เครดิตบูโรคืออะไร สำคัญอย่างไร

โดย MoneyGuru.co.th, ในหมวดหมู่ "บัตรเครดิต"

June 10, 2021


เชื่อว่ามือใหม่หัดสมัครบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือขอสินเชื่อส่วนบุคคลทั้งหลาย น่าจะเคยได้ยินคำว่าเครดิตบูโรกันมาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่เข้าใจว่า เครดิตบูโรคืออะไร แต่ได้ยินคำว่าเครดิตบูโรนี้บ่อยเหลือเกิน

วันนี้ MoneyGuru เลยจะมาชวนทำความเข้าใจและทำความรู้จักกับเครดิตบูโรกันอีกครั้งว่า จริงๆ แล้ว เครดิตบูโรคืออะไร มีความสำคัญอย่างไร และนำมาใช้วัดเครดิตทางการเงินของเราได้อย่างไรบ้าง

เครดิตบูโรคืออะไร

เครดิตบูโรคืออะไร ?

ว่ากันว่า เครดิตบูโร คือข้อมูลเกี่ยวกับประวัติการชำระหนี้ของแต่ละคน ซึ่งตัวข้อมูลนี้จะถูกจัดเก็บไว้ในฐานข้อมูลของ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด โดยแบ่งการจัดเก็บข้อมูลนี้ออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ ได้แก่ ข้อมูลที่เกี่ยวกับตัวตนของลูกค้า และข้อมูลด้านสินเชื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวงเงินก้อนโต บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด ฯลฯ ที่สถาบันการเงินอนุมัติให้ รวมถึงประวัติการชำระหนี้ของลูกค้าด้วย

ฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะมีบัตรเครดิตมาแล้วกี่ใบ ใช้บัตรกดเงินสดไปกี่ครั้ง หรือขอสินเชื่อต่างๆ ไปแล้วกี่หน มีพฤติกรรมการชำระหนี้อย่างไรบ้าง เป็นคนที่จ่ายตรงเวลา หรือค้างชำระบ่อย พฤติกรรมเหล่านี้ ล้วนแต่จะถูกเก็บบันทึกไว้ที่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด ทั้งหมด

เปรียบง่ายๆ ให้เห็นภาพว่า เครดิตบูโร ก็เหมือนสมุดพกวัยเยาว์ที่มีครูมาจดบันทึกพฤติกรรมรายงานผู้ปกครองนั่นแหละ เพียงแต่รอบนี้เค้าไม่ได้รายงานให้พ่อแม่เรารู้ แต่บันทึกเป็นรายงานพฤติกรรมการชำระเงิน (หนี้) ให้กับสถาบันการเงินต่างๆ ที่คุณจะไปขอทำธุรกรรมทางการเงินด้วย เพื่อประกอบการพิจารณาการอนุมัติสินเชื่อต่างๆ ที่คุณต้องการ

ดังนั้น ถ้าคุณมีพฤติกรรมการชำระเงินแบบไม่ค่อยน่ารักเท่าไร จ่ายบ้าง ไม่จ่ายบ้าง หรือจ่ายคืนเพียงแต่ยอดขั้นต่ำตลอด แน่นอนว่า ข้อมูลเหล่านี้ย่อมได้รับการบันทึกไว้เป็นรายงานให้กับธนาคาร สถาบันการเงิน รวมถึงบริษัทที่ปล่อยสินเชื่อที่คุณจะไปติดต่อขอใช้บริการ เพื่อประเมินถึงความสามารถในการชำระเงินคืนของคุณ

ด้วยเหตุนี้ เครดิตบูโร จึงมีความสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ที่ไม่เพียงแต่สะท้อนความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ขอสินเชื่อ แต่ยังช่วยปกป้องเงินฝากแก่ธนาคาร สถาบันการเงิน และบริษัทผู้ปล่อยสินเชื่อต่างๆ ที่อาจทำให้เกิดเหตุการณ์ หนี้กองทุนฯ ซึ่งย่อมากจาก กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน

ยกตัวอย่างหากมีวิกฤตเศรษฐกิจขึ้น

คุณมีเงินฝากที่ธนาคาร 100 บาท และธนาคารได้นำเงินก้อนนี้ไปปล่อยกู้ให้อีกคนหนึ่ง

แต่ธนาคารรู้จักคนกู้ไม่มากพอ ไม่มีข้อมูลในการพิจารณาปล่อยกู้ จึงทำให้การปล่อยกู้เสียหายไป 60 บาท

ฉะนั้น ก็จะทำให้มีเงินกลับมาที่ธนาคารเพียง 40 บาท แต่ธนาคารยังต้องให้คุณ 100 บาท เท่าเดิม

ส่วนที่ขาดหายไปตรงนี้ ธนาคารก็จำเป็นจะต้องยื่นเรื่องแจ้งไปที่ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน เพื่อหาวิธีช่วยแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เช่น การกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินต่างประเทศ เป็นต้น ฉะนั้น เครดิตบูโร จึงมีหน้าที่สำคัญทั้งในแง่การป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับธนาคาร และผู้ฝากเงินด้วย

Citi-Rewards

แต่ละตัวเลข เครดิตบูโรคืออะไร บอกสถานะการชำระหนี้ได้อย่างไร

10 คือ มีการชำระสินเชื่อตามปกติ จ่ายครบ จ่ายตรงตามเงื่อนไข ไม่มียอดค้างชำระ หรือค้างชำระไม่เกิน 30 วัน

11 คือ ปิดบัญชีสินเชื่อแล้ว ไม่มีหนี้ค้าง

12 คือ การพักชำระหนี้ตามนโยบายรัฐ ซึ่งก็หมายถึง เคยมียอดค้างชำระ แต่ปัจจุบันได้เข้าโครงการพักชำระหนี้ตามนโยบายของรัฐ จึงทำให้สถานะ = ไม่เป็นการค้างชำระ

20 คือ หนี้ค้างชำระเกิน 90 วัน หมายถึง มีการค้างชำระในอดีต และปัจจุบันก็ยังคงค้างชำระอยู่ ถือเป็นสถานะที่ส่งผลเสียต่อลูกหนี้ในการขอสินเชื่อต่อไป

Citi-Cashback

ตรวจเช็กเครดิตบูโรของตัวเอง มีแต่ได้กับได้

  1. ตัวช่วยประเมินโอกาสในการขอสินเชื่อ ไม่ว่าจะขอกู้ซื้อบ้าน ซื้อรถ สมัครบัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทต่างๆ คุณสามารถตรวจสอบเครดิตบูโรของตัวเองก่อนได้ว่า จะมีโอกาสกู้ผ่านมากน้อยแค่ไหน หากข้อมูลเครดิตบูโรของคุณ ยังมีเลข 20 ซึ่งหมายถึง มีหนี้ค้างชำระอยู่หลายบัญชี ก็มีความเป็นไปได้สูงว่า ธนาคารอาจจะไม่อนุมัติสินเชื่อให้ เพราะเมื่อพิจารณาข้อมูลจากเครดิตบูโรของคุณแล้ว ตัวเลขนี้สื่อให้เห็นว่าคุณมีแนวโน้มหาเงินมาจ่ายหนี้ก้อนใหม่ไม่ไหว
  2. ใช้เอกสารสำคัญประกอบการสมัครงาน ต้องบอกก่อนว่าเป็นในบางสายงานเท่านั้น ที่จะขอดูข้อมูลเครดิตบูโร เพื่อตรวจสอบความมั่นคงทางการเงิน ซึ่งในบางตำแหน่งงาน อาจจะถูกขอให้แสดงเครดิตบูโรของตนเอง เพื่อประกอบการพิจารณาเข้าทำงานได้
  3. เปิดโอกาสให้รู้สถานะการเงินของตัวเอง การเช็กเครดิตบูโรของตัวเองมีความสำคัญที่ช่วยให้รู้ว่า สถานะทางการเงินของเราเป็นอย่างไร จึงช่วยให้เราสามารถวางแผนเกี่ยวกับการเงินของตัวเองได้ ถ้าเรามีหนี้อยู่ ตอนนี้เรามีหนี้ก้อนไหนบ้าง แล้วประวัติการชำระหนี้เราดีหรือเปล่า บัญชีที่ปิดหนี้ไปครบแล้วมียอดเป็น 0 แล้วหรือยัง ที่สำคัญคืออย่าลืมเช็กประวัติการค้างชำระด้วยว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะหากไม่ถูกต้อง เราสามารถขอแก้ไขได้
  4. ช่วยป้องกันการเป็นหนี้ที่เราไม่ได้ก่อ เพราะช่วยให้เราสามารถตรวจสอบได้ว่า มีใครแอบอ้างนำข้อมูลส่วนตัว ไม่ว่าจะสำเนาบัตรประชาชน หรือเอกสารการเงินต่าง ๆ ไปแอบอ้างเพื่อขอสินเชื่อกับธนาคาร หรือสถาบันการเงินใดๆ หรือไม่  จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยป้องการเกิดหนี้จากมิจฉาชีพ

อัปเดตราคาเหรียญคริปโทเคอร์เรนซีวันนี้

อ่านบทความเกี่ยวกับเคล็ดลับการเงินเพิ่มเติมได้ที่:

ไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @MoneyGuruThailand

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน