โปรดรอสักครู่...

บัตรกดเงินสด คือ เป็นสินเชื่อเงินสดในยามฉุกเฉิน ไม่ว่าจะต้องการเงินก้อนใหญ่หรือก้อนเล็ก ก็สามารถกดเงินสดมาใช้จ่ายได้ทันทีทุกที่ทุกเวลาผ่านตู้เอทีเอ็ม แถมชำระเงินคืนเมื่อไร วงเงินในบัตรก็กลับจะคืนมาทันที การสมัครบัตรกดเงินสดไว้ใช้ จึงช่วยเสริมสภาพคล่องในยามที่ต้องการใช้เงินด่วนได้เป็นอย่างดี

ข้อดีข้อต่อมาที่ทำให้หลายคนเลือกใช้บัตรกดเงินสด คือ สามารถใช้ผ่อนชำระสินค้าด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% ได้หลากหลาย และมีระยะเวลาในการผ่อนชำระที่ยาวนานกว่าบัตรเครดิต ทำให้ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนใหญ่ในการซื้อสินค้าสักชิ้น ทำให้มีเงินสำรองไว้ใช้ในด้านอื่นๆ ของชีวิตมากขึ้น

นอกจากนี้การกดเงินจากบัตรกดเงินสด ถ้ายังไม่พร้อมคืนเงินเต็มจำนวน ก็สามารถเลือกชำระเงินคืนขั้นต่ำ 3-5% ได้ รวมถึงไม่มีค่าธรรมเนียมเบิกถอนเงินสดล่วงหน้า 3% และไม่เก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เหมือนบัตรเครดิตทั่วไป


ใครที่เหมาะกับการสมัครบัตรกดเงินสด


จริงๆ แล้วการทำบัตรกดเงินสดเหมาะกับบุคคลธรรมดาทุกระดับที่ต้องการหมุนเงินจำนวนไม่มากนัก หรือผู้ที่ต้องการเงินก้อนในกรณีเร่งด่วน รวมถึงผู้ที่ต้องการเงินก้อนใช้อเนกประสงค์ในโอกาสพิเศษต่าง ๆ

 

เรื่องต้องระวังของการใช้บัตรกดเงินสด


 

1. อัตราดอกเบี้ยสูง ถึงแม้จะเฉลี่ยคิดเป็นรายวัน ควรกดใช้เฉพาะเมื่อมีเหตุจำเป็นฉุกเฉินเท่านั้น และไม่มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยเหมือนกับบัตรเครดิต เพียงแค่กดใช้วันเดียวก็เสียดอกเบี้ยแล้ว แม้จะไม่มีค่าธรรมเนียมในการกดเงินสดออกมาใช้เหมือนบัตรเครดิต แต่บัตรกดเงินสดถือเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด ในกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลทั้งหมด โดยมีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดของหน่วยงานผู้ออกบัตร อยู่ที่ประมาณ 24 – 28% ต่อปี แถมยังคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน ฉะนั้น ต่อให้กดเงินออกมาใช้แค่วันเดียว ก็ต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ดี ที่ร้ายหนักก็คือ หากเลือกชำระเพียงขั้นต่ำ จะทำให้ดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดบานปลายหนักเข้าไปอีก

2.ควรวางแผนการผ่อนชำระคืนเงินต้นด้วย เพราะหากชำระแต่ยอดขั้นต่ำจะทำให้เสียดอกเบี้ยสูง ดังนั้น การชำระเงินของบัตรกดเงินสดที่ควรทำ วิธีแรกก็คือการจ่ายคืนกลับไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่จำเป็นต้องรอรอบบิลเรียกเก็บเงิน วิธีถัดมา สามารถใช้บริการตัดบัญชีอัตโนมัติไม่ว่าจะเป็นการชำระหนี้จากการกดเงินสด หรือชำระหนี้ที่ผ่อนซื้อสินค้า นอกจากนี้เมื่อได้รับใบแจ้งยอดบัญชีทุกครั้ง อย่าลืมที่จะตรวจสอบรายการ ยอดรวมที่ต้องชำระ และวันครบกำหนดชำระเสมอ

 

ข้อดีของการใช้บัตรกดเงินสด



  • เป็นเงินสำรองยามฉุกเฉิน บัตรกดเงินสดนับเป็นตัวช่วยอันดับต้นๆ ยามที่ต้องใช้เงินเร่งด่วน แต่ไม่รู้จะพึ่งใคร ไม่ว่าจะจ่ายค่ารักษาพยาบาล จ่ายค่าซ่อมบ้านฉุกเฉิน จ่ายค่าเทอมลูก จ่ายค่าอุบัติเหตุ ของใช้เสีย การสมัครบัตรกดเงินสดเก็บไว้ใช้งาน เพื่อนำมาแก้ปัญหาเหล่านี้ในยามจำเป็น ก็นับได้ว่า เป็นการเตรียมตัวที่อาจช่วยให้คุณแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันท่วงที

  • ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมในการกดเงินสด หากเราใช้บัตรกดเงินสด ไม่ว่าจะกดที่ตู้ ATM ธนาคารไหน เราจะไม่เสียค่าธรรมเนียมสำหรับการกดเงินสด

  • สามารถชำระคืนขั้นต่ำได้ (เช่น 3%-5% ตามที่แต่ละสถาบันการเงินกำหนด) จึงมีความหยืดหยุ่นสูง ยังไม่ต้องชำระเงินคืนทั้งก้อน หากยังไม่พร้อม

  • ใช้ผ่อนชำระซื้อสินค้าต่างๆ ส่วนใหญ่บัตรกดเงินสดจะให้วงเงินสูงสุด 5 เท่าของรายได้ โดยปัจจุบันบัตรกดเงินสดของบางสถาบันการเงิน นอกจากจะใช้กดเงินสดได้แล้ว ยังสามารถนำไปผ่อนชำระสินค้าได้เหมือนกับบัตรเครดิตอีกด้วย ซึ่งบางร้านค้าอาจให้ระยะเวลาในการผ่อนชำระยาวนานกว่าบัตรเครดิตได้โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย และมักได้ระยะเวลาในการผ่อนนานกว่าการผ่อนกับบัตรเครดิต เช่น ผ่อนชำระได้ 0% นาน 24 เดือน เป็นต้น

  • ช่วยเสริมสภาพคล่อง ในการใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อาจเป็นการหมุนเวียนใช้จ่าย ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ เช่น สิ้นเดือนก่อนเงินเดือนออก เป็นต้น

  • บัตรกดเงินสดดอกเบี้ยถูกกว่าบัตรเครดิต เพราะบัตรเครดิตไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้ถอนเงินสดตั้งแต่แรก แม้ว่าเราจะถอนเงินสดจากบัตรเครดิตได้ แต่ด้วยค่าธรรมเนียมที่มีการเรียกเก็บทันที แถมยังเรียกเก็บ VAT 7% ของค่าธรรมเนียมอีก จึงทำให้ดอกเบี้ยจากการถอนเงินสดจากบัตรเครดิตมีอัตราที่ค่อนข้างสูง ซึ่งแตกต่างจากการใช้บัตรกดเงินสดที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม เพียงแต่ต้องเสียดอกเบี้ยและชำระเงินต้นให้เร็วที่สุด ก็จะช่วยทำให้การจ่ายคืนบัตรกดเงินสดไม่หนักหนาเกินไป


ดังนั้น แม้หลายคนจะเคยได้ยินว่า อัตราดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดจะค่อนข้างสูง แต่ถ้ารู้จักวางแผนการใช้เงินดีๆ ก็มีประโยชน์มากมาย เช่น ใช้ในช่วงที่มีรายการผ่อนสินค้าได้ 0% นานสูงสุด 24 เดือน เพื่อเสริมสภาพคล่องทางการเงินให้มีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น 
สินเชื่อเงินสด คือ สัญญาเงินกู้ ที่เป็นในลักษณะเงินกู้ก้อนใหญ่ก้อนเดียว หลังจากนั้นผู้กู้จะต้องทยอยชำระหนี้เป็นงวดๆ งวดละเท่าๆ กัน ตามระยะเวลา และอัตราดอกเบี้ยที่สัญญากำหนด โดยระยะเวลาในการชำระหนี้สินเชื่อเงินสดนั้นเริ่มต้นตั้งแต่ 1 ปี 3 ปี หรือ 5 ปี เป็นต้น

บัตรกดเงินสด จะเป็นบัตรที่ใช้กดเงินสดจากตู้ ATM หากเจ้าของบัตรไม่กดเงินสด ก็ยังไม่เป็นหนี้ (ซึ่งไม่นับค่าธรรมเนียมการถือครองบัตรรายปี) แต่เมื่อใดก็ตามที่ผู้ถือบัตรกดเงินสดจากตู้ ATM ผู้กดเงินสดจะถูกคิดดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันแรก 

  • เปรียบเทียบบัตรกดเงินสดง่าย


ทาง MoneyGuru มีระบบที่ช่วยให้คุณเปรียบเทียบบัตรกดเงินสด เพื่อง่ายต่อการตัดสินใจของคุณ โดยทางเราจะมีตารางเปรียบเทียบที่บอกเงื่อนไขไม่ว่าจะเป็น รายได้ต่อเดือนขั้นต่ำ, อัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น, ค่าธรรมเนียมรายปี, สิทธิประโยชน์, คุณสมบัติของผู้สมัครบัตรกดเงินสด, ค่าธรรมเนียบัตรกดเงินสดต่างๆ เป็นต้น

  • มีบัตรกดเงินสดหลายเจ้าให้คุณเลือก


เรามีบัตรกดเงินสดให้คุณได้เลือกหลายแบรนด์ จากธนาคารชั้นนำของประเทศไทย เรียกได้ว่าคุณอยากสมัครบัตรกดเงินสดเจ้าไหน ทาง MoneyGuru ก็มีให้คุณเลือกตามความต้องการ

  • สมัครบัตรกดเงินสดออนไลน์ได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก


นอกจากทางเราจะมีตารางแสดงการเปรียบเทียบบัตรกดเงินสดให้คุณแล้ว เมื่อคุณต้องการทำบัตรกดเงินสด ก็สามารถสมัครบัตรกดเงินสดออนไลน์ได้ทุกที่ ทุกเวลา แค่คลิกที่ปุ่ม "สมัครเลย" กรอกข้อมูลส่วนตัว และเข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัวของคุณในเว็บไซต์ธนาคารโดยตรงได้เลย

  • โปรโมชั่น สิทธิพิเศษสำหรับผู้ที่ทำบัตรกดเงินกับทาง MoneyGuru


หากคุณสมัครบัตรกดเงินสดออนไลน์กับทาง MoneyGuru ทางเราก็มีโปรโมชั่น สิทธิ์พิเศษให้กับลูกค้าทุกท่านที่สมัครกับเรา ไม่ว่าจะเป็น การรับคะแนนสะสม แลกสินค้า, แถมสินค้าสุดพิเศษ, รับส่วนลดอัตราดอกเบี้ย, เครดิตเงินคืน และอื่นๆ อีกมากมาย

บัตรกดเงินสดคืออะไร?



บัตรกดเงินสด (Cash card) คือ สินเชื่อส่วนบุคคล สำหรับผู้ที่ไม่ต้องมีหลักค้ำประกัน มาขอวงเงินจากธนาคารในรูปแบบบัตรกดเงินสด เพื่อนำมาเป็นเงินสำรองยามฉุกเฉิน โดยหากไม่ได้กดเงินออกมาใช้จากบัตรกดเงินสด จะไม่มีการเรียกเก็บดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียม
เครดิตบูโร หรือ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ดำเนินงานภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. 2545 โดยมีหน้าที่เก็บรวบรวมข้อมูลการชำระเงินสินเชื่อหรือรายงานข้อมูลเครดิต (Credit Report) ของบุคคลและนิติบุคคลจากสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิก ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ ธนาคารเฉพาะกิจของรัฐบาล บริษัทบัตรเครดิต บริษัทผู้ประกอบการธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคล บริษัทลิสซิ่งเช่าซื้อ ซึ่งสถาบันการเงินที่เป็นสมาชิกมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องนำส่งข้อมูลของลูกค้าให้แก่เครดิตบูโร รายงานข้อมูลเครดิตประกอบด้วยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเจ้าของข้อมูล เช่น ประวัติการขอสินเชื่อ การได้รับอนุมัติ การชำระสินเชื่อ การชำระสินค้าและบริการบัตรเครดิต เป็นต้น โดยเครดิตบูโรจะเก็บข้อมูลเครดิตไว้ 36 เดือนสำหรับบุคคลธรรมดา และ 60 เดือนสำหรับนิติบุคคล ซึ่งข้อมูลการชำระสินเชื่อจากสถาบันการเงินจะถูกส่งเข้าไปในระบบของเครดิตบูโรทุกเดือน ข้อมูลเก่าจึงถูกแทนที่ด้วยข้อมูลใหม่ทุกเดือน โดยทั่วไปสถาบันการเงินจะใช้รายงานข้อมูลเครดิตเป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาสินเชื่อ เพื่อประเมินความสามารถในการชำระหนี้และการมีวินัยในการชำระหนี้ของเจ้าของข้อมูลหรือผู้ที่ต้องการกู้เงินทั้งนี้ สถาบันการเงินจะต้องขออนุญาตจากเจ้าของข้อมูลก่อนจึงจะมีสิทธิขอข้อมูลจากเครติตบูโรได้

ความแตกต่างของบัตรเครดิตกับบัตรกดเงินสด


บัตรเครดิต สามารถใช้รูดเพื่อชำระเงินแทนเงินสด โดยธนาคารจะกำหนดวงเงินให้ตามความ สามารถในการชำระหนี้ของผู้ถือบัตร การทำบัตรเครดิตเหมาะกับคนที่ไม่อยากพกเงินสดครั้งละมากๆ และมีวินัยทางการเงินสูง เพราะหากชำระเงินครบจำนวนของรอบบิลภายในวันที่กำหนด ก็จะไม่ต้องเสียดอกเบี้ยเลยสักบาทเดียว

บัตรกดเงินสด เป็นหนึ่งในรูปแบบของสินเชื่อเงิดสดที่ให้แก่บุคคลธรรมดา โดยความนิยมในการใช้งานของบัตรเงินสดนั้นมีอยู่ 2 รูปแบบ ได้แก่ ใช้กดเงินสด และใช้ในการผ่อนซื้อสินค้า ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว หากไม่มีการใช้บัตรฯ ก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในการรักษาสถานภาพของบัตรกดเงินสด

ในแง่การใช้บัตรกดเงินสดเพื่อผ่อนสินค้า บอกได้เลยว่าการทำบัตรกดเงินสดไว้ใช้ ช่วยเพิ่มความสามารถในการใช้ผ่อนชำระสินค้าและบริการในอัตราดอกเบี้ยต่ำได้ เช่น ผ่อนชำระ

ความแตกต่างระหว่างบัตรกดเงินสด และ สินเชื่อส่วนบุคคล


บัตรกดเงินสด ถือเป็นหนึ่งในสินเชื่อส่วนบุคคล ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินเป็นผู้จัดทำ โดยบัตรกดเงินสด เป็นสินเชื่อในรูปแบบของบัตร ที่สถาบันการเงินหรือธนาคารออกให้แก่ลูกค้า โดยสามารถนำไปกดเงินสดผ่านตู้ ATM ตามวงเงินที่อนุมัติไว้ในบัตรกดเงินสดได้โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม 

ส่วนสินเชื่อส่วนบุคคล คือ สินเชื่อจากธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ให้เงินสดมาเป็นก้อน เมื่อได้รับการอนุมัติ จะมีการโอนเงินตามจำนวนที่อนุมัติเข้าบัญชีธนาคารของผู้ขอสินเชื่อ ตามที่ได้ระบุเอาไว้ตอนยื่นขอสินเชื่อ ทำให้สินเชื่อส่วนบุคคลเหมาะกับผู้ที่มองหาเงินก้อนใหญ่ เพื่อใช้จ่ายตามที่ต้องการ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมบ้าน ค่าซ่อมรถ เงินหมุนเวียนในธุรกิจ รวมถึงเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ภายในครอบครัว โดยมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 16% - 25% ต่อปี (อัตราต่ำสุดถึงอัตราสูงสุด) และใช้การคำนวณดอกเบี้ยเป็นแบบลดต้นลดดอก 

ทั้งนี้ สินเชื่อส่วนบุคคลยังมีการกำหนดการชำระคืนอย่างชัดเจน โดยเริ่มที่ 12 – 60 เดือน ทำให้มีระยะเวลาในการผ่อนคืนแน่นอน และสามารถโปะปิดยอดค้างชำระได้เมื่อมีเงินก้อน
การสมัครบัตรกดเงินสด โดยทั่วไปธนาคารจะพิจารณาอนุมัติวงเงินสูงสุด 5 เท่าของรายได้ปัจจุบัน ซึ่งแต่ละท่านอาจจะได้รับอนุมัติวงเงินไม่เท่ากัน
  • ผู้สมัครจะต้องมีอายุระหว่าง 20 - 60 ปี (อายุรวมระยะเวลาผ่อนชำระคืนต้องไม่เกิน 60 ปี)

  • พิจารณาจากรายได้ต่อเดือน สำหรับพนักงานรายได้ประจำ จะต้องมีรายได้ขั้นต่ำ 12,000 บาท

  • สัญชาติไทย
  • สำหรับผู้ที่มีประวัติเสียทางการเงินกับธนาคาร เช่น ชำระล่าช้าเกิน 90-120 วัน หรือ ค้างชำระ ไม่สามารถทำการผ่อนชำระได้ หรือได้มีการปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคาร ทั้งนี้ประเด็นดังกล่าว จะส่งผลต่อการพิจารณาของทางธนาคารผู้รับพิจารณาสินเชื่อ ขอแนะนำสำหรับผู้ที่อยากขอสินเชื่อนั้น ควรรักษาประวัติการผ่อนชำระสินเชื่อให้เป็นประวัติปกติ มีวินัยในการชำระอย่างตรงเวลา หากมีค้างชำระ ควรทำการชำระหนี้ค้างให้เรียบร้อย เมื่อรักษาประวัติเป็นปกติ ต่อเนื่องมา 1-3 ปี จะสามารถกลับขอสินเชื่อได้อีกครั้ง