รัฐบาลช่วยเต็มที่ใครมีหนี้ 1 แสน ผ่อนแค่ 1,200 บาทเท่านั้น

โดย MoneyGuru.co.th, ในหมวดหมู่ "บัตรเครดิต,สินเชื่อส่วนบุคคล"

February 18, 2020


จะดีแค่ไหนหากระยะเวลาผ่อนปรนเพียงพอ หากยอดเงินที่ต้องผ่อนชำระต่อเดือนจะไม่สูงเกินไป เช่น ถ้ามีหนี้ 5 หมื่น ยอดผ่อนต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 600 บาท หรือถ้ามีหนี้ 1 แสนบาท ยอดผ่อนต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 1,200 บาทเท่านั้น…” มาตรการต่างๆ เหล่านี้ถือเป็นความพยายามที่จะช่วยแก้ปัญหาหนี้สินให้ประชาชนจากแบงค์ชาติในการ  แก้ปัญหาหนี้บัตร จาก โครงการคลินิกแก้หนี้ ระยะที่ 3…

 

แก้ปัญหาหนี้บัตร ขยายเวลาผ่อนปรน จ่ายน้อยผ่อนสบาย

แก้ปัญหาหนี้บัตร

ท่านอาจจะสงสัยว่าทำไมแบงก์ชาติจึงเข้ามาดูปัญหาหนี้บัตร เพราะ หนี้บัตรถือเป็นความจริงของชีวิตที่คนไทยจำนวนมากกำลังเผชิญอยู่ เช่น  คุณบิ๊นท์-สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์  นางสาวไทยประจำปี 2562 ที่มาช่วยประชาสัมพันธ์โครงการฯ ได้พูดถึงเพื่อนของเธอ ซึ่งเงินเดือนหมดไปกับภาระการผ่อนหนี้บัตรก้อนโต ต้องอาศัยค่าจ้างล่วงเวลา (OT) มาซื้ออาหาร การเปิดคลินิกแก้หนี้จึงเป็นยุทธศาสตร์ลดหนี้เสีย ที่ทำให้คนคนหนึ่งได้ใช้ชีวิตต่อไป หลังจากที่โครงการฯ ใน 2 เฟสแรกนับตั้งแต่ 1มิถุนายน 2560 ช่วยแก้ปัญหาปรับโครงสร้างหนี้ให้ประชาชนได้กว่า 3 พันคน ครอบคลุมบัตรเครดิตและบัตรกดเงินสดกว่า 13000 ใบ ทั้งนี้โครงการฯ ในเฟส 3 ซึ่งเพิ่งเริ่ม 1 กุมภาพันธ์ 2563 ได้ปรับกฎเกณฑ์ให้สามารถช่วย แก้ปัญหาหนี้บัตร ให้คนไทยได้กว้างขึ้นครอบคลุมกรณีหนี้บัตรที่เป็น NPL ทั้งกรณี (1) ยังไม่เข้าสู่กระบวนการศาล (2) เจ้าหนี้ฟ้องแล้วเป็นคดีดำ และ (3) ฟ้องร้องมีคำพิพากษาแล้วเป็นคดีแดง รวมทั้งขยับ NPL Cut off date เป็น 1 มกราคม 2563 เพื่อให้ครอบคลุมหนี้ที่เพิ่งกลายเป็น NPL ก่อนวันปีใหม่ที่ผ่านมา เพื่อรองรับลูกค้าที่จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นนอกจากนี้ โครงการฯ ในเฟส 3 จะมีการปรับกระบวนการทำงานให้กระชับรวดเร็วขึ้น รวมทั้งจะทำงานเชิงรุกด้วยการเปิดจุดให้บริการในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ รองรับลูกค้าที่ไม่สามารถเดินทางมาที่สำนักงานในช่วงวันทำการปกติ ตลอดจนจะลงพื้นที่ออกไปพบลูกค้าตามสถานประกอบการทั่วประเทศมากขึ้น อีกทั้งโครงการฯจะประสานความร่วมมือกับศาลและกรมบังคับคดีเพื่อหาข้อสรุปในขั้นตอนไกล่เกลี่ย ซึ่งจะช่วยเพิ่มการเข้าถึงประชาชนผู้เดือดร้อนอีกทางหนึ่ง

 


เป็นหนี้บัตรเครดิต 1 แสนบาท แต่เงินเดือน ไม่ถึง 3 หมื่น จะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไรดี

 

ความพิเศษของโครงการคลินิกแก้หนี้

ความพิเศษของโครงการฯ ที่ประชาชนอาจจะยังไม่ทราบมีอย่างน้อย 2 เรื่องที่ช่วยให้การแก้ไขปัญหาหนี้บัตรสำเร็จ หนึ่ง โครงการคลินิกแก้หนี้มีสถาบันการเงินร่วมเป็นสมาชิกรวม 35 แห่ง ทำให้โครงการฯ กลายเป็น “เครือข่ายที่ช่วยเหลือประชาชนแก้หนี้บัตร” ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ ล่าสุดธนาคารออมสินเข้าร่วมเป็นสมาชิกโดยเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (SFI)แห่งแรก อย่างไรก็ดี ลูกหนี้ไม่ต้องติดต่อ สง. เจ้าหนี้ทีละราย ติดต่อเพียงบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท หรือ SAM เท่านั้น ให้ทำหน้าที่เป็นคนกลางที่ช่วยประสานงานระหว่างเจ้าหนี้กับลูกหนี้ – ซึ่งเป็นบริการฟรี

การให้บริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One-stop service) โดย SAM ทำให้การแก้ปัญหาหนี้บัตรที่อาจมีเจ้าหนี้หลายราย ซึ่งการเจรจาแก้ไขหนี้ให้สำเร็จเกิดขึ้นยาก แต่โครงการจะช่วยให้รวมหนี้ให้เบ็ดเสร็จ เจ้าหนี้ที่อยู่ในโครงการแต่ละรายทุกรายจะหยุดทวงหนี้กับลูกหนี้ รวมทั้งลูกหนี้จะได้รับคำแนะนำเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาหนี้ และการปรับโครงสร้างหนี้อีกด้วย

สอง ลูกหนี้จะได้รับเงื่อนไขปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่ผ่อนปรนปฏิบัติได้ คือ คิดอัตราดอกเบี้ย 4%-7% ขึ้นอยู่กับรายได้ ระยะเวลาผ่อนชำระนานถึง 10 ปี เทียบกับกรณีไปเจรจากับเจ้าหนี้เดิมอาจถูกเรียกให้จ่ายคืนภายในระยะเวลาสั้นๆ เช่น 6 เดือน การคิดอัตราดอกเบี้ยและการให้ระยะเวลาที่ผ่อนปรนเพียงพอ หมายความว่า ยอดเงินที่ต้องผ่อนชำระต่อเดือนจะไม่สูงเกินไป เช่น ถ้ามีหนี้ 5 หมื่น ยอดผ่อนต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 600 บาท หรือถ้ามีหนี้ 1 แสนบาท ยอดผ่อนต่อเดือนจะอยู่ที่ประมาณ 1,200 บาทเท่านั้น นอกจากนี้เมื่อลูกหนี้ผ่อนชำระเสร็จสิ้นตามสัญญาก็จะยกดอกเบี้ยค้างชำระเดิมให้ทั้งหมด

 

ท่านที่สนใจสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่  : เปิดเงื่อนไขคลินิกแก้หนี้เฟส 3 คนมีหนี้ต้องรู้

 

สำหรับใครที่กำลังมองหาตัวเลือก สินเชื่อส่วนบุคคล เพียงคลิกเข้ามาเปรียบเทียบที่ MoneyGuru.co.th คุณจะได้รับข้อเสนอจากผู้ให้กู้สินเชื่อต่าง ๆ ในที่เดียว ไม่ต้องไปติดต่อสถาบันการเงินต่าง ๆ ทีละเจ้าให้เสียรง เสียเงิน และเสียเวลา

รับจดหมายข่าว

 

ที่มา  สำนักข่าวอิศรา

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน