เมื่อ น้ำท่วมรถ เพราะฝนตกกระหน่ำแบบนี้ ต้องทำอย่างไรบ้าง

โดย Krit, ในหมวดหมู่ "ประกันรถยนต์"

September 16, 2019


พายุเข้าฝนตกหนัก จนเป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมในหลาย ๆ พื้นที่ของประเทศไทย ซึ่งได้สร้างความเสียหายเป็นวงกว้างโดยเฉพาะทางภาคอีสาน ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อตัวบ้านเรือน พื้นที่ทางเกษตรกรรม รวมถึงรถยนต์โดนน้ำท่วมเป็นจำนวนมาก ซึ่งคงจะสร้างความปวดใจอยู่ไม่น้อย ยิ่งรถแสนรักที่เอาไว้ใช้ทำมาหากินเกิดความเสียหายอย่างนี้ ควรจะทำยังไงดี ? วันนี้ MoneyGuru.co.th จะมาแนะนำวิธีการดูแลเมื่อ น้ำท่วมรถ กันครับ

สิ่งที่ควรทำเมื่อเกิดเหตุ น้ำท่วมรถ

น้ำท่วมนั้นเป็นอะไรที่อยุ่คู่กับประเทศไทยมาโดยตลอด น้ำมาทีนั้นก็มาอย่างรวดเร็วมากเรียกได้ว่าแทบไม่ทันตั้งตัวกันเลย นอนอยู่ตื่นมาอีกทีน้ำท่วมแล้ว หรือแม้แต่จอดรถทำงานอยู่ดี ๆ เกิดฝนตกมาอย่างหนักน้ำท่วมเฉยเลย หากคุณเจอเหตุการณ์อย่างนี้อย่างเพิ่งตกใจครับ ตั้งสติเอาไว้และทำตามคำแนะนำเหล่านี้ครับ

  1. โทรแจ้งประกันทันที

เมื่อรถโดนน้ำท่วม สิ่งแรกที่ควรทำก็คือโทรหาบริษัทประกันภัยของคุณทันที เพื่อเช็กกับบริษัทประกันว่า กรมธรรม์ที่คุณถืออยู่นั้นคุ้มครองอุบัติเหตุจากภัยธรรมชาติหรือไม่ เพราะประกันแต่ละชั้นก็มีความคุ้มครองที่ครอบคลุมไม่เท่ากัน ถ้ามีก็รีบแจ้งให้เคลมเลยครับ แต่ถ้าหากไม่มีก็ทำใจแป๊บแล้วทำตามคำแนะนำต่อไปครับ

  1. ห้ามต่อขั้วแบตรถยนต์

การที่มีน้ำท่วมรถยนต์นั้นอาจจะทำให้ระบบไฟภายในรถนั้นเกิดการลัดวงจรได้ และจะกลายเป็นการสร้างความเสียหายที่หนักขึ้นกว่าเดิม หากรถคุณเกิดเหตุน้ำท่วมหรือถ้าเป็นไปได้ก่อนที่น้ำจะท่วมรถและไม่สามารถนำรถออกไปจากบริเวณที่ท่วมได้แล้วก็ควรที่จะถอดขั้วแบตออกให้หมด ยกแบตเตอรี่หนีน้ำได้เลยยิ่งดีครับ

  1. นำรถไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ

เมื่อน้ำเริ่มแห้งแล้ว หากใครไม่มีประกันภัยรถยนต์ที่คุ้มครองเรื่องน้ำท่วมเอาไว้ ขั้นต่อไปก็ควรที่จะเริ่มนำรถของคุณออกมาผึ่งแดดเพื่อให้น้ำและความชื้นระเหยออกไปจากตัวรถให้หมดครับ จากนั้นตรวจสอบสภาพรถของคุณว่าเสียหายมากน้อยแค่ไหน  ถ้าหากน้ำท่วมมิดคันเลย และคุณมีประกันที่คุ้มครองเรื่องน้ำท่วมอยู่แล้ว แนะนำให้เรียกประกันมารับรถของคุณไปซ่อมให้ใหม่จะเป็นการดีที่สุดครับ และยิ่งรถสมัยนี้เป็นระบบฟ้าฟ้าแทบจะทั้งคันอยู่แล้วด้วย การให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ดูแลถือเป็นอะไรที่สมควรทำที่สุดครับ

  1. ล้างทำความสะอาด

หลังจากน้ำท่วมลดลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ต่อไปควรทำความสะอาดรถของคุณให้เรียบร้อย ล้างเศษดินและสิ่งสกปรกที่ลอยมากับน้ำออกให้หมด เสร็จแล้วก็ค่อยเปิดประตูรถทุกบานเพื่อให้ลมโกรก หรือจอดตากแดดเอาไว้ ถ้าเป็นไปได้ก็ถอดเบาะรถของคุณออกมาเช็ดล้างให้เรียบร้อยหรือหากทำไม่ไหวจริง ๆ นำรถเข้าคาร์แคร์เลยครับ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญจัดการทุกอย่างให้

  1. เปลี่ยนของเหลวในห้องเครื่องใหม่ทั้งหมด

หลักจากทำทุกอย่างที่กล่าวมาข้างต้นเรียบร้อยแล้ว แนะนำให้นำรถไปให้ผู้เชี่ยวชาญทำการเปลี่ยนของเหลวภายในเครื่องให้ใหม่ทั้งหมด เพราะการที่มีน้ำเข้าไปสู่ระบบเครื่องยนต์ อาจจะทำให้ระบบเครื่องยนต์ต่าง ๆ นั้นเกิดความเสียหายได้ครับ

เทคนิคและข้อปฎิบัติในการขับรถลุยน้ำท่วม

บางครั้งไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในการที่จะต้องขับรถลุยน้ำท่วม เพราะจำเป็นต้องเดินทางผ่านเส้นทางนั้นจริง ๆ แต่ก่อนจะขับรถฝ่าน้ำท่วมไป ขอให้ระมัดระวังและทำตามคำแนะนำเหล่านี้ก่อนนะครับ

  1. ประเมินระดับน้ำ

ก่อนที่จะขับรถฝ่าไปในเส้นทางน้ำท่วม ควรที่จะประเมินระดับน้ำในเส้นทางนั้นก่อนครับว่ามีระดับที่สูงมากน้อยเพียงใด และรถยนต์ที่คุณใช้นั้นสามารถขับลุยน้ำได้หรือไม่ หากคุณขับรถเก๋งทั่วไปควรจะหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีระดับน้ำสูงเกิน 25 ซม. (หรือกะด้วยสายตาง่าย ๆ คือ สูงท่วมครึ่งหนึ่งของล้อรถยนต์) หากคุณใช้รถกระบะ ควรลุยน้ำที่มีความสูงไม่เกิน 40 ซม. รถ 4WD ก็ควรขับลุยน้ำที่มีความสูงไม่เกิน 50ซม. ครับ

  1. ปิดแอร์

เมื่อประเมินระดับน้ำแล้วว่า รถของคุณนั้นสามารถขับรถผ่านเส้นทางนี้ไปได้ สิ่งสำคัญที่ต้องทำก่อนลุยน้ำคือปิดระบบแอร์ภายในรถครับ เพราะหากขับรถลุยน้ำในขณะที่เปิดแอร์เอาไว้ พัดลมจะทำงานและทำให้ใบพัดหมุนตีน้ำกระจายไปทั่วห้องเครื่อง ซึ่งอาจจะทำให้น้ำเข้าห้องเครื่องหรือระบบไฟฟ้าได้ นอกจากนี้ ใบพัดอาจจะไปพัดโดนเศษขยะต่าง ๆ ที่ลอยมากับน้ำและอาจทำให้ใบพัดเสียหายได้ครับ

  1. ฮั่นแน่…อย่าเร่งเครื่องนะครับ

จะขับรถลุยน้ำอย่าเร่งเครื่องนะครับ ควรขับด้วยการใช้เกียร์ต่ำครับ หากเกียร์รถของคุณเป็นเกียร์ธรรมดาก็ควรใช้เพียงแค่เกียร์ 1-2 เท่านั้นครับ หากรถของคุณเป็นเกียร์ออโต้ก็ควรใช้เกียร์ L, เกียร์ 1 หรือเกียร์ที่ต่ำที่สุดที่รถของคุณมีครับ และควรจะรักษารอบรถยนต์ของคุณให้อยู่ประมาณที่ 1,500 – 2,000 รอบเอาไว้ เพราะหากต่ำกว่านั้นเครื่องอาจจะดับได้ และหากรอบเครื่องสูงเกินไปก็อาจจะเป็นการดูดน้ำเข้าห้องเครื่องได้ครับ

  1. ลดความเร็วเมื่อมีรถสวน

เมื่อมีรถที่ขับลุยน้ำสวนมา ควรที่จะลดระดับความเร็วลงนะครับ เพราะคลื่นน้ำจากรถยนต์คันอื่นที่มากระทบกับคลื่นที่รถของเรา จะทำให้เกิดแรงปะทะจนทำให้น้ำเพิ่มระดับขึ้นมาได้ ซึ่งอาจจะไปสร้างความเสียหายให้ภายในตัวรถได้ครับ

  1. หลังจากพ้นน้ำท่วม

หลังจากที่คุณขับมาจนพ้นเขตน้ำท่วมไปแล้ว เพื่อความปลอดภัย แนะนำให้ย้ำเบรคเพื่อไล่ความชื้นในระบบเบรคเสียก่อน หากใครที่ใช้รถเกียร์ธรรมดา ควรจะย้ำคลัตช์ด้วยเพื่อป้องกันคลัตช์ลื่น และหลังลุยน้ำมาหลังจากวันนั้นวันสองวัน หากเบรคมีอาการติดขัด ให้ทำการเดินหน้าแล้วเบรคแรง ๆ 1 ครั้ง และขับถอยหลังเบรคแรง ๆ อีก 1 ครั้ง ทำซ้ำไปมาจนกว่าเบรคจะหายติดขัด ถ้าหากอาการติดขัดยังไม่ดีขึ้นก็แนะนำให้เข้าอู่เพื่อเช็คอาการต่อไปครับ

ประกันชั้นไหนที่คุ้มครองรถน้ำท่วมบ้าง

แน่นอนครับว่าเมื่อคุณได้ทำประกันภัยรถยนต์เอาไว้ ก็จะต้องได้รับความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับรถยนต์ของคุณ แต่ก็ไม่ใช่ประกันทุกชั้นที่สามารถคุ้มครองความเสียหายจากการน้ำท่วมรถได้นะครับ หากใครที่ทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เอาไว้ ดีใจด้วยครับคุณได้รับความคุ้มครองความเสียหายจากเหตุน้ำท่วมรถแบบนี้ครับ ส่วนหากใครที่ทำประกันชั้น 2+ หรือ 3+ เอาไว้ก็ต้องลองกลับไปตรวจเช็คกรมธรรม์ของคุณดูก่อนนะครับ ว่ามีระบุการคุ้มครองน้ำท่วมหรือไม่ ถ้ามีก็จัดการเคลมให้เรียบร้อยได้เลยครับ ส่วนผู้ที่ทำประกันชั้นอื่นนอกเหนือจากนี้ ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยครับ เพราะไม่มีความคุ้มครองน้ำท่วมนะครับ

ความคุ้มครองของประกันรถยนต์เมื่อน้ำท่วม

ความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์เมื่อมีเหตุน้ำท่วมรถนั้นจะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ

  1. การสูญเสียโดยสิ้นเชิง

ในกรณีนี้ก็คือ หากรถยนต์ของคุณเกิดเหตุน้ำท่วมมิดคันรถ หรือท่วมสูงเกินคอนโซลหน้าครับ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับตัวรถและทั้งห้องผู้โดยสาร บริษัทประกันภัยรถยนต์ก็จะประเมินว่า ไม่คุ้มที่จะซ่อมให้กลับมาเหมือนเดิมได้ บริษัทประกันก็จะต้องจ่ายเงินให้คุณตามทุนประกันที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ 100% แอบบอกตรงนี้ว่า หากบริษัทประกันใดที่จ่ายเพียง 70 – 80% ของทุนประกันที่ระบุเอาไว้ในกรรมธรรม์ คุณสามารถยื่นเรื่องร้องเรียนที่ คปภ. ได้เลยครับ เพราะถือเป็นการทำผิดข้อกำหนดของ คปภ.

  1. ความเสียหายบางส่วน

หากรถของคุณเกิดเหตุน้ำท่วมที่ไม่เสียหายหนักมากนัก ยังคุ้มค่าและสามารถซ่อมให้กลับมาเหมือนเดิมได้ บริษัทประกันภัยรถยนต์ก็จะตีให้เป็นความเสียหายบางส่วน ทางบริษัทประกันก็จะซ่อมแซมรถยนต์ของคุณให้กลับมาใช้งานได้เหมือนเดิม โดยค่าใช้จ่ายทั้งหมดนั้นทางบริษัทประกันจะเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบให้ แต่ต้องไม่เกินจำนวนทุนประกันที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ครับ หากซ่อมแล้วค่าซ่อมเกินทุนประกัน คุณจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบส่วนที่เกินไปนั้นทั้งหมดเอง

เห็นไหมละครับ จริง ๆ แล้วการทำประกันภัยรถยนต์เอาไว้นั้นไม่ใช่เรื่องที่ไร้สาระเลยนะครับ เพราะหากเกิดเหตุกาณ์แบบนี้ขึ้นแต่คุณดันไม่ได้ทำประกันเอาไว้ รับรองได้เลยว่า จะต้องจ่ายค่าซ่อมที่เกิดขึ้นมากกว่าที่คุณจ่ายค่าเบี้ยประกันในแต่ละปีแน่นอนครับ เพราะฉะนั้นมาทำประกันภัยรถยนต์เอาไว้ดีกว่านะครับ คลิกมาเลยที่ MoneyGuru.co.th หรือ แอดไลน์ที่ @MoneyGuruThailand ได้เลยครับ รับรองว่าคุณจะได้เบี้ยประกันและข้อเสนอที่ดีที่สุดจากผู้เชี่ยวชาญของเราทันทีครับ

เปรียบเทียบประกันรถยนต์