การใช้บัตรเครดิตผิด ๆ ที่อาจทำให้คุณเป็นหนี้จนใช้คืนไม่ไหว

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "บัตรเครดิต"

July 5, 2017


การใช้บัตรเครดิตผิด ๆ

จากบทความก่อน ๆ ใน บล็อก ของ MoneyGuru.co.th เกี่ยวกับการใช้บัตรเครดิตวิธีต่าง ๆ ที่ทั้งช่วยให้คุณไม่เป็นหนี้ และช่วยให้คุณประหยัดเงิน ซึ่งสิ่งที่เราบอกเหมือนกันทุกครั้งในบทความเหล่านั้น ก็คือควรใช้บัตรเครดิตอย่างรอบคอบ และมีการวางแผนที่รัดกุม ในวันนี้เราจึงขอนำเสนอ การใช้บัตรเครดิตผิด ๆ ที่สามารถทำให้คุณเป็นหนี้หัวโตชดใช้กันไม่หวาดไม่ไหว หากเป็นสิ่งที่คุณผู้อ่านกำลังทำอยู่ จะได้ไม่รีบกลับลำได้ทันก่อนจะสายค่ะ

1. ใช้บัตรเครดิตหมุนเงิน

สำหรับผู้ที่มีรายได้ไม่พอใช้ในแต่ละเดือน เชื่อได้ว่าที่พึ่งพาคือบัตรเครดิตที่มี เอาไว้หมุนเงินแบบแก้ผ้าเอาหน้ารอดไปให้พ้นเดือน วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีที่ผิดมหันต์ เพราะหนี้เก่าที่คุณสร้างยังไม่ทันจะใช้หมด ก็สร้างหนี้ใหม่เพิ่มเข้าไปเรื่อย ๆ แล้วหนี้ของคุณมันจะหมดไปได้อย่างไร ตัวอย่างเช่น คุณใช้บัตรเครดิตวงเงิน 30,000 บาทจนเต็มวงเงิน สิ้นเดือนก็ชำระขั้นต่ำเข้าไป 3,000 บาท หนี้สินก็จะเหลือตีแบบคร่าว ๆ ให้เข้าใจง่ายคือ 27,000 บาท และมีวงเงินคงเหลือใช้ได้ 3,000 บาท จากนั้นเงินเดือนไม่พอใช้จ่าย ก็ใช้วงเงิน 3,000 บาทที่เหลือนั้น หมุนใช้จ่ายไปก่อน หนี้สินก็กลับมาเต็มวงเงิน 30,000 เหมือนเดิม

ในกรณีนี้สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือดอกเบี้ย ประเด็นสำคัญคือการคิดคำนวณอัตราดอกเบี้ยของบัตรเครดิตนั้น ไม่ได้คิดคำนวณจากยอดเงินคงเหลือ หากคุณชำระเพียงขั้นต่ำ ดังนั้น วงเงิน 30,000 บาท แม้ว่าคุณจะชำระขั้นต่ำ 10% ไปแล้ว 3,000 แต่อัตราดอกเบี้ยในงวดต่อไปที่ถูกเพิ่มเข้ามา ก็จะคิดคำนวณจากเงินต้น 30,000 บาทเช่นเดิม ไม่ใช่จากเงินต้นคงเหลือ 27,000 บาท แถมคุณยังสร้างหนี้เพิ่มไปอีก 3,000 บาท ก็จะบวกดอกเบี้ยของเงินต้น 3,000 บาทนี้เข้าไปอีก ซึ่งการใช้บัตรเครดิตแบบนี้นี่แหละ ที่ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบัน เป็นหนี้เรื้อรังแบบที่ชดใช้เท่าไหร่ก็ไม่หมดเสียที

2. ใช้บัตรเครดิตกดเงินสดออกมาใช้

ต่อจากข้อที่แล้ว บาทคนเวลาเงินเดือนไม่พอใช้ การที่จะใช้บัตรเครดิตหมุนเงินด้วยการรูดใช้จ่าย อาจจะไม่สะดวกในบางกรณี ทำให้ต้องตัดสินใจใช้บัตรเครดิตกดเงินสดออกมาจากตู้ ATM ซึ่งเป็นอีกวิธีที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันมีค่าธรรมเนียมการกดเงิน 3% ทันทีที่คุณกดเงิน บวก VAT เข้าไปอีก 7% จากยอดค่าธรรมเนียม 3% นั้น นอกจากนี้การคิดคำนวณอัตราดอกเบี้ยก็คิดคำนวณเป็นรายวันด้วย นับตั้งแต่วันที่คุณได้เงินสดอยู่ในมือเลย ไม่มีระยะปลอดดอกเบี้ย 45-55 วันเหมือนตอนที่คุณใช้บัตรเครดิตรูดซื้อสินค้า

ซึ่งการใช้บัตรเครดิตกดเงินสดออกมา จะทำให้อัตราดอกเบี้ยของคุณพุ่งขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จากเดิมที่ต้องเสียดอกเบี้ยจากวงเงินที่คุณรูดใช้จ่ายไปอยู่แล้ว ยังมีดอกเบี้ยรายวันส่วนนี้เพิ่มเข้ามาอีก ยิ่งคุณชำระหนี้ในการกดเงินสดช้าเท่าไหร่ ก็จะยิ่งมีดอกเบี้ยสูงมากขึ้นเท่านั้น วิธีนี้จึงเป็นวิธีที่เราขอแนะนำว่าควรจะหลีกเลี่ยงอย่างที่สุด

บทความน่าอ่าน: กดเงินสด ใช้บัตรเครดิตหรือบัตรกดเงินสด ดีกว่ากัน?

3. ชำระยอดบัตรเครดิตขั้นต่ำ

การชำระยอดบัตรเครดิตขั้นต่ำไม่ใช่วิธีที่ผิดอะไร และมันทำให้ภาระการชำระหนี้ต่อเดือนของคุณสบายไม่หนักมากนัก แต่ประโยชน์ในด้านความสะดวกสบายของคุณนั้น เทียบไม่ได้เลยกับประโยชน์ที่เจ้าหนี้ของคุณ หรือธนาคารผู้ออกบัตรให้คุณจะได้รับ เพราะยอดเงินขั้นต่ำที่คุณชำระเข้าไปนั้น ส่วนใหญ่จะไปตัดส่วนของดอกเบี้ย มีเพียงส่วนน้อยนิดมากที่ไปตัดยอดเงินต้น ไม่ต่างจากการต่อดอกเบี้ยให้กับโรงจำนำเลยทีเดียว เชื่อไหมว่าเงินต้นเพียง 20,000 บาท หากคุณเลือกชำระขั้นต่ำ โดยไม่สร้างหนี้ใหม่เพิ่มเติม คุณต้องใช้เวลา 3-4 ปีเลยนะกว่าจะชำระหมด เพราะดอกเบี้ยนี่แหละที่เป็นอุปสรรคในการปลดหนี้ของคุณ

4. ไม่เพียงชำระขั้นต่ำ ยังชำระไม่ตรงเวลาอีก

การชำระขั้นต่ำว่าแย่แล้ว บางคนยังชำระไม่ตรงเวลาด้วย ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ผิดมากเพราะจำทำให้คุณต้องเสียเงินเพิ่มจากในส่วนของดอกเบี้ย ทั้งค่าธรรมเนียมการติดตามทวงถามหนี้ ทั้งค่าปรับในการชำระล่าช้า และที่สำคัญที่สุด มันทำให้ประวัติเครดิตของคุณเสียและไม่น่าเชื่อถือด้วย ซึ่งส่งผลโดยตรงหากคุณต้องการจะกู้หนี้สินอื่น ๆ ในอนาคต และทำให้ไม่ได้รับการอนุมัติ ทางที่ดี คุณควรใช้การตัดบัญชีอัตโนมัติเลยจะเป็นการดีที่สุด คุณจะได้ไม่ลืมในการชำระบัตรเครดิต และไม่ต้องเสียเงินค่าธรรมเนียมค่าปรับโดยไม่จำเป็น โดยหากคุณต้องการชำระให้มากกว่าขั้นต่ำที่ตัดบัญชีไป ก็สามารถยื่นบัตรเครดิตให้เจ้าหน้าที่ธนาคารและชำระเพิ่มเติมได้

5. ใช้บัตรเครดิตเพราะติดกับดักโปรโมชัน

บัตรเครดิตมีกลยุทธ์มากมายที่หลอกล่อให้คุณใช้บัตรเครดิต ไม่ว่าจะเป็น เครดิตเงินคืน แต้มสะสม และไมล์สะสม ซึ่งทำให้คุณเห็นแล้วตาลุกวาว รีบใช้บัตรเครดิตโดยที่ไม่จำเป็นด้วยซ้ำ เพียงเพื่อให้ได้รางวัลเหล่านั้นมา แต่คุณลืมอะไรไปหรือเปล่า โปรโมชันเหล่านี้มี * (เครื่องหมายดอกจัน) กำกับเอาไว้เสมอ อย่างเช่น บัตรเครดิตโฆษณาเอาไว้ว่าจะให้เครดิตเงินคืน 5% ทุกยอดการใช้จ่าย ใช้ไป 50,000 ก็ต้องได้เงินคืน 2,500 แน่ ๆ แต่เดี๋ยวก่อน มี * กำกับเอาไว้ว่า คืนเงินสูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อรอบบิล (ซึ่งเขียนด้วยตัวอักษรเล็กจิ๋วเดียวเท่านั้น) ทำให้คุณเข้าใจผิดใช้บัตรเครดิตถล่มทลาย หวังจะได้เงินคืนเข้าบัตรเครดิต 2,500 แต่เอาเข้าจริง ๆ กลับได้แค่ 200 บาทเท่านั้น

ดังที่เราเคยบอกเอาไว้แทบจะทุกบทความเกี่ยวกับบัตรเครดิต หากคุณใช้บัตรเครดิตอย่างรอบคอบ และมีการวางแผนในการใช้ บัตรเครดิตจะสามารถเป็นเครื่องมือทางการเงินที่ยอดเยี่ยมสำหรับคุณ เพราะมันจะช่วยให้คุณได้รับประโยชน์มากมาย รวมถึงช่วยให้คุณประหยัดเงินเพิ่มขึ้นได้อีกด้วย ซึ่งจะใช้อย่างไร เราของแนะนำให้อ่านบทความ ควรใช้บัตรเครดิตตอนไหน ได้ประโยชน์สูงสุด ของเราได้เลย รับรองว่าบัตรเครดิตจะกลายเป็นมิตรที่แสนดีของคุณแน่นอน

เปรียบเทียบบัตรเครดิต

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน