อุบัติเหตุบนทางด่วน ควรทำอย่างไรดี?

โดย MoneyGuru.co.th, ในหมวดหมู่ "ประกันรถยนต์"

August 26, 2019


ต่อให้คุณเป็นคนที่ขับรถเก่งแค่ไหน หรือมีความระมัดระวังมีสติมากเพียงใด แต่อุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดทุกที่ทุกเวลานะครับ ตามรายงานประจำปี พ.ศ. 2558 ขององค์การอนามัยโลก ประเทศไทยมีอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนต่อจำนวนประชากร สูงที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ยังไม่จบเพียงเท่านั้น หากนับเฉพาะอัตราการเสียชีวิตจากรถมอเตอร์ไซค์ เมืองหลวงเด็กแว๊นซ์อย่างประเทศไทยถูกจัดอยู่ในอันดับ 1 ของโลก !!! ไม่แปลกใจเลยจริง ๆ

ซึ่งหากเกิดอุบัติเหตุบนถนนทั่วไปก็ไม่ค่อยจะเท่าไหร่ เรียกประกันรถยนต์มาช่วยเคลียร์พร้อมเคลม ก็หมดเรื่องไป แต่หากเกิด อุบัติเหตุบนทางด่วน ล่ะ ประกันรถยนต์จะมาดูแลให้เราก็ยาก เพราะฉะนั้นวันนี้  MoneyGuru.co.th จึงนำความรู้ดี ๆ และวิธีปฏิบัติที่ถูกต้องหากเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วนมาฝาก เผื่อเจอเหตุการณ์จริงจะได้รับมือกันได้ครับ

สิ่งที่ต้องทำหากเกิด อุบัติเหตุบนทางด่วน

สิ่งแรกที่ควรทำเลยเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเกิดบนทางด่วนหรือเส้นทางปกติทั้วไปก็คือ ต้องตั้งสติเอาไว้ให้ดีครับ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วพอรถเกิดอุบัติเหตุหรือเกิดเสียหลักเกิดขึ้น สิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่มักจะเป็นกันคือ สติแตก นั่นเอง แล้วยิ่งอยู่บนทางด่วนซึ่งรถบนทางด่วนนั้นขับด้วยความเร็ว ก็จะยิ่งเป็นอันตรายมากขึ้นหากคุณเกิดสติแตกขึ้นมา เพราะฉะนั้นตั้งสติให้ดีแล้วพยายามประคองรถเข้าไหล่ทางให้ไวที่สุดและเปิดไฟฉุกเฉินเอาไว้ เพื่อให้ผู้ร่วมใช้รถใช้ถนนได้รู้ว่ารถยนต์ของคุณนั้นเกิดอุบัติเหตุหรือเสียเกิดขึ้น เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองละผู้อื่นครับ

เบอร์ฉุกเฉินที่ควรมีไว้

หลังจากที่คุณนำรถเข้าไหล่ทางหรือที่ปลอดภัยแล้ว สิ่งต่อไปที่ควรทำก็คือโทรแจ้งกู้ภัย หรือเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือคุณบนทางด่วนครับ และเบอร์ฉุกเฉินเหล่านี้เป็นสิ่งที่ควรจะพกติดเอาไว้ในโทรศัพท์ หรือปริ้นเก็บเอาไว้ภายในรถของคุณอยู่ตลอดเวลาครับ หรือหากคุณไม่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือของคุณได้จริง ๆ ก็สามารถใช้โทรศัพท์ฉุกเฉินที่ กทพ. ได้ติดตั้งไว้บนทางพิเศษทุก ๆ 500 – 1,000 เมตร และเบอร์ฉุกเฉินที่ทุกคนควรจะมีเอาไว้เสมอนั้นมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันครับ

  • 191 แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย 191 นั้นเป็นเบอร์โทรสารพัดประโยชน์ สามารถใช้แจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเกิดเหตุที่ไหนก็ตามคุณสามารถโทรแจ้งได้ที่เบอร์นี้ได้ หรือแม้แต่แจ้งเหตุโจรกรรม ปล้นจี้เหตุร้ายใด ๆ ก็ตามสามารถโทรแจ้งได้เลย แล้วเจ้าหน้าที่จะทำการประสานงานแจ้งต่อไปยังหน่วยงานที่เหมาะสม และอยู่ใกล้กับที่เกิดเหตุให้ต่อไปครับ
  • 1669 เจ็บป่วยฉุกเฉิน การเจ็บป่วยนั้นก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอไม่เว้นแม้แต่อยู่บนถนนหรืออยู่บนทางด่วน ถ้าหากเกิดเหตุไม่สบายหรือเกิดอุบัติเหตุจนได้รับบาดเจ็บก็สามารถโทรแจ้งได้เลยทันทีครับ จะมีเจ้าหน้าที่แนะนำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และส่งเรื่องไปรับตัวผู้บาดเจ็บเพื่อนำส่งโรงพยาบาลต่อไป
  • 1543 สายตรงทางด่วน เมื่อเกิดเหตุที่ไหนก็ต้องแก้ให้ตรงจุดถูกไหมละครับ ยิ่งถ้าเกิดอุบัติเหตุบนทางด่วน ไม่ว่าจะรถชนกันหรือรถเสียบนทางด่วน ก็ควรที่จะแจ้งไปยังสายตรงทางด่วนเลย เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเขตทางด่วนก็ไปยังที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอประสานงานจากตำรวจหลายต่อหลายทอด

โทรแจ้งบริษัทประกันภัยรถยนต์

เมื่อแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายต่อเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ เรียบร้อย อย่าลืมโทรแจ้งกับบริษัทประกันภัยรถยนต์ของเราด้วยนะครับ เพื่อให้บริษัทประกันของเราได้รับรู้ว่าเราเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้น เล่าเหตุการณ์ต่าง ๆ ให้กับบริษัทประกันภัยให้ครบถ้วนและทำตามคำแนะนำต่าง ๆ ที่ทางเจ้าหน้าที่แนะนำครับ และอย่าลืมถ่ายรูปที่เกิดเหตุไว้ด้วย เพื่อเป็นหลักฐานหากมีปัญหาตามมาทีหลังครับ

ควรนั่งอยู่ในรถ ห้ามออกมายืนนอกรถ

หลังจากเกิดอุบัติเหตุเกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นรถชน รถเสีย หรืออะไรก็ตามแต่ เมื่อคุณได้นำรถเข้าจอดที่ไหล่ทางแล้ว ห้ามออกไปนอกตัวรถเด็ดขาดควรนั่งรอความช่วยเหลืออยู่บนรถเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของตนเองครับ เพราะการออกมาเดินอยู่ข้างนอกตัวรถ ถึงแม้ว่าคุณจะยืนหลบอยู่ข้างในและวางแผ่นป้ายแจ้งเตือนถึงการมีอุบัติเหตุแล้ว ไม่ได้หมาวความว่ามันจะปลอดภัยนะครับ รถที่วิ่งอยู่บนทางด่วนนั้นใช้ความเร็วค่อนข้างสูงมาก หากรถมาเร็วเบรกไม่ทัน หลบไม่พ้น อาจจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนขึ้นได้ เพราะฉะนั้นห้ามลงจากรถและควรรอเจ้าหน้าที่อยู่ภายในตัวรถเท่านั้น

เหตุด่วน รถเสีย น้ำมันหมดประกันก็ช่วยได้

จริง ๆ แล้วหากคุณได้ทำประกันภัยรถยนต์เอาไว้ แล้วรถคุณเกิดเหตุการณ์รถเสียเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น รถสตาร์ทไม่ติด น้ำมันหมด แบตหมด ยางแตกยางระเบิด ลืมกุญแจทิ้งไว้ในรถหรือรถยนต์ไม่สามารถขับเคลื่อนที่ไปไหนได้ ก็สามารถโทรแจ้งกับบริษัทประกันภัยของคุณได้เช่นกันครับ ไม่จำเป็นต้องโทรหาเฉพาะตอนที่รถคุณเกิดอุบัติเหตุรถชนกันเท่านั้น เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วบริษัทประกันภัยชั้นนำจะมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน สำหรับลูกค้าที่ทำประกันภัยรถยนต์เอาไว้ด้วย

โดยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินที่ว่านี้อาจจะรวมอยู่ในแพ็คเกจประกันรถยนต์ อาจจะต้องซื้อเพิ่มเติม หรืออาจจะไม่มีให้บริการเลยก็ได้แล้วแต่บริษัทประกันแต่ละที่จะมีแพ็คเกจแบบไหนดังนั้น หากคุณสนใจประกันภัยที่มีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน สามารถเปรียบเทียบราคาได้ที่ MoneyGuru.co.th หรือโทร 02 653 0020 และช่องทางการติดต่อล่าสุดทาง LINE@ Official Account @MoneyGuruThailand ของเราได้เลยครับ

อุบัติเหตุนั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลานะครับ ถึงแม้ว่าคุณจะขับรถด้วยความระมัดระวังแล้วก็ตาม เพราะฉะนั้นหากเกิดเหตุการณ์ต่างๆเหล่านี้ก็ตั้งสติเอาไว้ให้ดี และทำตามคำแนะนำที่ได้แนะนำเอาไว้นะครับ ที่สำคัญการทำประกันภัยรถยนต์เอาไว้ก็ช่วยคุณได้เยอะเลยนะครับ เพราะฉะนั้นควรใส่ใจกับการทำประกันภัยรถยนต์กันให้มากขึ้น ดีกว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์ก่อนแล้วค่อยมาเสียดายทีหลังนะครับ

เปรียบเทียบประกันรถยนต์