หยุดจ่ายบัตรเครดิต จะมีผลอะไรตามมาบ้าง

โดย MoneyGuru.co.th, ในหมวดหมู่ "บัตรเครดิต"

May 19, 2020


หลายคนอยากจะรู้ว่าถ้า หยุดจ่ายบัตรเครดิต แล้วจะมีผลอย่างไรบ้าง จริงๆ แล้ว ถ้าเราใช้บัตรเครดิตเราก็ต้องจ่ายค่าบัตรให้ตรงดีล นั่นคือสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสมที่สุดที่ต้องทำ ดังนั้นบทความนี้จะพามาดูผลกระทบเมื่อคุณ หยุดจ่ายบัตรเครดิต จะมีผลอะไรตามมาบ้าง

หยุดจ่ายบัตรเครดิต จะมีผลอะไรตามมาบ้าง

หยุดจ่ายบัตรเครดิต

หยุดจ่ายบัตรเครดิต จะมีผลอะไรตามมาบ้าง

โดนตามทวงหนี้จากสถาบันการเงินไม่หยุด

การทวงถามหนี้จากสถาบันการเงิน เป็นสิ่งแรกที่คุณต้องพบเจอหากไม่คิดปิดหนี้ หรือเงียบเฉยไปเสียแบบนั้น การทวงถามมีได้หลายรูปแบบ เช่น ส่งจดหมาย, ส่ง SMS, โทรศัพท์สอบถาม หากยังไม่ชำระการทวงถามจะถี่ขึ้นเรื่อยๆ โดยแรกๆ เจ้าหน้าที่อาจจะทวงถามแต่เพียงเบาๆ แต่พอเริ่มไม่จ่ายนานขึ้น ก็จะเริ่มโทรถี่ขึ้น โทรทั้งเบอร์บ้าน เบอร์มือถือ เบอร์ที่ทำงาน เรียกว่าเครียดแน่ๆ ถ้าไม่ยอมจ่ายคืน ซึ่งนั่นจะสร้างความรำคาญใจให้กับลุกหนี้อย่างมากเลยทีเดียว

ดอกเบี้ยพุ่งทะยานไม่หยุด 

การที่เราเป็นหนี้บัตรเครดิตแล้วไม่ยอมจ่ายคืน สิ่งแรกที่เราจะเจอก็คือ ดอกเบี้ยของบัตรเครดิต ซึ่งอัตราดอกเบี้ยค่อนข้างสูงเลยทีเดียว เมื่อเรายิ่งปล่อยทิ้งไว้นานวันเข้า ดอกเบี้ยจะยิ่งพอกพูนไปเรื่อยๆ เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คือ คล้ายๆ กับในตอนแรกเป็นเพียงต้นไม้เล็กๆ แต่พออยู่ไปนานๆ เข้าก็เติบโตกลายเป็นไม้ใหญ่ยืนต้นที่มองไม่เห็นยอดเลยก็ว่าได้ ซึ่งเปรียบเสมือนว่าหากเรามีดอกเบี้ยเพียงเล็กน้อย ก็คงไม่ยากที่เราจะจ่ายชำระได้ แต่หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ ก็จะกลายเป็นดอกเบี้ยก้อนใหญ่จนบางครั้งเราอาจจะไม่เห็นทางออกที่จะชำระคืนได้หมดก็ได้ ดังนั้นเมื่อเป็นหนี้แล้วรีบใช้คืนก่อนที่ดอกเบี้ยจะพอกพูนจะเป็นการดีที่สุด

ประวัติการเงินเสีย จะขอสินเชื่อต่อไปก็ยาก

หลายๆ คนอาจจะไม่เห็นถึงความสำคัญของประวัติการเงิน เพราะมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แต่อันที่จริงแล้วประวัติการเงินของเรานั้นถือได้ว่าเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวมากๆ และเราควรจะรักษาไว้ให้ดีอีกด้วย โดยประวัติการเงินของเรานั้นจะถูกบันทึกไว้โดยเครดิตบูโร ซึ่งหากเครดิตบูโรได้บันทึกว่าเรานั้นมีประวัติการเงินที่ไม่ดี เราก็อาจจะเสียโอกาสในหลายๆ อย่าง เพราะว่าจะมีผลต่อการทำธุรกรรมการเงินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น กู้ซื้อบ้าน กู้ซื้อรถยนต์ และธุรกรรมการเงินอื่นๆ อีกมากมาย เนื่องจากโอกาสในการผ่านอนุมัติจะยากขึ้นไปจนถึงไม่ได้รับการอนุมัติเลย รวมถึงธุรกรรมการเงินอย่างการเปิดบัญชีธนาคารอีกด้วย ที่หากเรามีประวัติการเงินที่ไม่ดีมากๆ ก็จะไม่สามารถทำในส่วนนี้ได้

โดยหากเรามีค้างชำระนานเกินกว่า 3 เดือน หนี้ก็จะกลายเป็นหนี้เสียทันที และสถานะหนี้เสียในเครดิตบูโรนั้น หากเราไม่มีการเคลียร์หนี้หรือแก้ไข สถานะหนี้เสียก็จะอยู่แบบนั้นไปตลอดเป็นระยะเวลาหลายปีทีเดียว อย่างต่ำๆ ก็ประมาณ 3 ปีเป็นอย่างน้อยเลยครับ ซึ่งลองคิดดูว่าเราจะสูญเสียโอกาสต่างๆ ไปมากมายขนาดไหน

เปรียบเทียบบัตรเครดิตครบทุกธนาคาร

โดนฟ้องและถูกยึดทรัพย์

หากเรามีหนี้มากเมื่อถึงจุดหนึ่งทางสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าหนี้ของเราจะส่งเรื่องฟ้องศาล ซึ่งคดีบัตรเครดิตนี้ถือเป็นคดีแพ่ง ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการติดคุกนะครับ รวมถึงสามารถเดินทางเข้าออกประเทศได้ตามปกติอีกด้วย แต่ก็อย่าพึ่งเบาใจไป เพราะการขึ้นศาลนั้นก็เป็นเรื่องที่ยุ่งยากพอสมควร เพราะเราต้องไปตามศาลนัดทุกครั้งนั่นเอง นี่ยังไม่รวมค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงที่โดนฟ้องอีก เรียกได้ว่าเสียทั้งเวลาเสียทั้งเงินเสียทั้งประวัติการเงินเลยทีเดียว

ในส่วนของการยึดทรัพย์นั้น ถ้าลูกหนี้เพิกเฉยไม่ยอมติดต่อเจ้าหนี้ ไม่ยอมใช้หนี้ หรือตกลงเรื่องการจ่ายเงินไม่ได้ ทนายของฝ่ายเจ้าหนี้ก็อาจจะทำเรื่องขอยึดทรัพย์ หรืออายัดเงินเดือนได้ โดยกรมบังคับคดีกำหนดให้ลูกหนี้ที่พนักงานเอกชน และพนักงานรัฐวิสาหกิจทุกแห่ง จะสามารถถูกอายัดเงินเดือนได้ ตามหลักเกณฑ์ดังนี้

  1. เงินเดือน อายัดได้ไม่เกิน 30% และต้องมีเงินเดือนมากกว่า 20,000 บาท ถึงจะสามารถอายัดได้ ทั้งนี้เงินส่วนที่ไม่ได้อายัดจะต้องคงเหลือไม่น้อยกว่า 20,000 บาทด้วย และถ้าลูกหนี้มีค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ เช่น ค่าเลี้ยงดูบุตร ค่ารักษาพยาบาล ก็สามารถนำหลักฐานไปขอลดหย่อนที่กรมบังคับคดีเพื่อลดเปอร์เซ็นต์การอายัดเงินเดือนได้

          ตัวอย่างเช่น

          – ลูกหนี้ A มีเงินเดือน 15,000 บาท >> กรณีนี้ไม่ถูกอายัดเงินเดือน

          – ลูกหนี้ B มีเงินเดือน 25,000 บาท >> กรณีนี้จะถูกอายัดได้ไม่เกิน 30% คือ 7,500 บาท แต่อายัดได้จริง ๆ แค่ 5,000 บาท เพราะลูกหนี้ B ต้องมีเงินคงเหลือ 20,000 บาท

          – ลูกหนี้ C มีเงินเดือน 40,000 บาท >> กรณีนี้จะถูกอายัดได้ไม่เกิน 30% คือ 12,000 บาท คงเหลือเงินเดือนที่ไม่ถูกอายัพ 28,000 บาท

  1. เงินโบนัส อายัดได้ไม่เกิน 50%
  2. เงินตอบแทนการออกจากงาน 
  3. เงินค่าตอบแทน ค่าสวัสดิการต่าง ๆ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าที่พัก ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าตำแหน่ง
  4. เงินในบัญชีเงินฝาก หรือเงินปันผลจากการลงทุน ๆ
  5. ทรัพย์สินที่เป็นการลงทุน เช่น หุ้น ทองคำ ตราสารหนี้ หรือ กองทุน
  6. เงินค่าตำแหน่งทางวิชาการ ที่เป็นสังกัดเอกชน

          แล้วเงินแบบไหนอายัดไม่ได้ ?

  1. เงินเดือน ค่าจ้าง บํานาญ บําเหน็จ เบี้ยหวัดของลูกหนี้ที่เป็นข้าราชการ
  2. เงินเบี้ยเลี้ยงชีพ (เบี้ยคนชรา เบี้ยคนพิการ)
  3. เงินค่าวิทยะฐานะ (ค่าตำแหน่งทางวิชาการ) กรณีเป็นข้าราชการ
  4. เงินกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
  5. เงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  6. รายได้ที่บุคคลอื่นมอบให้เพื่อเลี้ยงชีพ แต่ต้องมีจำนวนไม่เกิน 20,000 บาทต่อเดือน (หากเกินสามารถถูกยึดได้)
  7. บำเหน็จ หรือรายได้อื่น ๆ ในลักษณะเดียวกัน ของพนักงานที่ไม่ใช่หน่วยงานราชการ ที่มีจำนวนไม่เกิน 300,000 บาท (หากเกินสามารถถูกยึดได้)
  8. เงินฌาปนกิจสงเคราะห์จากการตายของบุคคลอื่น

อ่านเพิ่มเติม : หนีหนี้บัตรเครดิต ระวังจะโดนยึดทรัพย์หมดตัว 

ทั้งหมดนี้ก็เป็นผลของการ หยุดจ่ายบัตรเครดิต ซึ่งเมื่อดูแล้วมันส่งผลเสียอย่างมาก และมีผลระยะยาวเสียด้วย ที่สำคัญเมื่อเครดิตคุณเสีย ในอนาคตข้างหน้าจะขอสินเชื่ออะไรอีกก็ลำบาก ดังนั้นเราจึงไม่ควรละเลยที่จ่าจ่ายค่าบัตรเครดิตให้ครบถ้วนและสม่ำเสมอ เพื่อคงสถานะที่ดีทางการเงิน และรักษาคะแนนเครดิตได้ต่อไป 

ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย

ถ้าถามว่าเลือกบัตรเครดิตแบบไหนดี ก็ต้องตอบว่าเลือกบัตรเครดิตให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ให้มากที่สุด จะทำให้การจับจ่ายใช้สอยคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น เนื่องจากแต่ละธนาคารก็ออกบัตรครดิตออกมามากมายหลายประเภทให้เลือกใช้กันอยู่แล้ว ดังนั้นก่อนที่จะทำบัตรเครดิตสักใบ MoneyGuru อยากให้ทุกคนเปรียบเทียบบัตรเครดิตให้แน่ใจก่อน เพื่อที่จะได้ตัดสินใจทำบัตรเครดิตที่ใช่กับไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด 

ใครที่ยังไม่มีบัตรเครดิต MoneyGuru ขอแนะนำให้ท่านมีไว้สักใบ แต่ก่อนตัดสินใจเลือกใบไหนควรเข้ามาเปรียบเทียบบัตรเครดิตเพื่อค้นหาบัตรเครดิตที่ใช่สำหรับคุณ โดยสามารถค้นหาได้ที่นี่เลย 

เปรียบเทียบบัตรเครดิต

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน