รถหาย ประกันรถยนต์จะจ่ายอย่างไร ?

โดย Cate Suphastian, ในหมวดหมู่ "ประกันรถยนต์"

June 27, 2019


รถหาย

หนึ่งความคุ้มครองสำคัญของประกันรถยนต์ก็คือความคุ้มครองเมื่อ รถหาย นั่นเอง แต่คุณรู้หรือไม่ ว่าความคุ้มครองสูญหายนั้นมีข้อยกเว้นอยู่ด้วย ไม่สามารถเคลมเงินคืนได้ทุกกรณีนะ อยากรู้ว่าคืออะไร ตาม MoneyGuru.co.th ไปดูกันเลย

ประกันชั้นไหนให้ความคุ้มครอง รถหาย บ้าง

ประกันรถยนต์ที่มีความคุ้มครองครอบคลุมการสูญหายนั้น จะมีอยู่ 3 ประเภทได้แก่ ชั้น 1 ชั้น 2+ และ ชั้น 2 โดยเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้วนั้น จะได้รับเงินชดเชยคืนไม่เต็ม 100% ของราคารถ แต่จะได้ตามจำนวนทุนประกันที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ 

โดย ทุนประกัน เป็นจำนวนเงินที่จะต้องมอบให้กับคุณ หากเกิดกรณีรถยนต์สูญหาย ไฟไหม้ หรือชนจนเสียหายเกิน 70% ของมูลค่ารถยนต์ ณ ขณะนั้น หรือพูดง่าย ๆ ก็คือ พังยับทั้งคันแบบที่ซ่อมยังไงก็ไม่คุ้ม โดยเงินทุนประกันนี้จะสูงสุดอยู่ที่ 80 – 90% ของราคากลางรถยนต์ในปีนั้น ๆ และจะลดหลั่นลงไปเรื่อย ๆ ปีละ 10% ตามจำนวนปีของรถยนต์ เนื่องจากค่าความเสื่อมของรถยนต์นั่นเอง

ตัวอย่างของการคำนวณทุนประกัน ณ วันที่ทำประกันภัย ราคารถยนต์ใหม่คือ 800,000 บาท ก็จะถูกนำไปคูณกับ 80% จะได้เป็น 800,000 x 80% = 640,000 บาทนั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม ทำไมรถใหม่ป้ายแดงส่วนใหญ่ถึงได้ ทุนประกัน แค่ 80% ของราคารถ ?

เมื่อรถหายต้องทำอย่างไร?

สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือแจ้งตำรวจ เพื่อแจ้งความลงบันทึกประจำวันเอาไว้ หรือติดต่อไปที่ศูนย์รับเรื่องรถหาย ที่หมายเลข 0-2245-9059 หรือ 0-2245-6951 โดยแจ้งข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ได้แก่

  • เลขที่ใบอนุญาตขับขี่
  • รายละเอียดรถยนต์ เช่น รุ่น สี ปีรถยนต์ ยี่ห้อ ป้ายทะเบียน
  • เลขที่ตัวถังรถยนต์
  • ชื่อผู้ขับขี่
  • สถานที่เกิดเหตุ
  • วันและเวลาเกิดเหตุคร่าว ๆ

จากนั้นให้ติดต่อแจ้งบริษัทประกันภัย แล้วแจ้งเหตุรถยนต์สูญหายที่เกิดขึ้น โดยอาจจะต้องแนบสำเนาบันทึกประจำวันให้กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายเคลมของบริษัทประกันภัยด้วยในขั้นตอนนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ประกันรับแจ้งเหตุจากคุณแล้ว จะดำเนินการตามกระบวนการของบริษัท เมื่อพิสูจน์ทราบว่ารถยนต์ของคุณสูญหายจริง ไม่สามารถตามรถกลับคืนมาได้ ก็จะดำเนินการจ่ายค่าสินไหมหรือทุนประกันตามเงื่อนไขที่ระบุในกรมธรรม์ให้กับคุณ โดยขั้นตอนนี้จะใช้เวลาประมาณ 45 วันนับตั้งแต่วันที่คุณแจ้งบริษัทประกันภัย

ต้องผ่อนกุญแจต่อหรือไม่?

ในกรณีที่รถยนต์ถูกขโมยไปนั้น นอกจากจะแจ้งตำรวจและบริษัทประกันภัยแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ นำสำเนาใบบันทึกประจำวันพร้อมเอกสารจากบริษัทประกันรถยนต์ ไปแจ้งกับบริษัทไฟแนนซ์ที่คุณทำการเช่าซื้อรถยนต์ โดยตามกฎหมายการเช่าซื้อ การผ่อนรถยนต์กับบริษัทไฟแนนซ์ ถือเป็นการเช่าซื้อทรัพย์สิน ดังนั้น เมื่อทรัพย์สินสูญหายสัญญาจะถูกระงับทันที นั่นหมายความว่าคุณไม่จำเป็นต้องส่งค่างวดที่เหลืออีกต่อไป อย่าเผลอไปผ่อนกุญแจต่อเชียวนะคะ

โดยเงินทุนประกันที่คุณได้รับจากบริษัทประกันนั้น จะถูกส่งมอบให้กับไฟแนนซ์รถยนต์ เนื่องจากว่าผู้ถือกรรมสิทธิ์รถยนต์นั้นยังเป็นของบริษัทไฟแนนซ์อยู่ (ถ้ายังผ่อนไม่ครบตามสัญญา) บริษัทประกันจะคิดคำนวณจากค่างวดคงค้าง หากเงินทุนประกันนั้นมากเกินกว่าค่างวดคงเหลือ บริษัทประกันจะมอบส่วนต่างให้กับคุณ แต่ถ้าว่าค่างวดคงค้างมากเกินกว่าทุนประกัน เป็นหน้าที่ของคุณที่จะต้องไปเคลียร์กับบริษัทไฟแนนซ์รถยนต์เอง

หากว่าไฟแนนซ์ ที่ได้เงินทุนประกันของคุณไปแล้ว ยังดื้อดึงให้คุณจะต้องผ่อนต่อไปจนครบกำหนด ตามที่ระบุในสัญญาขี้โกง เราขอแนะนำว่าอย่ายอมบริษัทไฟแนนซ์หัวหมอเหล่านั้น เพราะนี้ถือว่าเป็นการใช้สิทธิ์โดยไม่สุจริต เอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค ควรส่งเรื่องฟ้องกลับต่อสู้ในชั้นศาลไปเลยจะดีกว่า

เหตุการณ์รถหายแบบไหนที่ประกันภัยจะไม่จ่าย ?

เราจะไม่ขอยกกรณีที่รถหายที่โจรปีนเข้ามาขโมยรถยนต์ถึงในบ้านยามวิกาล เพราะเป็นกรณีที่รู้ ๆ กันอยู่แล้วว่าเคลมได้แน่นอน แต่กรณีที่เราจะกล่าวถึงก็คือ รถหายที่เกิดจากความประมาทของเจ้าของรถยนต์เอง โดยสามารถแบ่งความประมาทออกมาได้เป็น 3 ระดับ ได้แก่ รถยนต์สูญหายที่เกิดจากความประมาท เกิดจากความประมาทเลินเล่อ และเกิดจากความประมาทเลินเล่อร้ายแรง ซึ่งกรณีประมาทเลินเล่อร้ายแรงนี้นี่แหละที่ประกันรถยนต์จะปฏิเสธให้เงินชดเชยแก่เจ้าของรถ

ยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย ๆ หากคุณจอดรถเอาไว้ข้างทาง โดยดับเครื่องและปิดกระจกปิดประตูรถ แต่ลืมพกกุญแจติดตัวไปด้วย เพื่อแวะซื้อของในร้านสะดวกซื้อเพียงแค่ 2 นาที กลับมาอีกทีรถยนต์ก็หายไปแล้ว กรณีนี้จะเรียกว่า รถยนต์สูญหายจากความประมาท บริษัทประกันภัยจะจ่ายเงินชดเชยให้กับคุณ

เหตุการณ์เหมือนเดิมคือ จอดรถไว้ข้างทาง ปิดประตูและกระจกรถเรียบร้อย แต่คราวนี้คุณไม่ได้ดับเครื่อง กลับออกมาที่รถอีกทีรถก็หายไปแล้ว กรณีแบบนี้เรียกว่า รถยนต์สูญหายจากความประมาทเลินเล่อ บริษัทประกันภัยก็จะยังคงจ่ายเงินชดเชยให้กับคุณ

กรณีสุดท้าย เหตุการณ์เดิม แต่คราวนี้คุณเสียบกุญแจคาไว้ในรถ โดยเปิดกระจกรถหรือประตูรถทิ้งเอาไว้ ไม่ว่าจะสตาร์ทรถหรือดับเครื่องเอาไว้ก็ตาม กลับมาที่รถอีกทีถือว่ารถยนต์หายไปแล้ว แบบนี้ถือว่าเป็นกรณี รถยนต์สูญหายจากความประมาทเลินเล่อร้ายแรง ซึ่งบริษัทประกันจะมองว่าคุณมีความ “จงใจ” ทำให้รถหาย และจะปฏิเสธไม่จ่ายเงินชดเชยให้แก่คุณนั่นเอง   

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าคุณจะรถหายด้วยสาเหตุใดก็ตาม สิ่งที่จะตามก็คือภาระการเงินที่จะตามมานั่งเอง ไม่ว่าจะเป็นกรณีหนี้รถยนต์ที่ยังมีกับไฟแนนซ์ หรือหากซื้อด้วยเงินสดคุณก็ต้องสูญเสียทรัพย์มูลค่าหลายแสนบาท หากจะต้องซื้อรถใหม่มาใช้ก็อาจจะทำให้ภาวะการเงินของคุณรวนได้ การทำประกันรถยนต์จะเข้ามาช่วยคุณในส่วนนี้ได้ ทำประกันเอาไว้อุ่นใจกว่านะคะ 

เปรียบเทียบประกันรถยนต์