ราคาน้ำมัน กับ เบี้ยประกันรถยนต์ สัมพันธ์กันอย่างไร?

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ประกันรถยนต์"

September 24, 2015


TH_CheapGasRaiseCarInsuranceRates_blog

ราคาน้ำมัน และ ราคาเบี้ยประกันภัยรถยนต์ มีความเกี่ยวข้องกันอย่างไร? และทำอย่างไร…ถึงจะประหยัดทั้งน้ำมันและเบี้ยประกันภัยรถยนต์? วันนี้ MoneyGuru.co.th มีคำตอบมาให้ครับ
ราคาน้ำมันที่ถูกลง ย่อมเป็นข่าวดีแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน เพราะเป็นการประหยัดเงินค่าน้ำมัน แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาน้ำมันถูกลง จะทำให้มีการใช้รถใช้ถนนในการเดินทางมากขึ้น (เพราะน้ำมันถูก ใครๆ ก็เอารถออกมาขับ) ส่งผลให้มีอุบัติเหตุทางการจราจรมากขึ้นตามไปด้วย  สำนักข่าว Associated Press ได้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ระหว่างราคาน้ำมัน กับ อุบัติเหตุเกี่ยวกับการจราจร พบว่า ครึ่งปีแรกของปี 2015 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคาน้ำมันถูกลง มีตัวเลขการเสียชีวิตเนื่องจากอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มขึ้นถึง 14%
นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่ถูกลง ยังทำให้เศรษฐกิจขยายตัวมากขึ้น และทำให้คนมีเงินซื้อรถมากขึ้น เมื่อมีคนขับรถ “มือใหม่” บนท้องถนนเพิ่มขึ้น ก็มีแนวโน้มจะเกิดอุบัติเหตุง่ายกว่าคนที่ขับรถชำนาญแล้วครับ
เมื่อจำนวนอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น ก็นำไปสู่การเคลมประกันเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต ประกันภัยรถยนต์ ฯลฯ บริษัทประกันภัยทั้งหลาย จึงต้องรับภาระที่หนักขึ้นจากการเคลมประกันของลูกค้า และเพื่อป้องกันการขาดทุน บริษัทประกันภัยจึงขึ้นราคาเบี้ยประกันภัยนั่นเอง

ดังนั้น เมื่อราคาน้ำมันลดลง จึงส่งผลให้ราคาเบี้ยประกันภัยรถยนต์ในตลาดเพิ่มขึ้นครับ

เราอาจหลีกเลี่ยงค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ แต่เราสามารถลดค่าใช้จ่ายด้านอื่นๆ ลงแทนครับ นั่นก็คือ การเลือกและวิธีการขับรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันนั่นเองครับ ซึ่งรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันนั้นมีวิธีการในการเลือกและขับ ดังนี้ครับ

1. อย่าเลือกรถยนต์ที่ใหญ่เกินความจำเป็น

ถ้าคุณต้องเดินทางคนเดียวหรือสองคนเป็นประจำในเมืองที่การจราจรติดขัด ควรเลือกรถที่มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 1,600 ซีซี (Eco car) เพราะเครื่องยนต์ที่มีขนาดเล็กจะประหยัดน้ำมันมากกว่ารถที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ รวมทั้งขนาดรถที่เล็ก ทำให้มีความคล่องตัวบนท้องถนนมากกว่า ทั้งนี้ ต้องเลือกให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานเป็นกรณีๆ ไปด้วยครับ เช่น ถ้าต้องขนของบ่อยๆ อาจจะเลือกเป็นรถกระบะดีกว่าครับ

2. ขับไม่เกิน 80 – 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ถ้าหากไม่เร่งรีบจนเกินไป ขับที่ 80 -90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง จะประหยัดน้ำมันได้ดีที่สุด แล้วยังปลอดภัยอีกด้วยครับ

3. ตรวจเช็คลมยางรถยนต์อย่างสม่ำเสมอ

เพราะถ้าหากปล่อยให้ลมยางอ่อนเกินไป จะทำให้รถเคลื่อนที่ได้ช้าลง และกินน้ำมันมากขึ้น แต่อย่าเติมลมจนแข็งเกินไป เพราะยางรถที่เติมลมแข็งเกินไป จะทำให้พื้นผิวสัมผัสของยางมีน้อย และไม่เกาะถนน แม้จะทำความเร็วได้มากก็ตาม

4. ศึกษาเส้นทางก่อนการเดินทางเสมอ

หลีกเลี่ยงเส้นทางที่การจราจรติดขัด ตรวจสอบว่ามีการปิดถนนเพื่อจัดกิจกรรมใดๆ หรือไม่ และใช้เส้นทางที่สั้นที่สุด ก็จะประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น

5. ดับเครื่องเวลาที่ต้องจอดรถ

เช่น เวลาจอดรถซื้อของ จอดรอรับคน ฯลฯ ที่จะใช้เวลาในการจอดนานพอสมควร ก็ควรดับเครื่องยนต์ เพื่อประหยัดน้ำมัน

6. ไม่บรรทุกของเกินความจำเป็น

เพราะยิ่งรถหนัก ก็จะยิ่งกินน้ำมันมากขึ้น ดังนั้น ควรตรวจสอบรถอยู่เสมอว่า มีสิ่งของใดๆ ที่เราบรรทุกมากเกินความจำเป็นบ้างหรือไม่ ถ้ามี ก็ควรเอาออกมาเก็บไว้ที่บ้าน แล้วคุณก็จะพบว่า รถของคุณเบาขึ้นและกินน้ำมันน้อยลงเลยทีเดียว
เป็นอย่างไรบ้างครับ ข้อมูลเกี่ยวกับราคาน้ำมันและเบี้ยประกันภัย รวมทั้ง วิธีการประหยัดน้ำมันทั้ง 6 ข้อ เรายังมีข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์และประกันภัยรถยนต์อื่นๆ ให้ท่านผู้อ่านติดตามได้ ที่นี่ ครับ
ขอบคุณข้อมูลจาก: autospinn.com, 54niwat.com, thairentecocar.com, time.com

เปรียบเทียบประกันภัยรถยนต์ออนไลน์กับ MoneyGuru

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน