หลากหลายข้อดีที่มากับ E-Claim

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ประกันรถยนต์"

July 28, 2015


ข้อดีของ E-Claim
เมื่อไม่นานมานี้ สำนักงานคณะกรรมการกำกับ และส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ร่วมสมาคมประกันวินาศภัยไทย เผยว่า คปภ. ร่วมกับ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด และสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ได้มอบรางวัลการใช้ระบบสินไหมอัตโนมัติ (E-Claim) ดีเด่น ประจำปี 2557 ให้แก่สถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชน มูลนิธิกู้ชีพและกู้ภัยถึง 176 รางวัล
หลายๆ คนอาจจะสงสัยแล้วว่า แล้ว E-Claim คืออะไร? บางคนอาจเคยได้ยินมาบ้าง แต่ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก วันนี้ MoneyGuru มีคำตอบมาฝากครับ

E-Claim คืออะไร?

E-Claim หรือชื่อไทยๆ เรียกว่า ระบบสินไหมอัตโนมัติ ซึ่งเป็นระบบที่มอบความสะดวกสบายให้แก่ผู้ที่ต้องการเคลมค่าสินไหมจากกรมธรรม์ประกันภัยที่ทำไว้ ส่วนใหญ่แล้วโรงพยาบาลมักเป็นผู้รับอำนาจในการยื่นเรื่อง E-Claim เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ในการนำเงินค่าสินไหมมาจ่ายค่ารักษาพยาบาล

ชีวิตก่อน E-Claim

วิธีการเคลมก่อน E-Claim คือ ทางหอผู้ป่วยจะส่งแฟ้มประวัติผู้ป่วยพร้อมกับญาติมารับฟังคำแนะนำที่ห้องพ.ร.บ. เรื่องการเตรียมเอกสารโดยจะไม่มีการระบุระยะเวลาในการส่ง ฝ่ายญาติผู้เสียหายจะต้องเตรียมเอกสารประกอบการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายบริการทางการแพทย์ ซึ่งมีหลายรายการ จึงทำให้อาจเตรียมเอกสารขาดบ้าง ไม่ครบบ้าง จากนั้นก็จะเป็นวันตัดยอดค่าใช้จ่ายบริการทางการแพทย์ลงบันทึกในเอกสารที่ศูนย์ประกันสุขภาพถ้วนหน้าจัดทำขึ้น ขั้นตอนสุดท้ายคือการจัดทำเอกสารตามที่บริษัทประกันกำหนดไว้ส่งให้ฝ่ายการเงินและพัสดุ เพื่อทำการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายบริการทางการแพทย์ต่อไป
ระยะเวลาตั้งแต่ฝ่ายการเงินและพัสดุได้ส่งเอกสารการเรียกเก็บที่ศูนย์ประกัน สุขภาพถ้วนหน้าจัดทำให้นั้น จนถึงวันที่บริษัทประกันภัยจ่ายเช็คให้แก่โรงพยาบาลใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือน ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องทางการเงินของทางโรงพยาบาล แค่ฟังก็เหนื่อยแล้วนะครับ
แต่หารมีการใช้ E-Claim ทางโรงพยาบาลจะสามารถประสานงานกับหอผู้ป่วยให้ส่งแฟ้มประวัติผู้ประสบภัยจากรถพร้อมญาติหรือถ้าไม่มีญาติ ก็สามารถให้เจ้าหน้าที่หอผู้ป่วยส่งแฟ้มประวัติผู้ประสบภัยจากรถมาที่ศูนย์ประกันสุขภาพทันทีที่รับป่วยโดยตรง หลังตรวจสอบเอกสารแล้ว ศูนย์ประกันสุขภาพจะลงข้อมูลเบื้องต้นในระบบสินไหมอัตโนมัติ เพื่อตรวจสอบความคุ้มครองว่ารถคันเกิดเหตุนั้นมีความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นหรือไม่ แค่ไหน โดยการลงข้อมูลต้องทำภายในระยะเวลาไม่เกิน 48 ชั่วโมง เพื่อให้บริษัทประกันภัยจ่ายค่ารักษา ค่าบริการทางการแพทย์ให้โรงพยาบาลภายใน 7 วันทำการ ซึ่งทำให้โรงพยาบาลมีเงินหมุนเวียนเข้ามาได้รวดเร็วขึ้น
หากเราประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์และบาดเจ็บ คุณสามารถเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล ในวงเงินตามที่รักษาจริงไม่เกิน 30,000 บาทต่อคน เช่น บาดเจ็บเล็กน้อย ค่ารักษาตามใบเสร็จ 6,350 บาท ผู้ประสบภัยจะเบิกเองหรือมอบอำนาจให้โรงพยาบาลตั้งเบิกกับบริษัท กลางฯ ผ่าน E-Claim โดยบริษัท กลางฯ จะโอนเงินจ่ายคืนโรงพยาบาลภายใน 7 วันนับแต่วันที่โรงพยาบาลส่งเรื่องตั้งเบิก
นายประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เผยว่า ด้วยการเชื่อมข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์กับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ซึ่งเป็นฐานข้อมูลใหญ่ที่จะทำให้ทราบข้อมูลของผู้ประสบภัย รวมถึงการใช้สิทธิ์ของผู้ประสบภัยมากขึ้น จะเป็นการช่วยพัฒนาระบบ E-Claim รวมไปถึงพัฒนาการประกัน พ.ร.บ.ให้มีความคุ้มครองที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น และมีวงเงินค่ารักษาพยาบาลที่เหมาะสมมากขึ้น นอกจากนี้ การจ่ายสินไหมทดแทนประกันภัยในอนาคต จะใช้เวลาแค่เพียง 1-2 วัน เท่านั้น
หากคุณอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการยื่นเรื่อง E-Claim และเงินสินไหมที่ควรได้รับ สามารถโทรสอบถามได้ที่สายด่วน Call Center บริษัทกลางฯ หมายเลข 1791 หรือจะเข้าเว็บไซต์เพื่อเช็คข้อมูลเบอร์โทรสาขาทั่วประเทศ ที่ www.rvp.co.th ก็ได้ครับ แต่ถ้าอยากได้ข้อเสนอจากประกันรถยนต์ดีๆ คลิกที่ ประกันรถยนต์ รับรองว่าภายใน 1 นาที คุณจะได้รับประกันรถยนต์ที่ตรงใจคุณที่สุด พร้อมรับใบเสนอราคาได้ฟรีทันที

เปรียบเทียบประกันรถยนต์

ขอบคุณข้อมูลจาก: RYT9, TodayInsure, RVP, Gottoknow, Hfocus

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน