การมีบัตรเครดิตไว้ใช้งาน แม้จะมีประโยชน์อยู่หลายข้อ แต่ก็มีโทษทัณฑ์ด้วยเช่นกัน หากไม่มีวินัยในการชำระเงินตามรอบบิลที่ได้รับ นานวันเข้ายอดการใช้จ่ายเหล่านั้น จะกลับมาเป็นเจ้าหนี้ของเราโดยไม่รู้ตัว ดังนั้นวินัยในการใช้จ่ายของผู้ถือบัตรฯ จึงเป็นเรื่องสำคัญมาก ก่อนจะสมัครใช้บัตรเครดิต ควรถามตัวเองก่อนว่า … เราจะมีวินัยในการใช้และชำระคืนบัตรเครดิตที่มีอยู่ได้ขนาดไหน เพราะหากหลงไปกับโปรโมชั่นทางการตลาด รูดจ่ายซื้อของโดยไม่คิด รู้ตัวอีกทีก็อาจเป็นหนี้บัตรเครดิตเพราะเลือกจ่ายแต่ขั้นต่ำ จนนำไปสู่การได้รับหมายศาลกันเลยทีเดียว ทีนี้หากคุณพลาดไปแล้ว และกำลังกังวลกับการได้รับหมายศาล อย่าเพิ่งคิดมากไป MoneyGuru วันนี้ รวมเทคนิคจาก คลินิกแก้หนี้ by Sam มาให้คุณลองศึกษาดูว่า วันหนึ่งหาก ได้รับหมายศาลเพราะบัตรเครดิตควรทำอย่างไร

สิ่งที่เราต้องทำเมื่อได้รับหมายศาลเพราะบัตรเครดิต

ได้รับหมายศาลเพราะบัตรเครดิต

รู้แหละว่า การเปิดซองจดหมายมาแล้วเห็นจดหมายศาล มันดูน่ากลัวและน่าตกใจไม่น้อย แต่การได้รับหมายศาลเพราะบัตรเครดิต มองให้ดีๆ คุณจะเห็นโอกาสในการแก้ตัวและฝึกวินัยในการใช้จ่ายของตัวเอง ฉะนั้นแม้ได้รับหมายศาลเพราะบัตรเครดิต ก็ไม่ต้องตกใจไป หันกลับมาตั้งสติ และเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้องกันดีกว่า

หมายศาลสามารถส่งไปยังที่ทำงานของจำเลยได้ หากจำเลยไม่มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านกลางชัดเจน

ทั้งนี้ หมายศาลอาจะจะถูกส่งไปที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน แต่ในบางครั้งหากภูมิลำเนาของจำเลย (ลูกหนี้) นั้นไม่ปรากฏชัดเจนว่าอยู่ที่ไหน เช่น ไม่มีที่อยู่ของจำเลยในทะเบียนบ้านกลาง ทางโจทย์ก็สามารถร้องต่อศาลให้ส่งจดหมายศาลไปยังที่ทำงานของจำเลย (ลูกหนี้) ได้ หรือสามารถจัดส่งหมายศาลไปยังที่อยู่ของจำเลยตามที่ให้ข้อมูลไว้ในตอนสมัครบัตรเครดิต

เมื่อได้รับหมายศาลแล้ว ควรทำดังต่อไปนี้

  • ตรวจสอบชื่อ – นามสกุล ว่าเป็นตัวตนของเราจริงหรือไม่ บางกรณีมีชื่อนามสกุลที่ซ้ำกัน
  • ตรวจสอบและเปรียบเทียบจากข้อมูลทางเครดิตบูโรว่า หนี้สินดังกล่าว เป็นของเราจริงหรือไม่
  • ตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับยอดหนี้ว่าเป็นหนี้เท่าไหร่ เงินต้นเท่าไหร่ ยอดฟ้องและดอกเบี้ยรวมทั้งหมดกี่บาท
  • ตรวจสอบดูว่า อายุความเจ้าหนี้ที่ได้ยื่นฟ้องกัน มีอายุความถูกต้องหรือเปล่า เช่น
    • บัตรเครดิต 2 ปี
    • กรณีที่เป็นร้านค้าเจ้าของเครื่องรูด ระยะเวลา 10 ปี
  • เตรียมตัวทำงบการเงิน ที่บอกถึงรายรับ รายจ่าย เพื่อแสดงความจริงใจในการแก้หนี้ ที่ช่วยให้คุณสามารถทำเรื่องเข้าสู่ขั้นตอนของการเจรจาประนอมหนี้ได้

เมื่อเราได้เตรียมแผนชำระหนี้ และตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ครบถ้วนดีแล้ว ต่อมาเข้าคือการเตรียมตัวเข้าสู่กระบวนการเจรจาหนี้ในชั้นศาล สิ่งที่คุณควรรู้คือ

1.กรณีได้รับหมายศาลเพราะเป็นหนี้บัตรเครดิต ถือเป็นคดีผู้บริโภคซึ่งเป็นคดีแพ่ง ไม่จำเป็นต้องมีทนาย คุณสามารถต่อสู้ได้ตัวเอง เว้นแต่ในกรณีที่ต้องการระยะเวลาในการเก็บเงิน กรณีนี้จะต้องให้ทนายยื่นคำให้การ โดยสามารถจ่ายค่าแต่งตั้งทนายที่ห้องการเงิน 20 บาท

2.ไปศาลตามนัด โดยขอผ่อนชำระเป็นงวด และขอให้หยุดดอกเบี้ย ระหว่างการชำระหนี้และขอให้ทำบันทึกโจทก์ – จำเลยที่ศาล โดยระบุจำนวนงวดที่จะชำระ และการชำระเงินก็ต้องจ่ายเข้าบัญชีเจ้าหนี้เท่านั้น 

*หมายเหตุ การผ่อนชำระงวดนั้นมีตั้งแต่ 6 งวดไปจนถึง 60 งวด ขึ้นอยู่กับยอดหนี้ว่ามากหรือน้อย และการผ่อนนั้นมีการผ่อนแบบขั้นบันได คือ ค่างวดอาจจะเพิ่มขึ้นในปี 2 จนครบจำนวนงวดก็ได้ 

3.กรณีที่ลูกหนี้มีทรัพย์สิน เจ้าหนี้สามารถอายัดทรัพย์สินได้ เช่น  บ้านที่ปลอดภาระ บ้านที่ติดภาระจำนองกับทางธนาคาร รถยนต์ที่ติดไฟแนนซ์ไม่สามารถยึดได้เมื่อจากกรรมสิทธิ์เป็นของไฟแนนซ์ ต้องผ่อนหมด ถึงจะสามารถยึดได้ สมุดบัญชีเงินเดือน บัญชีเงินเก็บ เป็นต้น

หากลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินใดให้ยึด การอายัดเงินเดือน จะเป็นสิ่งที่เจ้าหนี้ทำต่อไป ทั้งนี้ การอายัดเงิน ไม่จำเป็นต้องถูกอายัดโดยเจ้าหนี้รายแรกเสมอไป แต่เจ้าหนี้รายอื่นทุกรายที่ลูกหนี้ไม่มีเงินชำระหนี้ ก็สามารถยื่นขอเฉลี่ยทรัพย์ ตามมูลหนี้ของเจ้าหนี้ได้ตามสัดส่วนเงินเดือนที่ลูกหนี้มี 

4.เตรียมคำให้การกับศาล นั่นก็คือการทำข้อมูลแก้ต่างตามที่เจ้าหนี้ยื่นฟ้องเจ้าของบัตรเครดิตนั่นเอง โดยให้ทนายยื่นคำให้การต่อสู้ในศาล เพราะจะสามารถยืดระยะเวลา การชำระหนี้ออกไปอีกประมาณ 6 เดือน – 1 ปี จะได้มีเวลาเก็บเงินแล้วกลับมาเจรจาไกล่เกลี่ยได้อีกครั้งในนัด ครั้งที่ 2 ซึ่งยอดหนี้ก็จะลดลงด้วย 

ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดที่ลูกหนี้ควรจะทำเมื่อได้รับหมายศาลเพราะบัตรเครดิต ก็คือควรจะไปศาลในวันนัด

