รวม 12 เทคนิคใช้บัตรเครดิตให้ปลอดภัย - MoneyGuru.co.th

รวม 12 เทคนิคใช้บัตรเครดิตให้ปลอดภัย


การสมัครใช้บัตรเครดิตนั้น แม้จะช่วยอำนวยความสะดวกให้คุณใช้จ่ายได้สะดวกขึ้น แต่ก็มีข้อความระวังด้วยเช่นกัน บทความนี้ จึงรวบรวม 12 เทคนิคใช้บัตรเครดิตให้ปลอดภัย มาฝาก

เทคนิคใช้บัตรเครดิตให้ปลอดภัย

เทคนิคใช้บัตรเครดิตให้ปลอดภัย ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง

1. การลงลายมือชื่อเจ้าของบัตรเครดิตทันทีที่ได้รับบัตรใหม่ ถือเป็นด่านแรกที่ช่วยให้เจ้าหน้าที่รู้ว่า ผู้ใช้บัตรเครดิตเป็นคนเดียวกับเจ้าของบัตรเครดิตจริงหรือไม่ 

2. เก็บรักษาบัตรเสมือนเป็นเงินสด อย่าวางบัตรไว้ใกล้แหล่งที่เป็นแม่เหล็ก เพราะแถบแม่เหล็กด้านหลังบัตรอาจได้รับความเสียหาย ทำให้เครื่องไม่สามารถอ่านข้อมูลจากบัตรได้

3. กำหนดรหัสถอนเงินให้ยากต่อการสุ่มเดา เช่น ไม่ใช้หมายเลขโทรศัพท์ บ้านเลขที่ วันเกิด ไม่เก็บรหัสไว้รวมกับบัตรเครดิต และไม่ควรใช้รหัสเดียวกันสำหรับบัตรทุกใบ รวมถึงไม่ควรเปิดเผยรหัสกับผู้อื่น แต่ควรจัดเก็บไว้ในที่ที่ปลอดภัยและเป็นความลับ หรือหากจำรหัสได้แล้ว ก็ควรฉีกทำลายเอกสารไป และหมั่นเปลี่ยนรหัสอยู่เสมอ 

4. เมื่อมีการชำระเงินให้แก่ร้านค้า ควรให้บัตรอยู่ในสายตาตลาดเวลา เพื่อป้องกันการถูกนำบัตรไปคัดลอกข้อมูลด้วยเครื่อง Skimmer แล้วทำบัตรปลอมนำไปใช้ในอนาคต หรือป้องกันการแอบจดเลขที่บัตรเครดิต วันหมดอายุของบัตร และรหัส CCV (หมายเลข 3 หลัก ด้านหลังบัตร) เพื่อไปทำรายการซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต อีกทั้งควรตรวจสอบเสมอว่าบัตรที่ได้รับเป็นบัตรของเรา ไม่ได้สลับกับบัตรของผู้อื่น นอกจากนี้ต้องระวังว่าในการซื้อสินค้าและบริการแต่ละครั้ง หากมีการรูดบัตรเกินกว่า 1 ครั้ง ควรสอบถามเหตุผลและขอทำลาย Sale Slip ที่บันทึกข้อมูลผิดหรือรายการที่ยกเลิกแล้ว เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางทุจริต

ใช้บัตรเครดิตให้ปลอดภัย

5. ตรวจสอบจำนวนเงินให้ถูกต้องก่อนเซ็นชื่อบน Sales Slip ซึ่งร้านค้าจะเก็บไว้เป็นหลักฐานการรับชำระ และให้สำเนา Sales Slip อีกฉบับแก่ลูกค้า อย่าเซ็นชื่อลงในใบบันทึกรายการที่ยังไม่ได้เขียนจำนวนเงิน ไม่ว่าเป็นกรณีใดก็ตาม รวมถึงการเปิดใช้การแจ้งเตือนผ่าน SMS เมื่อมีการใช้จ่ายด้วยบัตร

6. เก็บ Sales Slip ไว้เพื่อตรวจสอบกับใบแจ้งยอดประจำเดือน และตรวจสอบยอดเงินในบัญชีอย่างสม่ำเสมอ หากมีรายการเรียกเก็บเงินใดที่ไม่ถูกต้องให้แจ้งผู้ออกบัตรทันที เพราะหากแจ้งล่าช้า เกินระยะเวลาที่กำหนด จะถือว่ายอมรับค่าใช้จ่ายนั้น และหากไม่ได้รับใบเรียกเก็บเงินประจำเดือนตรงตามเวลา ให้สอบถามไปยังผู้ออกบัตรถึงสาเหตุที่ล่าช้า

7. จดจำหมายเลขโทรศัพท์ของผู้ออกบัตร เพื่อสามารถติดต่อได้ทันที่ในกรณีบัตรสูญหาย ถูกขโมย หรือสอบถามข้อสงสัย ตลอดจนเมื่อมีปัญหาจากการใช้บัตรให้แจ้งธนาคารทันทีที่รู้ว่าบัตรหาย หรือมีรายการที่เจ้าของบัตรไม่ได้เป็นผู้ทำรายการเกิดขึ้น

