โดนชนแล้วหนี จะต้องจัดการอย่างไร

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ประกันรถยนต์"

March 2, 2017


โดนชนแล้วหนี

คงไม่มีใครที่อยาก โดนชนแล้วหนี หรอกใช่ไหมคะ เพราะนอกจากตัวเองจะเจ็บตัว รถเสียหายแล้ว ยังต้องมานั่งปวดหัวกับไอ้พวกคู่กรณีที่ไม่รับผิดชอบอีก วันนี้ MoneyGuru.co.th มีวิธีรับมือกับพวกนิสัยเสียชนแล้วหนีมาฝากค่ะ

โดนชนแล้วหนี ตั้งสติให้มั่น

เมื่อเกิดเหตุชนแล้วหนี คุณควรตั้งสติให้มั่น อย่าบุ่มบ่ามตื่นตูม เนื่องจากอุบัติเหตุที่มาถึงตัว มักจะไม่ค่อยให้โอกาสตั้งหลักสักเท่าไหร่ นึกจะมาก็มา นึกจะไปก็ไป สิ่งที่ต้องพึงระลึกยามเกิดเหตุระทึกอยู่เสมอคือ อย่าตกใจจนเกิดเหตุ รวบรวมสติจากทุกส่วนของร่างกายให้ได้มากที่สุด เพราะการตื่นตระหนกไม่สร้างผลดีอันใด รังแต่จะสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้เรื่องเล็กกลายเป็นเรื่องใหญ่ และเมื่อคุณตั้งสติดีแล้ว หากพบว่าคู่กรณีกำลังจะหนี สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณควรทำคือ พยายามจดจำรายละเอียดของคู่กรณีให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นรูปพรรณสันฐานของรถผู้ก่อเหตุ ทะเบียนรถ รุ่น สี และตำหนิ เพราะมันจะมีประโยชน์อย่างที่สุดสำหรับใช้ในการติดตามในภายหลังค่ะ

191 เบอร์แรกที่ต้องนึกถึง

เมื่อคุณมีรายละเอียดดังกล่าวข้างต้น ให้คุณรีบโทรไปที่ 191 โดยพลัน แจ้งเรื่องว่าคุณถูกชนแล้วหนี้ พร้อมแจ้งรายละเอียดคู่กรณีที่หลบหนี เส้นทางที่มุ่งหน้าหนี ทางเจ้าหน้าที่จะได้ประสานงานดักจับได้อย่างทันท่วงทีค่ะ

อย่าไว้ใจคน

คุณควรสำรวจความเสียหายที่ผู้ก่อเหตุก่อทิ้งไว้ แต่ขอเตือนว่าให้ระวังพวกมิจฉาชีพ ที่บางครั้งสร้างสถานการณ์ชนแล้วหลบหนี เพื่อให้คุณลงจากรถ แล้วดักซุ่มชิงทรัพย์นะคะ ทั้งนี้หากรู้สึกว่าเป็นซอยเปลี่ยว ไม่ชอบมาพากลก็ควรนั่งรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ในรถ ล็อครถเอาไว้ อย่าตัดสินเอาเองว่าใครเป็นพลเมืองดี เพราะคนพวกนี้วางแผนและทำกันเป็นขบวนการค่ะ

บทความน่าอ่าน เกิดอุบัติเหตุ ต้องปฏิบัติตัวอย่างไร จึงจะปลอดภัยต่อตนเองและทรัพย์สิน

ติดต่อบริษัทประกัน

ต่อมา เมื่อแจ้งความแล้ว ติดต่อบริษัทให้ทรายเรื่อง เพื่อขอซ่อมก่อนระยะเวลา 1 ปี เนื่องจากหากประกันรถหมดอายุคุณจะไม่สามารถขอเคลมประกันได้ หากคุณไม่สามารถจำทะเบียนรถได้ คุณต้องเสียค่า Excess ในส่วนแรก 1,000 บาททันทีต่อ 1 การเกิดอุบัติเหตุ ที่เป็นแบบนี้ก็เพราะว่าทางประกันภัย เขาต้องป้องกันผู้ขับขี่ที่แอบอ้างแจ้งซ่อมรถในกรณีที่ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุค่ะ

ในกรณีได้รับบาดเจ็บ

ในกรณีที่ตัวคุณได้รับบาดเจ็บ คุณควรอยู่นิ่งเฉยไว้ อย่าพยายามเคลื่อนย้ายตัวเองโดนทันที เพราะคุณไม่รู้ว่าร่างกายคุณได้รับบาดเจ็บมากแค่ไหน เพราะโดยปกติเมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บ จะรู้สึกชาช่วงเวลาหนึ่ง การขยับตัวอาจจะก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บมากขึ้น จึงควรรอเจ้าหน้าที่ปฐมพยาบาลมาตรวจดูร่างกายของคุณก่อน เพื่อนความปลอดภัย และไม่ก่อให้เกิดอาการบาดเจ้บเพิ่มมากขึ้นค่ะ

เรียบเรียงคำให้การ

ถ้าหากคู่กรณีเกิดถูกจับได้ในทันทีหลังจากเกิดเหตุไม่นาน จะมีการสอบปากคำทั้งตัวผู้ประสบเหตุและพยานที่เห็นเหตุการณ์ ในตอนนี้คุณควรเรียบเรียงคำพูดให้ถูกต้องตรงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งถ้าหากในช่วงเกิดเหตุแล้วคุณมัวแต่ตกใจจนขาดสติ ย่อมทำให้ขั้นตอนให้ปากคำมีปัญหาได้ในภายหลัง เนื่องจากอาจจำสิ่งที่เกิดขึ้นแทบไม่ได้นั่นเองค่ะ

บทความน่าอ่าน รถชนทำอย่างไร ถ้าไม่มีประกันรถยนต์

กรณีที่คู่กรณีหนีลอยนวล

หากคู่กรณีหนีลอยนวล สิ่งที่ทำได้ในขณะนั้นก็คือ เจ้าหน้าที่จะทำการออกหมายจับตามลักษณะที่คุณได้แจ้งไว้ เพื่อติดตามจับกุมมาดำเนินคดีต่อในภายหลัง และหากรถคุณมีประกันก็อย่าลืมแจ้งประกันด้วย เพราะหากลืมแจ้งประกันและนึกขึ้นได้ในวันรุ่งขึ้นล่ะก็ งานนี้มีแต่ยุ่งวุ่นวายกันยาวแน่นอนค่ะ เพราะสถานะการเคลมจะต่างกันไปอย่างสิ้นเชิงเลยทีเดียว ซึ่งรายละเอียดในการประกันคงต้องไปศึกษากันให้ดีอีกทีค่ะ

พนักงานมีอำนาจยึดรถคันที่หลบหนี

นอกจากนี้ ในกรณีที่คู่กรณีไม่แสดงตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ สถานที่เกิดเหตุ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจยึดรถคันก่อเหตุที่หลบหนี หรือถ้าคู่กรณีไม่แสดงตัวต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 6 เดือนนับแต่วันเกิดเหตุ ให้ถือว่ารถนั้นเป็นทรัพย์สิน ซึ่งได้ใช้กระทำความผิด หรือเกี่ยวกับการกระทำความผิดและให้ตกเป็นของรัฐ โดยมีกฎหมายระบุไว้ชัดเจนดังนี้ค่ะ

  • มาตรา 160 ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา 78 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • ถ้าการไม่ปฏิบัติตามมาตรา 78 เป็นเหตุให้บุคคลอื่นได้รับอันตรายสาหัส หรือเสียชีวิต ผู้ไม่ปฏิบัติตามต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับตั้งแต่ 5,000 บาท ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
  • กรณีที่ชนแล้วหนีกฎหมายกำหนดโทษแห่งการหนึ่งดังกล่าวตาม พ.ร.บ จราจรทางบกมาตรา 78 ประกอบมาตรา 160 มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ส่วนขับรถโดยประมาทก็ว่ากันไปอีกเรื่องหนึ่ง

ท้ายนี้หากคุณพบกับเหตุการดังกล่าว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การจดจำทะเบียนรถของคู่กรณีเอาไว้ให้ได้ เพื่อสิทธิ์ในการดำเนินคดีต่อไป เพราะเรื่องแบบนี้เกิดจากปัจจัยภายนอก เกิดจากผู้ขับขี่ร่วมท้องถนน และสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน แม้ว่าคุณจะขับรถถูกกฎระเบียบจราจร หรือมีทักษะในการขับรถที่ดีเลิศ และหากท่านใดอยากจะติดตามบทความและข่าวสารเกี่ยวกับรถยนต์ การเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกันรถยนต์ ก็สามารถกด Subscribe เพื่อรับสาระความรู้แบบนี้จาก MoneyGuru.co.th ได้เลยค่ะ เราจะส่งตรงถึงอีเมลของคุณทุก ๆ สัปดาห์

เปรียบเทียบประกันรถยนต์

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน