ปิดหนี้บัตรเครดิต โดยไม่ติดแบล็กลิสต์ ทำยังไง?

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "บัตรเครดิต,เคล็ดลับการเงิน"

May 12, 2017


ปิดหนี้บัตรเครดิต

ปัญหาหนี้บัตรเครดิตถือเป็นปัญหาของคนไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบัน อาจจะเพราะว่าคนส่วนใหญ่ยังไม่มีความรู้ในเรื่องบัตรเครดิต ไม่รู้จักวิธีการใช้ให้ถูกต้องเหมาะสม จนก่อให้เกิดปัญหาหนี้สินพอกพูนเรื้อรังมากมาย และทำให้มีปัญหาการเงินตามมาจนติดแบล็กลิสต์ MoneyGuru.co.th จึงขอแนะนำวิธี ปิดหนี้บัตรเครดิต แบบไม่ให้ติดแบล็กลิสต์

เข้าใจเสียใหม่ “การติดแบล็กลิสต์” ไม่มีอยู่จริง

เริ่มแรกเราต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า การติดแบล็กลิสต์หรือการติดเครดิตบูโรนั้นไม่มีอยู่จริง เป็นสิ่งที่คนถูกหลอกให้เข้าใจผิดมานานจากเหล่าบริษัททวงหนี้ ที่มักใช้ขู่ลูกหนี้ที่มีปัญหาการชำระหนี้ให้กลัว ว่าถ้าหากติดแบล็กลิสต์หรือติดเครดิตบูโรแล้ว จะไม่สามารถทำธุรกรรมหรือกู้สินเชื่อใด ๆ ได้อีกตลอดชีวิต ซึ่งในปัจจุบันนี้มีพระราชบัญญัติทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 ได้กำหนดเอาไว้ว่า “ห้ามทวงหนี้แบบหลอกลวงให้เข้าใจผิด” การทวงหนี้โดยแจ้งว่าเป็นการทวงหนี้จากเครดิตบูโร และขู่ลูกหนี้ว่าจะต้องติดแบล็กลิสต์หรือติดเครดิตบูโร ถือว่ามีความผิดมีโทษจำคุก 3 ปี ปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (National Credit Bureau) หรือที่รู้จักกันดีในนาม “เครดิตบูโร” คือองค์กรที่มีหน้าที่เพียงเก็บรวบรวมประวัติการชำระหนี้ของลูกหนี้ทุกคนเท่านั้น โดยเก็บบันทึกประวัติตั้งแต่งวดล่าสุดย้อนหลังไปเป็นจำนวน 36 งวด หรือระยะเวลาประมาณ 3 ปี โดยได้รับข้อมูลเหล่านี้จากธนาคารและสถาบันการเงินต่าง ๆ ที่เป็นเจ้าหนี้ในประเทศไทย ไม่ได้มีหน้าที่ในการขึ้นบัญชีดำให้กับลูกหนี้รายใดดังเช่นที่คนไทยมากมายเข้าใจผิดมานานแต่อย่างใดเลย หากต้องการอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครดิตบูโรสามารถอ่านได้ที่บทความ 10 ข้อควรรู้เกี่ยวกับเครดิตบูโร

ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการที่คุณขอกู้สินเชื่อใหม่ ๆ ของคุณแล้วไม่ได้รับการอนุมัตินั้น ไม่ได้เกิดจากการติดแบล็กลิสต์หรือติดเครดิตบูโร แต่เป็นเพราะผู้ให้สินเชื่อนั้นเข้าไปตรวจสอบประวัติการชำระหนี้ของคุณ จากเครดิตบูโรในขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อ และเล็งเห็นว่าคุณเป็นลูกหนี้ที่มีการผิดนัดชำระหรือมีการชำระล่าช้าอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งเป็นลูกหนี้ที่ไม่มีความน่าเชื่อถือหรือจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ คุณมีโอกาสเบี้ยวหนี้สูง ทำให้ไม่อนุมัติสินเชื่อให้กับคุณนั่นเอง

เมื่อคุณเข้าใจใหม่แล้วว่าไม่มีการติดแบล็กลิสต์ ก็คงช่วยให้คุณรู้สึกโล่งใจได้มากขึ้นว่าคุณยังสามารถกู้สินเชื่ออื่น ๆ ได้ในอนาคต ไม่มีการขึ้นบัญชีดำชื่อของคุณแต่อย่างใด แต่อย่างไรก็ดี คุณต้องยอมรับให้ได้ว่าประวัติการชำระหนี้แย่ ๆ ของคุณก็ยังคงอยู่ในประวัติการชำระหนี้ในเครดิตบูโร ย้อนหลังไปเป็นเวลา 3 ปีอยู่ดี และต้องยอมรับว่าการถูกปฏิเสธสินเชื่อจากสถาบันการเงินนั้นเกิดขึ้นจากตัวของคุณเอง ไม่ใช่จากเครดิตบูโร

ปิดหนี้บัตรเครดิต อย่างไร?

เมื่อรู้แล้วว่าไม่มีการติดแบล็กลิสต์ คำถามจึงเหลือแค่เพียงว่า แล้วจะปิดหนี้บัตรเครดิตอย่างไรล่ะ? เราขอบอกเลยว่าสิ่งที่คุณต้องมีในการเริ่มต้นปลดหนี้ คือความตั้งใจจริงและพร้อมที่จะเปลี่ยนตัวเอง เพราะถ้าหากว่าคุณยังคงใช้ชีวิตโดยที่ไม่มีการวางแผนแบบเดิม เราขอฟันธงเลยว่าคุณไม่มีทางปลดหนี้ได้อย่างแน่นอน ส่วนแนวทางในการปลดหนี้นั้น เราขอแนะนำไปเป็นข้อ ๆ แบบ step by step ดังนี้

1. รู้รายได้รู้รายจ่ายรู้ภาระหนี้

เริ่มแรกคุณต้องรู้ก่อนว่าในแต่ละเดือนคุณมีรายได้เท่าไหร่ ทั้งรายได้จากเงินเดือนและรายได้เสริมอื่น ๆ มีรายจ่ายประจำที่จำเป็นต้องจ่ายมีเท่าไหร่ เช่น ค่าผ่อน-เช่าบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าบัตรโดยสารรถไฟฟ้า ค่าสาธราณูปโภคต่าง ๆ เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าเคเบิ้ลทีวี เป็นต้น และมีภาระหนี้ที่ต้องชำระทั้งหมดอยู่เท่าไหร่โดยต้องรวมทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อส่วนบุคคล โดยมีทั้งยอดรวมและยอดขั้นต่ำที่ต้องชำระรวมกันต่อเดือน

2. ทำบัญชีรายรับรายจ่าย

เมื่อรู้รายได้รายจ่ายทั้งหมดแล้วก็ถึงเวลาในการเทียบรายรับกับรายจ่าย ว่ารายได้มันพอครอบคลุมรายจ่ายหรือไม่ มีเงินพอในการชำระหนี้สินหรือไม่ และเหลือเงินเอาไว้ใช้จ่ายเท่าไหร่เพียงพอกับการใช้ชีวิตทั้งเดือนหรือไม่

3. ตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น

ข้อดีของการมีบัญชีรายรับรายจ่ายอยู่ในมือก็คือ ทำให้คุณรู้ว่ารายจ่ายใดที่ไม่จำเป็นและสามารถตัดมันออกไปได้ เพื่อทำให้คุณมีเงินต่อเดือนเหลือมากขึ้น และสามารถใช้จ่ายไปได้จนถึงปลายเดือนนั่นเอง ตัวอย่างของรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเช่น ค่าแพ็คเกจโทรศัพท์แบบ unlimited ที่คุณอาจจะใช้จริงไม่ถึงครึ่งด้วยซ้ำ เพราะอยู่บ้านก็ใช้สัญญาณ wifi อยู่ที่ทำงานก็ใช้สัญญาณ wifi อาจจะเลือกปรับลดแพ็คเกจลงมาให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ เพื่อลดรายจ่ายลงไปเป็นต้น

4. เลิกชำระหนี้ขั้นต่ำ

การชำระหนี้ขั้นต่ำไม่ช่วยให้คุณสามารถปลดหนี้ได้ เพราะการชำระขั้นต่ำก็เหมือนกับการจ่ายดอกเบี้ยเลี้ยงหนี้ไปเรื่อย ๆ เนื่องจากเงินที่คุณจ่ายไปนั้น ส่วนใหญ่ (แทบจะทั้งหมด) ไปตัดส่วนที่เป็นดอกเบี้ยไม่ใช่เงินต้นนั่นเอง  ฉะนั้น หากคุณอยากปลดหนี้จริง ๆ คุณต้องชำระบิลบัตรเครดิตต่อเดือนให้มากกว่าการชำระขั้นต่ำ จะได้ไปตัดเงินต้นทำให้ปลดหนี้ได้ไวขึ้น

5. ชำระหนี้ตรงเวลา

นอกจากการชำระหนี้ให้มากกว่าขั้นต่ำแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือการชำระบิลบัตรเครดิตให้ตรงเวลาทุกเดือนอย่างเคร็งครัด และต้องไม่มีการผิดนัดชำระโดยเด็ดขาด เหตุผลก็คือเพื่อรักษาประวัติการชำระหนี้ในเครดิตบูโรของคุณให้มีความน่าเชื่อถือ เพราะมันจะส่งผลไปยังการอนุมัติของธนาคาร ในการกู้สินเชื่อของคุณในอนาคตด้วย โดยประวัติการช้ำระหนี้ที่ดีแบบนี้จะเข้าไปแทนที่ประวัติเสียที่คุณเคยมีมาก่อน เนื่องการการเก็บประวัติของเครดิตบูโรจะเก็บเอาไว้เพียงแค่ 36 งวด เมื่อมีงวดใหม่เข้ามา งวดที่ 36 ก็จะถูกเลื่อนหายไป

โดยหากคุณอยากจะอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการปลดหนี้แบบละเอียด สามารถอ่านได้ที่บทความ เป็นหนี้ท่วมหัวฟังทางนี้ เรามี วิธีปลดหนี้ มาฝาก ซึ่งจะมีคำแนะนำโดยละเอียด หรือปิดหนี้ได้ง่ายๆ ด้วยการผ่อนจ่ายในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่า คลิกมาที่ สินเชื่อส่วนบุคคล รับรองว่าตอบโจทย์แน่นอนครับ

เคล็ดลับการเงิน

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน