรเหยียบเบรกซ้ำ ๆ เพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรกค่ะ ส่วนเกียร์ธรรมดาก็ต้องมีการย้ำครัชเช่นเดียวกันค่ะ

ไม่ควรดับเครื่องทันที

เมื่อขับรถลุยน้ำลึกมาแล้ว คุณไม่ควรจะดับเครื่องยนต์ทันที แม้ว่าถึงจุดหมายปลายทางแล้วก็ตามค่ะ เพราะอาจจะมีน้ำค้างอยู่ในหม้อพักของท่อไอเสีย คุณจึงควรสตาร์ทรถทิ้งไว้สักพักก่อน เพื่อให้น้ำในหม้อพักมันระเหยออกไป ซึ่งถ้าหากคุณปล่อยให้น้ำค้างอยู่ในหม้อพัก สิ่งที่จะตามมาก็คือ ทำให้หม้อพักผุค่ะ

หลังจากวันที่คุณลุยน้ำท่วมมาแล้ว คุณควรทำอย่างไรต่อ?

 

ล้างรถ

ควรล้างด้วยการฉีดน้ำเข้าไปในบริเวณใต้ท้องรถ รวมทั้งบริเวณซุ้มล้อ เพื่อล้างพวกเศษทราย เศษหญ้าแห้งต่าง ๆ ที่มันเกาะติดอยู่ออกให้หมด เพราะถ้าเศษหญ้าแห้งมันติดอยู่ใต้รถ ก็จะเป็นตัวชนวนที่ทำให้เกิดไฟไหม้ได้เป็นอย่างดีค่ะ

บทความน่าอ่าน: ล้างรถที่บ้านอย่างไรให้สะอาดวาววับทั้งคัน

สำรวจน้ำมันเกียร์

ควรสำรวจน้ำมันเกียร์ว่ามันมีสีผิดปกติหรือไม่ ถ้ามีลักษณะคล้ายสีชาเย็น นั่นหมายความว่าจะต้องมีน้ำเข้าไปอยู่ในระบบเกียร์อย่างแน่นอนค่ะ

เช็คลูกปืนล้อ

พูดง่ายๆ ว่า เจอน้ำทีไร ลูกปืนล้อมักจะดัง เวลาวิ่งความเร็วสูง ๆ อันนี้ทำใจไว้ได้เลยว่าอาจต้องเปลี่ยน แต่โดยปกติแล้ว ลูกปืนล้อมักเสื่อมเร็วเพราะจอดแช่น้ำนาน ๆ มากกว่า แต่ถ้าวิ่งผ่านน้ำโดยปกติจะไม่ค่อยมีปัญหาเท่าไหร่

ตรวจสอบพื้นพรมในรถ

เพราะหลังการลุยน้ำลึกมา มีโอกาสมากที่น้ำจะซึมเข้าไปภายในห้องโดยสาร เพราะฉะนั้นคุณควรต้องเปิดผ้ายาง เปิดพรม เอามือกด ๆ ดู หรือลองเอากระดาษซับดูว่ามีน้ำอยู่หรือเปล่า ถ้ามีน้ำขังอยู่ภายในห้องโดยสารคุณก็ควรจะรื้อพรมออกมาเอาผ้าซับให้พื้นแห้ง และจอดตากแดดเอาไว้สักพักให้แห้งค่ะ

บทความน่าอ่าน: เคล็ดลับดูแลรถคู่ใจให้มีอายุยืนยาว

จะเห็นได้ว่าการขับรถลุยน้ำท่วมเป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างยิ่ง เพราะถ้าหากขับโดยไม่ใช้เทคนิคข้างบน ก็อาจจะทำให้รถพังเอาได้ง่าย ๆ เลยนะคะ และหากคุณต้องการอ่านบทความเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเงิน บัตรเครดิต รถยนต์ และประกันรถยนต์ คุณสามารถกด Subscribe ทีนี่ได้เลยค่ะ MoneyGuru.co.th จะส่งสาระความรู้ดี ๆ แบบนี้ตรงถึงอีเมลของคุณทุก ๆ สัปดาห์

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน