โปรดรอสักครู่...

บัตรเครดิต คือบัตรที่ทำให้คุณสามารถกู้เงินจากสถาบันทางการเงินมาใช้ล่วงหน้าเพื่อซื้อสินค้า เช่น อาหาร เสื้อผ้า และเครื่องใช้ไฟฟ้า คุณยังสามารถใช้บัตรเครดิตในการชำระค่าบริการต่าง ๆ เช่น จองเที่ยวบิน จ่ายค่าน้ำมัน ค่าบริการทั่วไป และจ่ายค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ Read More..
วิธีการ สมัครบัตรเครดิต มีขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้

1. ค้นหาข้อมูลก่อนตัดสินใจสมัครบัตรเครดิต คุณจำเป็นต้องรู้ไลฟ์สไตล์ของตัวเอง เพื่อรับสิทธิประโยชน์สูงสุดจากการใช้บัตรเครดิต ตัวอย่างเช่น หากคุณเป็นผู้ที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ๆ บัตรเครดิตที่คุณควรมองหาคือบัตรเครดิตที่มีการสะสมไมล์เพื่อนำไปแลกรับตั๋วเครื่องบิน Read More..
คุณสมบัติของผู้ของผู้สมัครบัตรเครดิตนั้น มีดังต่อไปนี้

  1. มีอายุระหว่าง 20 - 60 ปีบริบูรณ์

  2. มีรายได้ขั้นต่ำ 15,000 บาท (แล้วแต่สถาบันการเงินกำหนด)

  3. ต้องเป็นคนไทย หรือถือสัญชาติไทยเท่านั้น

  4. หากเป็นชาวต่างชาติจำเป็นต้องมี work permit ในการทำงานและพำนักอยู่ในประเทศไทย

  5. กรณีที่เป็นเจ้าของกิจการ จะต้องมีรายได้ขั้นต่ำตามที่สถาบันการเงินผู้ให้กู้กำหนดเอาไว้


Read More..

  • พกพาได้ง่ายกว่าการพกเงินสด

  • สามารถซื้อสินค้าหรือบริการได้ทันทีแม้เรามีเงินสดไม่พอ หรือกรณีที่ไม่ต้องการจ่ายเงินสด เพื่อนำเงินไปลงทุนหรือใช้ในสิ่งจำเป็นก่อน

  • ได้รับส่วนลดพิเศษจากการซื้อสินค้าหรือบริการ ณ ร้านที่เข้าร่วมรายการกับบัตรเครดิตที่เราถืออยู่

  • สามารถสะสมคะแนนจากทุกการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของเรา เพื่อนำไปซื้อสินค้าหรือแลกของรางวัลต่างๆ

  • สามารถทำการหักค่าใช้จ่ายต่างๆ เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าไฟ หรืออินเทอร์เน็ต เป็นต้น ผ่านบัตรเครดิตได้

  • เราจะมีเวลาในการชำระเงินคืนกับธนาคารประมาณ 45 – 55 วัน หลังจากวันตัดรอบบิล โดยจำนวนวันจะขึ้นอยู่กับธนาคารแต่ละแห่งว่ากำหนดไว้อย่างไร

  • เราไม่จำเป็นที่จะต้องจ่ายชำระคืนเต็มจำนวนในครั้งเดียว เราสามารถทยอยจ่ายคืนได้ โดยขั้นต่ำที่เราต้องชำระคืนคือ 5 % ของค่าใช้จ่ายที่เราใช้ไป
    สามารถถอนเงินสดออกมาจากบัตรเครดิตได้ในกรณีที่เรามีเงินสดไม่พอ เช่น เกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น เป็นต้น

  • บัตรเครดิตนั้นมีโปรโมชั่นส่งเสริมการขายและการใช้จ่ายของเรามากมาย เช่น คืนเงินเราเมื่อเติมน้ำมันรถยนต์ เป็นต้น

  • สามารถใช้จ่ายในต่างประเทศได้ในกรณีที่เราเปิดบริการส่วนนี้ไว้ ซึ่งทำให้เราไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมากๆ ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของเรา

  • สามารถผ่อนจ่ายสินค้า ในอัตราดอกเบี้ย 0 % ได้


Read more >>> แชร์วิธีใช้บัตรเครดิตให้เงินงอกเงย


เช็คประวัติเครดิตบูโร เพื่อรู้สถานะทางการเงินตัวเองว่าสมัครบัตรเครดิตได้หรือไม่ หากมีข้อผิดพลาดจะได้แจ้งเพื่อขอแก้ไขนั่นเอง

เช็ดดูให้แน่ใจว่าฐานเงินเดือน ว่าตรงกับเงื่อนไขและคุณสมับติที่ทางธนาคารต้องการหรือไม่ โดยเฉพาะรายได้ต่อเดือนของคุณ เพื่อที่ว่าคุณจะได้ไม่ต้องเสียเวลาสมัคร 

เตรียมเอกสารการสมัครให้พร้อม

เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการสมัครบัตรเครดิตได้แก่

– สำเนาบัตรประชาชน พร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง

– สำเนาสลิปเงินเดือน 6 เดือน

– รายการเดินบัญชีธนาคาร(Statement)  6 เดือน

– ใบรับรองเงินเดือนที่ออกโดยบริษัทพร้อมตราประทับ (หากธนาคารจะขอ)

– สำเนาทะเบียนบ้าน (บางธนาคารจะขอ)

กรอกข้อมูลอย่างมีสติ และครบถ้วน สำคัญมาก หากคุณกรอกข้อมูลไม่ครบถ้วน จะมีผลกับการพิจารณาได้ บางธนาคารอาจจะมีการโทรมาสอบถามเพิ่มเติม บางธนาคารอาจจะส่งเอกสารมาให้คุณกรอกเพิ่มเติม และในบางสถาบันการเงินอาจจะปฏิเสธการเปิดบัตรเครดิตของคุณไปเลย

Read more >>> 5 เช็คลิสต์ สมัครบัตรเครดิตให้ผ่านแบบชิลๆ


จำแนกตามรูปแบบการใช้งาน

  • บัตรเครดิตเพื่อธุรกิจ (Business Card / Corporate Card) เป็นบัตรเครดิตที่ผู้ประกอบธุรกิจบัตรเครดิตออกให้ตามความประสงค์ และคำขอของหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐ หรือบริษัท 

  • บัตรเครดิตร่วม (Co-Branded) ที่ธนาคารออกร่วมกับบริษัท หรือร้านค้า เป็นบัตรเครดิตที่ออกโดยธนาคารร่วมกับบริษัท หรือร้านค้าที่เป็นพันธมิตรกัน เพื่อให้ผู้ถือบัตรเครดิตได้รับส่วนลด หรือสิทธิพิเศษจากการใช้บัตรที่บริษัท หรือร้านค้านั้นๆ 


นอกจากนี้บัตรเครดิตยังจำแนกตามระดับของสิทธิประโยชน์ได้ ดังนี้ 

  • บัตรพื้นฐาน เป็นบัตรพื้นฐานที่ผู้เริ่มใช้บัตรเครดิต สมัครแล้วจะได้รับเป็นบัตรนี้ เพราะฐานเงินเดือนที่ใช้ในการสมัครน้อยกว่า ผู้ที่ใช้บัตรเครดิตประเภทอื่นๆ

  • บัตรระดับกลาง เป็นบัตรเครดิตที่ผู้สมัครมีฐานรายได้สูงกว่าบัตรพื้นฐาน และมีสิทธิพิเศษตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด 

  • บัตรระดับสูง เป็นบัตรเครดิตที่ให้สิทธิพิเศษ และผลประโยชน์กับผู้ถือบัตรเครดิตสูงกว่าบัตรเครดิตทั้ง 2 ประเภทแรก 

  • บัตรระดับ Exclusive  เป็นบัตรเครดิตที่กำหนดรายได้ขั้นต่ำ หรือสินทรัพย์ของผู้ถือบัตรสูงที่สุด พร้อมให้สิทธิพิเศษและผลประโยชน์แก่ผู้ถือบัตรมากที่สุด 


Read more >>> รู้จักบัตรเครดิตดีแค่ไหน ทำความรู้จักบัตรเครดิตแบบเจาะลึก

  1. สามารถแลกคืนกลับมาใช้เป็นส่วนลด ส่วนมากโปรโมชั่นหลักของการใช้จ่ายผ่านบัตรเพื่อแลกคะแนนสะสมมักอยู่ในรูปแบบของการใช้เป็นส่วนลดร้านอาหาร ที่พัก ที่ท่องเที่ยว หรือใช้สำหรับการจับจ่ายใช้สอยเพื่อแลกซื้อสินค้า 

  2. สามารถนำมาแลกคืนเป็นของรางวัล เช่น ใช้แต้มสะสม 1000 คะแนน สามารถไปคูปองลดราคาใช้แทนเงินสด บัตรชมภาพยนตร์ อุปกรณ์กีฬา หรือสิ่งของต่างๆ เป็นต้น 

  3. สามารถแลกเป็นตั๋วเครื่องบิน หรือที่พัก ได้บินกันแบบฟรีๆ กับสายการบินที่ร่วมรายการ นอกจากนี้บางบัตรยังสามารถนำมาแลกเป็นที่พักในระหว่างการเดินทางหรือแลกตั๋วเครื่องบินพร้อมกับที่พักได้เลยทีเดียว

  4. สามารถนำไปแลกเป็นเงินสด (Cash Back) นำคะแนนสะสมบัตรเครดิตไปแลกเป็นเงินสดเพื่อใช้ซื้อสินค้าบางอย่างที่ร่วมรายการ 

  5. นำคะแนนสะสมแลกเป็นเครดิตเงินคืน เมื่อคะแนนสะสมถึงเกณฑ์ที่กำหนด เราสามารถนำไปแลกเป็นเครดิตเงินคืน นั่นหมายความว่าเราก็จะมีวงเงินในบัตรเครดิตเพิ่มขึ้นตามจำนวนเครดิตเงินคืนที่แลกได้นั่นเอง

ใช้ส่วนลดที่ได้จากบัตรเครดิต เวลาไปซื้อสินค้าที่ร้านค้า หรือห้างสรรพสินค้าต่างๆ มักจะเห็นส่วนลดค่อนข้างมากเวลาจัดรายการร่วมกับบัตรเครดิตต่างๆ 

สะสมแต้มแลกของรางวัล การรูดบัตรเครดิตเพื่อซื้อสินค้าแทนการใช้เงินสด สามารถสะสมแต้ม และนำแต้มนั้นไปแลกสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้มากมาย 

ผูกบัตรเครดิตกับบัญชีออมทรัพย์ หากเราใช้ผูกบัตรเครดิตกับบัญชีออมทรัพย์ จะทำให้เราไม่ต้องเสี่ยงกับการเป็นหนี้บัตรเครดิต เนื่องจากชำระขั้นต่ำ หลักการง่ายๆ คือ สถาบันการเงินจะทำการตัดค่าบัตรเครดิตผ่านบัญชีออมทรัพย์แบบเต็มจำนวน แถมเพิ่มวินัยการใช้จ่ายได้เป็นอย่างดี 

ชำระค่าสาธารณูปโภคผ่านบัตรเครดิต ควรใช้บัตรเครดิตในการชำระค่าสาธารณูปโภค และบิลต่างๆ เพราะสามารถกำหนดค่าใช้จ่ายรายเดือนของเราได้ และยังได้รับคะแนนสะสมด้วย

ไม่กดเงินสดจากบัตรเครดิต เนื่องจากค่าธรรมเนียม และดอกเบี้ยรวมๆ กันแล้วแพงมาก 

Read more
คุณสามารถใช้บัตรเครดิตในการเบิกถอนเงินสดได้ที่ตู้ ATM โดยเงินสดที่ถูกถอนออกมานั้นจะถูกนับรวมอยู่ในวงเงินเครดิตที่คุณได้รับ แต่ทว่า เมื่อกดเงินสดด้วยบัตรเครดิตคุณจะถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการกดจำนวน 3% จากยอดเงินที่กด (ไม่รวม VAT 7%)

ส่วนอัตราดอกเบี้ยของยอดเงินที่กดนั้นจะถูกเรียกเก็บอัตราเดียวกับอัตราดอกเบี้ยในการรูดชำระสินค้า แต่จะถูกคำนวณเป็นรายวันตั้งแต่วันที่เบิกถอนเงินสดออกมา จนถึงวันที่ชำระคืนครบ

Read more >>> เทคนิคน่ารู้ ใช้บัตรเครดิตไม่ให้ดอกเบี้ยบาน 
วงเงินบัตรเครดิตที่คุณจะได้รับนั้น ขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินผู้ออกบัตรเครดิตเป็นผู้กำหนด บางท่านอาจจะได้วงเงินเท่ากับรายได้ต่อเดือน หรือบางท่านได้มากกว่านั้น แต่อย่างไรก็ดี วงเงินนั้นได้มีการกำหนดเพดานสูงสุดเอาไว้ตามกฎหมายด้วย โดยยึดตามรายได้ต่อเดือนของผู้สมัครบัตรเครดิต ดังนี้ Read More..
เมื่อคุณใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตจนเกือบเต็มวงเงินและคุณต้องการจะรูดซื้อสินค้า หากราคาสินค้านั้นมีจำนวนมากเกินกว่าจำนวนวงเงินที่ยังเหลือในบัตรเล็กน้อย อาจเป็นไปได้ว่าการรูดซื้อสินค้าชิ้นนั้นจะได้รับการอนุมัติ หรือหากราคาสินค้านั้นสูงกว่าวงเงินคงเหลือในบัตรเครดิตไปมาก บัตรเครดิตใบนั้นจะรูดชำระสินค้าไม่ผ่านทันที Read More..
สิ่งแรกที่คุณควรทำเมื่อรู้ว่าบัตรเครดิตหายไปก็คือ แจ้งสถาบันการเงินเจ้าของบัตรเครดิตให้ทราบ เพื่อให้ทำการอายัดบัตรเครดิตของคุณโดยด่วนที่สุด ซึ่งส่วนนี้ทางเจ้าหน้าที่ของสถาบันการเงินอาจจะมีการสอบถามข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเหตุการณ์บัตรเครดิตหายนี้ เช่น สถานที่ที่ทำบัตรหาย รายการล่าสุดที่คุณใช้งานบัตรเครดิต วันเวลาที่ทำบัตรหาย เป็นต้น Read More..
ผู้ที่ไม่มีเงินเดือนประจำ อาทิเช่น ผู้ที่ทำอาชีพอิสระ หรือเจ้าของกิจการขนาดเล็กหรือ SME ก็สามารถสมัครบัตรเครดิตได้ แต่อาจจะมีรายละเอียดในส่วนของการสมัครที่แตกต่างไปจากผู้ที่เป็นพนักงานบริษัทอยู่พอสมควร เพราะในส่วนของพนักงานบริษัทนั้นจะมีรายได้ประจำอย่างสม่ำเสมอ และมีสลิปเงินเดือนซึ่งเป็นเอกสารชี้แจงรายได้ Read More..
ระยะปลอดดอกเบี้ย คือช่วงระยะเวลาที่ธนาคารหรือผู้ให้บริการบัตรเครดิตจะเรียกเก็บเฉพาะเงินต้น โดยไม่เรียกเก็บดอกเบี้ยหากคุณชำระหนี้แบบ "เต็มจำนวน" ซึ่งคนมักจะเข้าใจผิดว่าระยะปลอดดอกเบี้ยนี้ จะเริ่มนับจากวันที่รูดใช้จ่ายบัตรเครดิต แต่แท้จริงแล้วระยะปลอดดอกเบี้ย 45 วัน จะเริ่มนับตั้งแต่วันสรุปรอบบัญชี จนถึงวันครบกำหนดชำระเงินของรอบบัญชีถัดไป Read More..
ทั้งสองบัตร เหมือนกันตรงที่ได้รับสิทธิประโยชน์จากเจ้าของบัตรเหมือนกันทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด โปรโมชั่น การผ่อน ของแถม คะแนนสะสม ระยะเวลาของการปลอดดอกเบี้ยก็เหมือนกัน วงเงินที่ใช้ได้ก็เป็นวงเงินเดียวกัน 

ส่วนความแตกต่างคือ ถ้าจะสมัครบัตรเสริมได้ต้องมีบัตรหลักแล้วเท่านั้น ส่วนค่าธรรมเนียมรายปีจะคิดเฉพาะบัตรหลัก แต่สามารถนำยอดค่าใช้จ่ายทั้งสองบัตรเพื่อนำมายกเว้นค่าธรรมเนียมได้

Read more >>> เรื่องน่ารู้ที่หลายคนไม่รู้เกี่ยวกับ บัตรเสริม
เราสามารถจ่ายช้ากว่าวันที่กำหนดชำระในใบแจ้งยอดได้ 2-3 วันทำการ โดยที่ไม่โดนคิดดอกเบี้ยและค่าปรับล่าช้า 

ผลจากการที่ชำระค่าบัตรล่าช้า ธนาคารจะเริ่มคิดดอกเบี้ยโดยย้อนกลับไปคิดตั้งแต่วันแรกที่ทำรายการซื้อสินค้าหรือบริการผ่านบัตร กล่าวคือ ย้อนคิดดอกเบี้ยไปในระยะเวลา 45-55 วัน ที่ธนาคารเคยให้เครดิตไว้ด้วย นอกจากนั้นยังมีค่าใช้จ่ายที่เป็นค่าปรับกรณีจ่ายล่าช้าเป็นจำนวนเงินประมาณ 250-300 บาทต่อครั้ง 
หากคุณเป็นลูกหนี้ที่ดี ชำระเงินตรงเวลามาโดยตลอด สามารถขอให้ทางธนาคารลดอัตราดอกเบี้ยลงได้ หากคุณได้รับข้อเสนอให้ทำบัตรเครดิตจากทางธนาคารอีก คุณสามารถโทรคุยกับทางธนาคารและบอกพวกเขาว่าข้อเสนอที่คุณได้รับเป็นสิ่งที่คุณสนใจ และมันจะดีกว่านี้หากคุณได้ลดอัตราดอกเบี้ยด้วย

Read more >>> รูดบัตรเก่งต้องรู้! เทคนิคลดดอกเบี้ยบัตรเครดิตอย่างเห็นผล
คุณสามารถขอเพิ่มวงเงินบัตรเครดิตได้ แต่คุณต้องแน่ใจด้วยว่าคุณรู้ถึงข้อดีและข้อเสียของมัน เพราะวงเงินที่สูงขึ้นจะทำให้คุณสามารถเข้าถึงอำนาจการกู้ยืมเงินที่มากขึ้นนั่นเอง ซึ่งข้อดีของมันก็คือคุณจะมีคะแนนเครดิตที่ดีขึ้นด้วย 

Read more >>> วิธีการขอเพิ่ม วงเงินบัตรเครดิต
หากถึงเวลากำหนดชำระแต่ละงวดแล้ว คุณมีเงินไม่เพียงพอ ก็สามารถชำระขั้นต่ำได้ในงวดนั้น โดยจะต้องชำระไม่น้อยกว่า 10% ของยอดคงค้างงวดนั้น ถือว่าคุณยังไม่ผิดนัดชำระหนี้ แต่จำนวนเงินที่คุณชำระไม่เต็มก็จะเสียดอกเบี้ยต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าคุณจะชำระส่วนที่เหลือหมด

Read more >>> เรื่องที่ควรรู้เมื่อคิดจะ จ่ายบัตรเครดิตขั้นต่ำ
โดยปกติแล้ว บัตรเครดิตของทุกธนาคารจะมีค่าธรรมเนียมรายปีอยู่ แต่ส่วนมากจะยกเว้นค่าธรรมเนียมได้โดยมีเงื่อนไข เช่น ใช้จ่ายผ่านบัตรตามยอดที่ทางธนาคารกำหนด 

Read more >>> ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต มีอะไรบ้าง