เนื่องจากการเจรจาหนี้และการไปศาล คือการแสดงความจริงใจในการชำระหนี้

ไม่เช่นนั้น ศาลจะตัดสินคดีในวันนั้นเลย และเจ้าของบัตรเครดิตจะไม่มีโอกาสได้แก้ตัว ต่อรอง เพื่อลดหย่อนหนี้ได้อีก การไปขึ้นศาลจึงเป็นโอกาสที่ดีที่สุดที่ควรทำ เมื่อหาข้อมูลสำหรับคำถามที่ว่า ได้รับหมายศาลเพราะบัตรเครดิตควรทำอย่างไร ได้แล้ว เตรียมการตัวเองพร้อมแล้ว ก็ไม่ต้องกลัวอะไร ขอให้เผชิญหน้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างจริงใจ

และพึงระลึกไว้ว่า สิ่งสำคัญในการเจรจาประนอมหนี้ คือการทำงบประมาณการเงิน ที่แสดงรายรับรายจ่ายพร้อมหลักฐานค่าใช้จ่ายที่แสดงให้เห็นว่า หนี้ที่ค้างจ่ายนั้นเกิดจากความจำเป็น 

นอกจากนี้การทำงบประมาณทางการเงิน ยังเป็นการแสดงความจริงใจในการชำระหนี้อย่างหนึ่งที่สำคัญ ที่ข่วยนำคุณไปสู่การเจรจาเพื่อชำระหนี้ที่สามารถแก้ปัญหาได้ตามเหตุผลที่เป็นจริง

ได้รับหมายศาลเพราะบัตรเครดิตควรทำอย่างไร … สิทธิที่ลูกหนี้ควรรู้   

สิทธิที่จะได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง 

เพราะเรื่องการเงินละเอียดอ่อน ดังนั้นลูกค้ามีสิทธิ์ที่จะได้รับข้อมูลที่เพียงพอต่อการตัดสินใจกู้ยืม และเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานที่ต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องไม่บิดเบือน 

สิทธิที่จะได้รับสัญญาการกู้ยืมเงินและใบเสร็จรับเงิน 

การกู้ยืมเงินกับสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือลูกหนี้ จะได้รับสัญญาการกู้ยืมเงินที่เขียนไว้อย่างชัดเจน แบบตรงไปตรงมา เป็นสัญญาที่มีเนื้อหาตรงกัน 2 ฉบับ เพื่อให้ลูกหนี้และเจ้าหนี้เก็บไว้เป็นหลักฐานคนละฉบับ ซึ่งในสัญญาจะต้องมีข้อมูลเหล่านี้ 

  • ชื่อที่อยู่ของลูกหนี้ กับสถาบันการเงิน
  • วันที่ขอกู้เงิน จำนวนเงินกู้ อัตราดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย ระยะเวลาการกู้ยืม 
  • รายละเอียดค่าใช้จ่าย และค่าธรรมเนียมในการติดตามทวงหนี้ 

สิทธิ์การถูกทวงหนี้ที่ปลอดภัย 

เมื่อลูกหนี้ หมุนเงินไม่ทัน ไม่มีผ่อนชำระ หรือจ่ายเกินเวลาบ้าง เจ้าหนี้ ไม่มีสิทธิที่จะทวงหนี้โหดด้วยการทำร้ายร่างกาย ขมขู่ ทำลายข้าวของ หรือทำให้อับอาย ด้วยการใช้คำพูดหยาบคาย รวมถึงทวงหนี้กับคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกหนี้ เพราะผิดกฎหมาย เนื่องจากตอนนี้ มี พ.ร.บ. การทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ที่ให้ความคุ้มครองสิทธิส่วนบุคคลของลูกหนี้มากขึ้น ที่สำคัญยังเขียนบทลงโทษเจ้าหนี้ไว้อย่างชัดเจน หากทำผิด พ.ร.บ การทวงถามหนี้ 

เราหวังว่าบทความดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ กับผู้ที่มีปัญหาเรื่องหนี้บัตรเครดิตที่กำลังจะถูกฟ้องอยู่ไม่มากก็น้อย ขอให้ทุกคนที่กำลังมีปัญหา แก้ไขปัญหาอย่างมีสติ เพราะคดีบัตรเครดิตไม่ทำให้เราติดคุก และปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ ขอเพียงทำให้ดีที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ … 

ด้วยความปรารถนาดีจาก MoneyGuru

ข้อมูลอ้างอิง

บทความแนะนำ