8. หากไม่มีความจำเป็นต้องใช้บัตรเครดิต สามารถแจ้งขอยกเลิกใช้บัตรได้ โดยโทรติดต่อที่ Call Center หรือทำหนังสือแจ้งเป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อยกเลิกบัตรแล้วอย่าลืมตัดทำลายบัตรทิ้ง โดยเฉพาะตรงแถบแม่เหล็กหรือชิพ เพราะเป็นแหล่งเก็บข้อมูลส่วนตัวของเรา เพื่อไม่ให้มิจฉาชีพนำข้อมูลไปทำบัตรปลอมได้

9. อาจต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่ม หากมีการขอใช้บริการอื่น เช่น การขอสำเนา Sales Slip (ชุดที่ 2) การขอรหัสใหม่ทดแทนรหัสเดิม ซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละสถาบันการเงิน

10. อย่าให้ข้อมูลส่วนตัว (เช่น หมายเลขบัตร หมายเลขโทรศัพท์มือถือ วันเดือนปีเกิด วงเงินบัตรเครดิต) ทางโทรศัพท์แก่ผู้ที่อ่างว่าเป็นสถาบันผู้ออกบัตร เนื่องจากสถาบันผู้ออกบัตรจะไม่มีการติดต่อลูกค้าเพื่อขอข้อมูล เว้นแต่ลูกค้าเป็นผู้โทรติดต่อ Call Center เอง รวมไปถึงการไม่ตอบกลับข้อมูลดังกล่าวผ่านช่องทางอีเมลหรืออินเทอร์เน็ต

11. การซื้อสินค้าทางอินเทอร์เน็ตควรพิจารณาเรื่องความปลอดภัยของทั้งร้านออนไลน์และผู้ให้บริการชำระเงินร้านค้าออนไลน์ที่เชื่อถือได้ จะได้รับใบรับรองดิจิตอล (Digital Certificate) ซึ่งส่วนใหญ่จะมีระบบความปลอดภัยของข้อมูลโดยการเข้ารหัสก่อนส่งทุกครั้ง โดยมีเครื่องหมายรับรองความปลอดภัยของการส่งผ่านข้อมูลระหว่างกัน หรือร้านค้าออนไลน์บางแห่งอาจมีการใช้ระบบลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ (Digital Signature) ด้วย

12. การชำระเงินผ่านบัตรเครดิตที่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่สูงขึ้น และสามารถลดความเสี่ยงจากการทำธุรกรรมการเงินผ่านระบบอินเทอร์เน็ต

รู้อย่างนี้แล้ว อย่าลืมนำ เทคนิคใช้บัตรเครดิตให้ปลอดภัย ทั้ง 12 ข้อ จาก เว็บไซต์การเงินธนาคาร ไปลองปรับใช้กันดูนะ 

ข้อควรระวังก่อนการทำบัตรเครดิต

การมีบัตรเครดิตไว้ใช้งาน แม้จะมีประโยชน์อยู่หลายข้อ แต่ก็มีโทษทัณฑ์ด้วยเช่นกัน หากไม่มีวินัยในการชำระเงินตามรอบบิลที่ได้รับ นานวันเข้ายอดการใช้จ่ายเหล่านั้น จะกลับมาเป็นเจ้าหนี้ของเราโดยไม่รู้ตัว ฉะนั้น วินัยในการใช้จ่ายเป็นเรื่องสำคัญมาก ก่อนจะสมัครใช้บริการ จึงควรถามตัวเองก่อนว่า … เราจะมีวินัยในการใช้และชำระยอดบัตรเครดิตได้ขนาดไหน จะสามารถเก็บเงินสดไว้เพื่อรอจ่ายยอดในเดือนหน้าได้หรือเปล่า

หากทบทวนถึงข้อนี้ดีแล้ว และได้คำตอบว่า เราจะมีวินัยในการใช้จ่าย จะคอยเก็บเงินไว้ชำระเงินค่าบัตรเครดิต ตามยอดบิลที่เรียกเก็บได้เต็มจำนวนทุกเดือน … กรณีแบบนี้ ฟันธงได้เลยว่า คุณสามารถสมัครและใช้บัตรเครดิตได้สบาย ๆ แบบไม่ต้องกังวลอะไรมาก

แต่หากคุณไม่แน่ใจ เพราะยังใช้เงินเดือน หรือมีรายได้ต่อเดือนไม่มากนัก ไม่มีทั้งเงินออมหรือเงินสำรองใด ๆ หวังอยากใช้บัตรเครดิตมาช่วยผ่อนแรงค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนแล้วล่ะก็ เราอยากขอให้คุณคิดทบทวนใหม่อีกที เพราะหากคุณหวังใช้บัตรเครดิตมาผ่อนแรงค่าใช้จ่าย แต่ไม่สามารถเก็บเงินมาจ่ายยอดบัตรเครดิต ที่คุณรูดออกไปก่อนได้ครบ แทนที่บัตรเครดิตจะช่วยให้คุณมีชีวิตที่ดี และสะดวกสบายมากขึ้น การมีบัตรเครดิตสำหรับคุณ จะกลายเป็นตัวการที่ทำให้คุณเป็นหนี้ และหาความสุขไม่ได้มากกว่า

ด้วยความปรารถนาดีจาก MoneyGuru

เปรียบเทียบบัตรเครดิต

สำหรับท่านที่ สนใจสมัครบัตรเครดิตไว้ใช้ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน สามารถเปรียบเทียบความคุ้มค่าของบัตรเครดิตได้ ที่นี่

ไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @MoneyGuruThailand