เพิ่มเบี้ยประกันภัย คืออะไร? ทำไมต้องจ่ายเพิ่ม?

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ประกันรถยนต์"

April 23, 2018


เพิ่มเบี้ยประกันภัย
เป็นที่รู้กันดีว่าประกันภัยรถยนต์นั้นช่วยให้เราที่ใช้รถยนต์กันอยู่เป็นประจำนั้น สามารถขับขี่รถได้อย่างอุ่นใจมากขึ้น เพราะประกันภัยรถยนต์นั้นจะให้ความคุ้มครองค่าเสียหายที่เกิดขึ้นเมื่อเราเกิดอุบัติเหตุ โดยจะให้ความคุ้มครองตามกรมธรรม์ประกันภัยที่เราทำไว้ ซึ่งส่วนนี้จะช่วยให้นั้นสามารถผ่อนหนักเป็นเบาในเรื่องของค่าเสียหายที่เกิดขึ้นได้
แต่ว่าก็ใช่ว่าเราจะสามารถขับรถอย่างประมาทและเกิดอุบัติเหตุได้บ่อยๆ นะ เพราะหากเราเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งและเป็นฝ่ายผิด อาจจะส่งผลให้ในปีถัดไปเราโดน เพิ่ม เบี้ยประกันภัย ก็เป็นได้ ซึ่งวันนี้ MoneyGuru.co.th ก็ได้รวบรวมข้อมูลในส่วนนี้มาฝากกันด้วย เพื่อที่พวกเราที่ใช้รถกันเป็นประจำจะได้รู้ว่ามีสาเหตุอะไรบ้างที่เป็นต้นเหตุให้เราต้องจ่าย เบี้ยประกันภัยเพิ่ม ขึ้น

เพิ่มเบี้ยประกันภัย คืออะไร? ทำไมต้องจ่ายเพิ่ม?

การเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ ก็คือ การที่เรา (ผู้ทำประกัน) ต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์เพิ่มขึ้นนั่นเอง อันเนื่องมาจากพฤติกรรมการขับรถของเราที่อาจจะเข้าข่าย ผู้ขับขี่ประวัติไม่ดี หรืออาจจะมาจากสาเหตุอื่นๆ ที่ทำให้บริษัทประกันต้องเพิ่มเบี้ยประกันภัยรถยนต์ขึ้นนั่นเอง

สาเหตุที่จะทำให้เราโดนเพิ่มเบี้ยประกันภัย

ผู้ขับขี่ประวัติไม่ดี

การขับรถด้วยความประมาทจนเกิดอุบัติเหตุและเป็นฝ่ายผิดอยู่บ่อยครั้งนั้น รวมถึงกรณีที่เราไม่สามารถระบุคู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งได้ เราอาจจะถูกจัดว่าเป็น ผู้ขับขี่ประวัติไม่ดี และส่งผลให้เรานั้นต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้น เพราะว่าเรามีพฤติกรรมการขับขี่ที่มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุที่มากขึ้น จึงทำให้บริษัทประกันภัยมีความจำเป็นที่ต้องพิจารณาเรียกเก็บค่าเบี้ยเพิ่มขึ้นจากเบี้ยสุทธิเดิม

การเคลมบ่อย

ต่อเนื่องจากการขับรถด้วยความประมาทในข้อที่แล้ว ที่ทำให้เราเกิดอุบัติเหตุบ่อย ซึ่งมักจะส่งผลให้เราต้องทำการเคลมบ่อยไปด้วยนั่นเอง และการเคลมบ่อยๆ นี่แหล่ะคือการที่จะทำให้เราเสียประวัติดีจนส่งผลให้เราโดน เพิ่มเบี้ยประกันภัย ในปีถัดไป อันที่จริงแล้วแค่เคลมแบบเราเป็นฝ่ายผิดแค่ครั้งเดียวก็เสียประวัติดีแล้ว ซึ่งทำให้หลายคนนั้นกลัวการเคลมมากเพราะจะทำให้เสียประวัติดีไป และจะไม่ได้รับส่วนลดประวัติดี ส่วนหลักการคิดเบี้ยประกันภัยเพิ่มก็สามารถดูได้ตามนี้
หลักการคิดเบี้ยประกันภัยเพิ่ม
  • กรณีเคลมแบบเป็นฝ่ายผิดมากกว่า 2 ครั้งขึ้นไปในปีเดียวกัน
    • หมายความว่ามีการเคลมครั้งที่ 3 ขึ้นไปในปีเดียวกัน เราจึงจะต้องจ่ายเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ แต่ถ้าหากเคลมไม่ถึงที่กำหนดไว้หรือกรณีเราเป็นฝ่ายถูก แบบนี้เท่ากับว่าเราไม่สร้างความเสียหายให้บริษัทประกันก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายเบี้ยเพิ่ม
  • กรณีมีการเคลมเกินกว่า 200% ของเบี้ยประกันภัย
    • จะสัมพันธ์กับข้อที่ผ่านมาก็คือ กรณีถ้าเคลม 3 ครั้ง แต่ยังไม่เกิน 200% ของเบี้ยที่จ่าย เราก็ยังไม่ต้องจ่ายเบี้ยประกันภัยรถยนต์เพิ่ม
จะเห็นได้ว่าการเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์นั้นไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นง่ายๆ หากว่าเรานั้นขับรถอย่างมีสติและไม่ประมาท แต่หากเรานั้นเกิดพลาดพลั้งกลายเป็นผู้ขับขี่ที่ประวัติไม่ดีขึ้นมา เราก็ต้องเตรียมใจที่จะโดนอัตราเบี้ยประกันภัยรถยนต์เพิ่มขึ้นปีละ 10% ตามรายละเอียดด้านล่างนี้เลยครับ
  • จ่ายเพิ่ม 20% ของอัตราเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ
  • จ่ายเพิ่ม 30% ของอัตราเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ 2 ปีต่อกัน
  • จ่ายเพิ่ม 40% ของอัตราเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ 3 ปีต่อกัน
  • จ่ายเพิ่ม 50% ของอัตราเบี้ยประกันภัยในปีที่ต่ออายุ 4 ปีต่อกัน
ตัวอย่างการเพิ่มเบี้ยประกันภัยรถยนต์
– น้องมันนี่ จ่ายค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ปีละ 8,000 บาท
– ปี 2561 น้องมันนี่ เคลมประกัน 3 ครั้ง จำนวนกว่า 40,000 บาท (คิดเป็นจำนวนเงินรวมแล้วเกิน 200%)
ในการต่อประกันภัยปีถัดไปจะถูกคิดเงินเพิ่มดังนี้
– ปีที่ 1 จ่ายเพิ่ม 20% ค่าเบี้ยประกันที่น้องมันนี่ต้องจ่ายจะเท่ากับ 8,000 + 1,600 = 9,600 บาท
– ปีที่ 2 จ่ายเพิ่ม 30% ค่าเบี้ยประกันที่น้องมันนี่ต้องจ่ายจะเท่ากับ 8,000 + 2,400 = 10,400 บาท
– ปีที่ 3 จ่ายเพิ่ม 40% ค่าเบี้ยประกันที่น้องมันนี่ต้องจ่ายจะเท่ากับ 8,000 + 3,200 = 11,200 บาท
– ปีที่ 4 เป็นต้นไป จ่ายเพิ่ม 50% ค่าเบี้ยประกันที่น้องมันนี่ต้องจ่ายจะเท่ากับ 8,000 + 4,000 = 12,000 บาท
* หากแต่ถ้าปีหน้าเราตั้งใจขับดี ไม่ประมาท ไม่มีชนไม่มีเฉี่ยวเลยตลอดทั้งปี เราก็จะได้ส่วนลดประวัติดีเข้ามา ก็จะจ่ายเบี้ยเท่าเดิมครับ *
สาเหตุอื่นๆ ของการเพิ่มเบี้ยประกันภัย
  • บริษัทประกันมีการปรับเพิ่มเบี้ยประกันรถยนต์ เนื่องจากต้นทุนในการรับประกันสูงขึ้นหรือสาเหตุต่างๆ
  • หมดโปรโมชั่นจากปีที่แล้ว เช่น การซื้อรถยนต์ในปีแรกนั้น ทุกบริษัทประกันจะมีส่วนลดแรกเข้าให้ประมาณ 20 – 30% กับลูกค้าเสมอ แต่ในปีถัดไปส่วนลดนี้จะหมดไป ทำให้เราต้องจ่ายค่าเบี้ยเต็มจำนวน
  • สาเหตุอื่นๆ สามารถติดต่อสอบถามได้ที่โบรกเกอร์ประกันภัย หรือ บริษัทประกันภัยได้เลยครับ
(ขอบคุณข้อมูลจาก : TQM , Frank)
อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ : ลดค่าเบี้ยประกันภัย ได้ง่ายๆ เพียงทำตามวิธีเหล่านี้!!
อ่านบทความน่าสนใจเพิ่มเติมได้ที่ : ปัจจัยที่ทำให้ ค่าเบี้ยประกันรถยนต์ ของแต่ละคนไม่เท่ากัน
สนใจสอบถามข้อมูลหรือสอบถามราคา รวมถึงการซื้อประกันภัยรถยนต์ สามารถติดต่อ Moneyguru.co.th ได้ที่เบอร์โทร  02-653-0020  วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8.30 – 20.00 น. เรายินดีให้บริการครับ

เปรียบเทียบประกันรถยนต์

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน