รถกระบะ ควรทำประกันภัยรถยนต์แบบไหน?

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "Car care,ประกันรถยนต์"

August 20, 2018


รถกระบะ
รถกระบะ ถือได้ว่าเป็นรถที่คุ้นเคยกับคนไทยเป็นอย่างมาก โดยจะพบเห็นได้มากตามร้านค้าหรือบริษัทต่างๆ ส่วนตามบ้านที่พักอาศัยก็พบเห็นได้บ่อยครั้งเช่นกัน นอกจากจะใช้เดินทางทั่วไปแล้ว ยังสามารถใช้ในการขนบรรทุกสิ่งของมากๆ ได้อีกด้วย จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าในหลายๆ บ้าน ร้านค้า หรือบริษัทนั้น เลือกที่จะมีรถกระบะไว้ใช้งานบรรทุกสิ่งของ เพราะรถกระบะนั้นสามารถบรรทุกได้มากกว่ารถเก๋งพอสมควรนั่นเอง แต่อันที่จริงแล้วก็ไม่ควรนำมาเปรียบเทียบกัน เนื่องจากว่ารถทั้งสองประเภทนั้นถูกออกแบบมาให้ใช้งานแตกต่างกันอยู่แล้ว จึงต้องมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป ว่าแล้ววันนี้ MoneyGuru.co.th ก็จะพาไปดูว่า รถกระบะ ควรทำประกันภัยรถยนต์แบบไหน? เพื่อที่จะได้เป็นข้อมูลให้คนที่ชื่นชอบหรือสนใจรถกระบะไว้ใช้ในตอนตัดสินใจเลือกทำประกันภัยรถยนต์กันครับ
โดยปกติแล้วรถยนต์ทุกคันนั้นจะต้องมีการทำประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ อย่าง พ.ร.บ. ตามกฎหมายติดรถไว้อยู่แล้ว เพื่อไว้ใช้คุ้มครองและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากการใช้รถกัน แต่ทว่าหลายๆ คนนั้นอาจจะรู้สึกอยากได้ความอุ่นใจในการขับขี่ให้มากขึ้น รวมถึงความคุ้มครองต่อค่าเสียหายต่างๆ ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ จึงเลือกที่จะทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจเพิ่มเติม แต่ก็อาจจะยังสงสัยอยู่ว่า แล้ว รถกระบะจะทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจแบบไหนดีล่ะ ว่าแล้วก็มาดูกันเลยดีกว่า

รถกระบะ ควรทำประกันภัยรถยนต์แบบไหน?

รถกระบะนั้นสามารถเลือกทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจประเภทต่างๆ ก็สามารถเลือกทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1, 2+, 2, 3+ และ 3  ได้เหมือนกับรถเก๋งปกติทั่วไปเลย เพียงแต่รหัสรถยนต์ที่ระบุในกรมธรรม์นั้นจะแตกต่างกัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
  • รหัส 210 – รถยนต์ใช้ส่วนบุคคล
    • รถกระบะที่ใช้ในการบรรทุกสิ่งของไม่เกินกว่า 3 ตัน รวมถึงไม่มีโครงเหล็ก ไม่มีการต่อเติมหลังคา ป้ายทะเบียนสีขาวตัวอักษรสีเขียว ในกรมธรรม์จะเป็นรหัส 210
  • รหัส 320 – รถยนต์บรรทุกที่ใช้เพื่อการพาณิชย์ รับจ้างหรือให้เช่า
    • รถกระบะที่ใช้ในการบรรทุกขนส่งของและมีการต่อเติมโครงเหล็กหรือว่าโครงหลังคา ป้ายทะเบียนสีขาวตัวอักษรสีเขียว ในกรมธรรม์จะเป็นรหัส 320
โดยส่วนใหญ่แล้วประกันภัยรถยนต์ชั้นที่ 1 จะเลือกให้ความคุ้มครองกับรถกระบะประเภท “ส่วนบุคคล” เท่านั้น เพราะมองว่ามีความเสี่ยงน้อยกว่ารถประเภทอื่นๆ เช่น ประเภทรถรับจ้าง รถสาธารณะ เป็นต้น จึงส่งผลให้รถกระบะประเภทอื่นๆ ที่สนใจทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 นั้น ต้องเลือกทำประกันรถยนต์ชั้น 2+ แทนครับ ซึ่งมีความใกล้เคียงกับประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 มากที่สุดครับ
แต่ก็ขอแนะนำให้ลองสอบถามรายละเอียดและข้อมูลจากบริษัทประกันหรือตัวแทนที่เราสนใจทำประกันด้วยดูก่อนอีกทีหนึ่ง เผื่อทางบริษัทประกันหรือตัวแทนจะมีทางออกที่ดีกว่าที่เรากล่าวมานี้ให้กับพวกเราที่สนใจทำประกันรถยนต์ครับ

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 และ 2+ แตกต่างกันอย่างไรบ้าง?

ก่อนที่จะไปดูความแตกต่าง เราไปดูกันก่อนว่าประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ นั้น ให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง
ความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ (รถกระบะ)
  • คุ้มครองค่าเสียหายเท่าทุนประกันภัย
  • คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ค่าความเสียหายและค่าซ่อมรถของคู่กรณี
  • คุ้มครองค่าความเสียหายและค่าซ่อมรถของเรา กรณีรถชนรถ เท่านั้น
  • คุ้มครองกรณีคนขับรถบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
  • คุ้มครองผู้โดยสารในรถ กรณีบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือ ทุพพลภาพ
  • คุ้มครองรถหาย หรือ ไฟไหม้
  • ประกันตัวผู้ขับขี่
  • ให้ความคุ้มครองส่วนอื่นๆ ตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่เราทำไว้
 ส่วนความแตกต่างกับความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 ก็คือ คุ้มครองค่าความเสียหายและค่าซ่อมรถของเราในทุกกรณีของอุบัติเหตุ และทุนประกัน ส่วนความคุ้มครองอื่นๆ ก็จะใกล้เคียงกัน และเป็นไปตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ประกันภัยที่เราทำไว้
เคล็ดลับการเลือกประกันภัยรถยนต์ให้รถกระบะของเราแบบง่ายๆ
  • กรณีเป็นรถใหม่
    • กรณีเป็นรถกระบะส่วนบุคคล ให้เลือกทำประกันภัยชั้น 1 เพราะความคุ้มครองครอบคลุมในทุกกรณี
  • กรณีเป็นรถที่ใช้ในการขนส่งสินค้า
    • กรณีเป็นรถที่ใช้ในการขนส่งสินค้า หรือ ผ่านการใช้งานมาแล้ว 1 ปี ให้เลือกประกันภัยชั้น 2+ เพราะความคุ้มครองใกล้เคียงประกันชั้น 1 แต่ค่าเบี้ยจะถูกกว่า
  • กรณีเป็นรถที่ใช้ในงานโดยสารสาธารณะ
    • กรณีเป็นรถที่ใช้ในงานโดยสารสาธารณะ หรือ ผ่านการใช้งานมาแล้ว 1 – 2 ปีขึ้นไป ให้เลือกประกันภัยชั้น 3+
นอกจากนี้เรายังสามารถสอบถามรายละเอียดประกันภัยอื่นๆ ของรถกระบะจากบริษัทประกัน หรือ ตัวแทน ได้อีกด้วย
(ขอบคุณข้อมูลจาก: TQM , คปภ.)
อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม : ป้าย ทะเบียนรถ แต่ละสี มีความหมาย
อ่านบทความที่น่าสนใจเพิ่มเติม : อินโฟกราฟิก: ต่อทะเบียนรถยนต์ ในประเทศไทย ทำอย่างไร?
หากสนใจที่จะสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ก็สามารถติดต่อเราได้ที่ โทร: 02-653-0020 จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.30 – 20.00 น. เรายินดีให้บริการครับ

เปรียบเทียบประกันรถยนต์

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน