รถแต่ง ประกันรถยนต์คุ้มครองหรือไม่?

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ประกันรถยนต์"

August 5, 2019


รถแต่ง

หากใครที่ชื่นชอบ รถแต่ง ไม่ว่าจะแต่งสวยหรือแต่งซิ่ง พารถสุดรัก ไปแต่งหล่อ แต่งสวย เรียบร้อยแล้ว แต่ปรากฎว่าพอไปตรวจสภาพรถเพื่อทำประกันรถยนต์ บริษัทประกันรถยนต์ไม่รับทำประกัน  กรณีที่เกิดขึ้นแบบนี้ จะทำอย่างไรกับดี วันนี้ MoneyGuru.co.th เลยขอหาคำตอบเพื่อคนรักการแต่งรถมาฝาก จะได้มีรถแต่งสวยๆ แต่ไม่เสี่ยงเจ็บตัวจากค่าใช้จ่ายเมื่อเกิดอุบัติเหตุนะครับ

แต่งรถยังไงให้ทำประกันได้

จริงๆ แล้วหากคุณต้องการที่จะแต่งรถของคุณเพื่อความสวยงาม หรือเพื่อทำให้รถเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้นนั้นสามารถทำได้โดยที่ยังสามารถทำประกันรถยนต์ได้และได้รับการคุ้มครองครับ เช่น ติดสปอยเลอร์ ติดสเกิร์ท เป็นต้น สิ่งเหล่านี้คุณสามารถนำมาตกแต่งรถของคุณได้ และประกันก็ยังคงความคุ้มครองความเสียหายกับตัวรถและสิ่งที่คุณนำไปตกแต่งมาครับ

แต่งรถแบบไหนประกันไม่คุ้มครอง

หากคุณที่เป็นคนที่ชื่นชอบรถแต่งที่เร็ว แรง แซงทุกคัน ก็คงต้องบอกว่าประกันรถยนต์อาจจะไม่รับทำประกันได้นะครับ เพราะทางบริษัทประกันรถยนต์จะมองว่ามีการใช้รถผิดประเภท อาจนำไปใช้เพื่อแข่งขันความเร็วจึงทำให้บริษัทประกันมักจะไม่ค่อยรับทำครับ ซึ่งการแต่งรถที่ทำให้ประกันไม่รับทำเพราะถือว่าเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย มีดังนี้ครับ

  1. โหลดรถต่ำกว่า 40 ซ.ม. หรือสูงเกิน 175 ซ.ม. เมื่อวัดจากกึ่งกลางกน้ารถไปถึงพื้นถนน
  2. ท่อเสียงดังเกิน 100 เดซิเบล
  3. ไฟเบรคไม่เป็นสีแดง ไฟเลี้ยวไม่เป็นสีเหลือง ไฟท้ายไม่เป็นสีขาว
  4. ดัดแปลงแผ่นป้ายทะเบียนหรือมีสิ่งปิดบังป้ายให้มองไม่เห็น
  5. เปลี่ยนสีรถบางส่วนหรือทั้งคันแต่ไม่แจ้งกรมขนส่งทางบก

รถแต่ง

ประกันรถยนต์คุ้มครองอุปกรณ์ รถแต่ง อย่างไรบ้าง

ประกันจะให้ความคุ้มครองอุปกรณ์แต่งไม่เต็ม 100% นะครับ จะมีวงเงินในการซ่อมอุปกรณ์แต่งครั้งละไม่เกิน 20,000 บาท ซึ่งตอนแจ้งประกันรถยนต์ว่าคุณมีอุปกรณ์แต่งจึงมักไม่ต้องเสียเบี้ยเพิ่ม แต่หากใครมีการแต่งรถเป็นหลักแสนก็อาจจะต้องทำใจหน่อยนะครับ เพราะต้องจำไว้เสมอว่า ประกันรถยนต์จะคุ้มครองความเสียหายต่ออุปกรณ์แต่งรถครั้งละ 20,000 บาท เท่านั้น ไม่ว่าจะกี่ชิ้นก็ตาม

ทั้งนี้ หากใครที่เพิ่งออกรถใหม่ป้ายแดงมา พร้อมทั้งทำประกันรถยนต์ไปเรียบร้อยแล้ว แต่มาแต่งรถเพิ่มในภายหลัง ก็สามารถแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมกับทางประกันได้ง่ายๆ ด้วยวิธีดังนี้

  1. เตรียมใบเสร็จอุปกรณ์แต่งรถ
  2. ถ่ายรูปส่งให้กับบริษัทประกันพร้อมแจ้งเลขกรมธรรม์ (กรณีแจ้งเพิ่ม)
  3. ประกันแจ้งเบี้ยเพิ่ม (กรณีต้องจ่ายเพิ่ม)
  4. จ่ายเบี้ยเพิ่มพร้อมรับความคุ้มครองเพิ่มเติม

สิ่งสำคัญที่สุดหากคุณไปแต่งรถเพิ่มเติมหลังจากทำประกันไปแล้ว ก็คือ ต้องแจ้งให้กับทางประกันรถยนต์ทราบด้วย  เพราะไม่เช่นนั้นแล้วประกันจะคุ้มครองรถตามที่ออกมาจากโรงงานเท่านั้น และที่สำคัญ ไม่ว่าคุณจะมีรถแต่งก่อน แล้วค่อยทำประกันรถยนต์ หรือทำประกันรถยนต์แล้วค่อยมาแต่งรถ ก็เสียเบี้ยเท่ากัน ทางที่ดีหากมีการแต่งเพิ่มควรรีบแจ้งต่อบริษัทประกันให้เร็วที่สุด เพื่อให้ประกันคุ้มครองอุปกรณ์ตกแต่งรถของคุณทันทีครับ

เปรียบเทียบประกันรถยนต์

ขอบคุณข้อมูลจาก คปภ.