บัตรเครดิตกับบัตรกดเงินสด แตกต่างกันอย่างไร


สงสัยกันมั๊ยคะ บัตรเครดิตกับบัตรกดเงินสด แตกต่างกันอย่างไร ใช้แบบไหน ถึงจะปลอดภัย และไม่สร้างหนี้โดยไม่รู้ตัว

บัตรเครดิตกับบัตรกดเงินสด

ชวนรู้ความต่างของ บัตรเครดิตกับบัตรกดเงินสด

บัตรเครดิต สามารถใช้รูดเพื่อชำระเงินแทนเงินสด โดยธนาคารจะกำหนดวงเงินให้ตามความ สามารถในการชำระหนี้ของผู้ถือบัตร โดยกำหนดรอบระยะเวลาชำระเงินให้ เช่น ตัดรอบบัญชีทุกวันที่ 11 และชำระเงิน ภายในสิ้นเดือนนั้นๆ หรือช่วงต้นเดือนถัดไป เหมาะกับคนที่ ไม่อยากพกเงินสดครั้งละมากๆ และมีวินัยทางการเงินสูง เพราะหากชำระเงินครบจำนวนของรอบบิลภายในวันที่กำหนด ก็จะไม่ต้องเสียดอกเบี้ยเลยสักบาทเดียว

แต่ถ้าจ่ายชำระหนี้ หลังวันครบกำหนด ก็จะต้องชำระดอกเบี้ย ในอัตราสูงสุด 20% ต่อปี ของยอดหนี้ นับตั้งแต่วันที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต (รูดบัตร) นอกจากนี้ยังสามารถใช้บัตร เครดิตกดเงินสดได้ แต่ก็จะต้องจ่ายดอกเบี้ยนับตั้งแต่วันที่กดเงินสดออกมาใช้ เช่นเดียวกัน

สมัครบัตรเครดิต

ส่วน บัตรกดเงินสด เป็นหนึ่งในรูปแบบของสินเชื่อทางการเงินที่ให้แก่บุคคลธรรมดา โดยความนิยมในการใช้งานของบัตรเงินสดนั้นมีอยู่สองรูปแบบ คือ หนึ่ง ใช้กดเงินสด และสอง ใช้ในการซื้อสินค้าเงินผ่อน ซึ่งทั่วไปแล้ว หากไม่มีการใช้บัตรก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในการรักษาสถานภาพของบัตร 

กรณีใช้บัตรเพื่อกดเงินสด ผู้ถือบัตรสามารถเบิกถอนเงินสดได้ในวงเงินที่ได้รับอนุมัติ โดยไม่ต้องมีเงินในบัญชี หรือทรัพย์สินเพื่อเป็นหลักประกัน ซึ่งนับเป็นจุดเด่นของบัตรเงินสดแต่ก็เพราะไม่ต้องมีหลักประกันนี้เอง ที่ทำให้สินเชื่อประเภทนี้มีอัตราดอกเบี้ยสูงกว่า 20% ขึ้นไป ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อประเภทอื่นๆ ดังนั้น เราจึงควรตรวจสอบถึงดอกเบี้ยที่จะเกิดขึ้น และต้องมั่นใจว่าจะสามารถผ่อนเงินได้ครบจำนวนเท่านั้นจึงจะตัดสินใจกดเงินสด

ในส่วนของการชำระเงินคืน เราสามารถทำได้ในหลายรูปแบบ เช่น เลือกชำระคืนเป็นรายเดือน หรือเลือกชำระขั้นต่ำ โดยการคิดดอกเบี้ยจะเป็นการคำนวณแบบลดต้นลดดอก ดังนั้นระยะเวลาในการผ่อนชำระจึงขึ้นอยู่กับจำนวนเงินที่ชำระในแต่ละเดือน หากชำระเงินต่อเดือนจำนวนมากก็จะทำให้ระยะเวลาผ่อนสั้นลง แต่หากตัดสินใจเลือกที่จะชำระด้วยยอดขั้นต่ำ ก็อย่าลืมคำนึงถึงจำนวนดอกเบี้ยที่จะต้องเสียมากขึ้นด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น หากมีการผิดนัดชำระ อาจมีค่าปรับอื่นๆ เพิ่มเติมอีก เช่น ค่าติดตามทวงหนี้ ค่าอากรแสตมป์ ซึ่งหากพิจารณาจากอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูงดังที่กล่าวมาแล้ว การใช้บัตรเพื่อกดเงินสดจึงควรเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งเมื่อมีความจำเป็นในการใช้เงินสดฉุกเฉิน โดยที่ไม่สามารถหาเงินได้จากแหล่งสินเชื่อในระบบอื่นๆ 

ในส่วนของการใช้งานบัตรเงินสดในการผ่อนสินค้า บัตรเงินสดช่วยเพิ่มความสามารถในการใช้จ่ายโดยการให้สิทธิ์ผ่อนชำระสินค้าและบริการในอัตราดอกเบี้ยต่ำ เช่น 0% เมื่อซื้อสินค้าในห้างสรรพสินค้า หรือร้านพันธมิตรของสถาบันการเงินเจ้าของบัตร 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้จะใช้สิทธิ์ผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยงที่ต้องรับภาระดอกเบี้ยหากมีการผิดนัดชำระ ดังนั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงนี้ เราอาจใช้บริการตัดบัญชีอัตโนมัติไม่ว่าจะเป็นการชำระหนี้จากการเบิกเงินสด หรือชำระหนี้ของสินค้าเงินผ่อน โดยเมื่อได้รับใบแจ้งยอดบัญชีทุกครั้ง อย่าลืมที่จะตรวจสอบรายการ ยอดรวมที่ต้องชำระ และวันครบกำหนดชำระเสมอ

ขอบคุณข้อมูลจาก Krungsri GURU SME และ SETบัตรกดเงินสด

เกร็ดน่ารู้  ข้อดี VS ข้อเสียของบัตรกดเงินสด

เป็นแหล่งเงินสำรองยามฉุกเฉิน บัตรกดเงินสด นับเป็นตัวช่วยอันดับต้นๆ หากต้องใช้เงินอย่างเร่งด่วน แต่ไม่รู้จะหันหน้าไปพึ่งใคร ไม่ว่าจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลของตัวเองหรือบุพการี จ่ายค่าซ่อมบ้านฉุกเฉิน จ่ายค่าเทอมลูก การใช้บัตรกดเงินสดมาทำหน้าที่ตรงนี้ ก็ถือได้ว่าเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ทันท่วงที 

ดอกเบี้ยถูกกว่าถอนเงินจากบัตรเครดิต เพราะบัตรเครดิตไม่ได้ออกแบบมาเพื่อใช้ถอนเงินสดตั้งแต่แรก แม้ว่าเราจะถอนเงินสดจากบัตรเครดิตได้ แต่ด้วยค่าธรรมเนียมที่มีการเรียกเก็บทันที แถมยังเรียกเก็บ VAT 7% ของค่าธรรมเนียมอีก จึงทำให้ดอกเบี้ยจากการถอนเงินสดจากบัตรเครดิตมีอัตราที่ค่อนข้างสูง ซึ่งแตกต่างจากการใช้บัตรกดเงินสดที่ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม เพียงแต่ต้องเสียดอกเบี้ยและชำระเงินต้นให้เร็วที่สุด ก็จะช่วยทำให้การจ่ายคืนบัตรกดเงินสดไม่หนักหนาเกินไป

ผ่อนชำระสินค้า แบบสบายๆ ส่วนใหญ่บัตรกดเงินสดจะให้วงเงินสูงสุด 5 เท่าของรายได้ปัจจุบันบัตรกดเงินสดของบางสถาบันการเงิน นอกจากจะใช้กดเงินสดได้แล้ว ยังเอาไว้ผ่อนชำระสินค้าได้อีกด้วย โดยที่บางร้านค้าอาจให้ระยะเวลาในการผ่อนชำระที่ยาวนานกว่าบัตรเครดิต โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย และมักได้ระยะเวลาผ่อนนานกว่าบัตรเครดิต เช่น ผ่อนชำระได้ 0% นาน 24 เดือน เป็นต้น

ช่วยเสริมสภาพคล่องของคุณ นอกจากบัตรกดเงินสดจะสามารถเป็นเงินสดสำรองในยามฉุกเฉินได้แล้ว บัตรกดเงินสดยังช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้กับคุณอีกด้วย โดยเฉพาะในช่วงที่เราขาดสภาพคล่องชั่วคราว ตัวอย่างเช่น ใช้เงินเดือนเพราะความจำเป็นไปจนหมดก่อนวันรับเงินเดือน ซึ่งคุณสามารถถอนเงินสดจากบัตรกดเงินสดออกมาใช้ชั่วคราวได้ และเมื่อวันที่เงินเดือนออกให้นำหนี้ไปชำระในทันที เพื่อไม่ให้ดอกเบี้ยสูง เพราะบัตรกดเงินสดคิดดอกเบี้ยเป็นรายวัน ดังนั้น ถ้าจ่ายคืนเร็วที่สุดก็ทำให้เสียดอกเบี้ยน้อยที่สุด

เรียกได้ว่าแม้ดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดจะมีค่อนข้างสูง แต่ถ้ารู้จักวางแผนการใช้เงินดีๆ ก็มีประโยชน์มากมาย 

ข้อเสียของ บัตรกดเงินสด ที่ควรจำให้ขึ้นใจ

แม้จะไม่มีค่าธรรมเนียมในการกดเงินสดออกมาใช้เหมือนบัตรเครดิต แต่ บัตรกดเงินสด ถือเป็นสินเชื่อส่วนบุคคลที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงที่สุด ในกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลทั้งหมด  ไม่มีระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยเหมือนบัตรเครดิต (ยกเว้นการใช้ตามเงื่อนไขโปรโมชันผ่อน 0%) โดยมีอัตราดอกเบี้ยสูงสุดของหน่วยงานผู้ออกบัตร อยู่ที่ประมาณ 24 -28% ต่อปี แถมยังคิดดอกเบี้ยเป็นรายวันด้วย ฉะนั้น ต่อให้เรากดเงินออกมาใช้แค่วันเดียว เราก็ต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ดี ที่ร้ายหนักก็คือการเลือกชำระเพียงขั้นต่ำ ที่ทำให้ดอกเบี้ยของบัตรกดเงินสดบานปลายหนักเข้าไปอีก  

กรณีการชำระเงินของบัตรกดเงินสดที่ควรทำ ก็คือจ่ายคืนกลับไปให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าไม่อยากให้ดอกเบี้ยไต่บันไดสูงขึ้นไปเรื่อยๆ หลังจากกดเงินสดออกใช้ โดยไม่จำเป็นต้องรอรอบบิลเรียกเก็บเงิน

เปรียบเทียบบัตร

สำหรับท่านที่ สนใจสมัครบัตรเครดิตไว้ใช้ แต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นจากตรงไหน สามารถเปรียบเทียบความคุ้มค่าของบัตรเครดิตได้ ที่นี่ หรืออ่านต่อกับบทความที่เราเลือกสรรมาไว้ให้คุณได้เลยที่:

ไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @MoneyGuruThailand