พ.ร.บ.รถยนต์ ประกันภัยดีๆ ที่อยู่กับรถยนต์ทุกคัน

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ประกันรถยนต์"

March 19, 2018


พ.ร.บ.รถยนต์
พ.ร.บ.รถยนต์ เราทุกคนที่ขับรถยนต์กันอยู่เป็นประจำก็คงรู้จักกันดี เพราะว่าเป็นประกันภัยภาคบังคับที่รถยนต์ทุกคันต้องมี ซึ่งหากไม่มีก็จะไม่สามารถต่อภาษีรถยนต์ได้ รวมถึงยังผิดกฎหมายอีกด้วย แต่เชื่อหรือไม่ว่าแม้ว่ารถทุกคันนั้นต้องทำ พ.ร.บ. แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ใช้รถยนต์อยู่เป็นประจำแต่ไม่รู้ว่า พ.ร.บ.รถยนต์ นั้นให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง
วันนี้ MoneyGuru.co.th จะมาแนะนำความคุ้มครองในส่วนนี้ให้ได้ทราบกัน เพื่อที่หลายๆ คนที่ใช้รถยนต์อยู่เป็นประจำจะได้เข้าใจใน พ.ร.บ. มากขึ้น ว่าสิ่งดีๆ ที่อยู่ติดกับรถยนต์เรานั้นดีอย่างไร เพื่อไม่ให้เสียเวลาเรามาดูกันเลย

พ.ร.บ.รถยนต์ คืออะไร?

  • พ.ร.บ. คือ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับที่รถยนต์ทุกคันต้องทำในทุกปี เพื่อจะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเมื่อเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน

ประกันภัยรถยนต์ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

  • ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ
    • คือ ประกันภัยรถยนต์ที่กฎหมายบังคับให้รถยนต์ทุกคันต้องมี ก็คือ พ.ร.บ. นั่นเอง
  • ประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ
    • คือ ประกันภัยรถยนต์ที่เรา (ผู้ขับขี่) สามารถเลือกที่จะทำหรือไม่ทำก็ได้ตามใจเรา ก็คือ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1,2,2+,3,3+ นั่นเอง

ใครมีหน้าที่ต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ ในทุกปี?

ผู้ที่ต้องดูแลเรื่องต่อ พ.ร.บ.รถยนต์ในทุกปี ก็คือ เรา (เจ้าของรถ) ,ผู้ครอบครองรถในฐานะผู้เช่าซื้อรถยนต์

พ.ร.บ.จะให้ความคุ้มครองใครบ้าง?

สำหรับผู้ที่ พ.ร.บ.รถยนต์จะให้ความคุ้มครองก็คือ ผู้ประสบภัยจากรถ ไม่ว่าจะเป็นเรา (ผู้ขับขี่) ,ผู้โดยสาร ,คนเดินเท้า หากได้รับความเสียหายจนถึงแก่ชีวิต หรือ บาดเจ็บที่ร่างกาย จากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยรถคันที่พ.ร.บ.รถยนต์

ความคุ้มครองของ พ.ร.บ. ในเบื้องต้นจะมีอะไรบ้าง?

ความคุ้มครองเรื่องค่าเสียหายในเบื้องต้นของผู้ประสบภัยจากพ.ร.บ.รถยนต์ ก็คือ ค่ารักษาพยาบาลกรณีบาดเจ็บและเป็นค่าปลงศพในกรณีเสียชีวิต โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด ซึ่งทางบริษัทจะชดใช้ให้แก่ผู้ประสบภัยหรือทายาท ภายใน 7 วัน นับตั้งแต่วันที่บริษัทได้รับคำร้องขอเรื่องค่าเสียหาย

ค่าความเสียหายเบื้องต้นที่ พ.ร.บ.ให้ความคุ้มครองมีอะไรบ้าง?

  • กรณีบาดเจ็บ
    • จะได้รับการชดใช้เป็นค่ารักษาพยาบาลตามที่จ่ายจริง โดยจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นไม่เกิน 30,000 บาทต่อหนึ่งคน
  • กรณีทุพพลภาพ
    • หากผู้ประสบภัยเกิดกรณีทุพพลภาพอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นในกรณีไม่เกิน 35,000 บาทต่อหนึ่งคน
  • กรณีบาดเจ็บ และ ทุพพลภาพในลำดับต่อมา
    • โดยหากได้รับบาดเจ็บและต่อมาได้ทุพพลภาพ โดยจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นรวมกันไม่เกิน 65,000 บาทต่อคน
  • กรณีเสียชีวิต
    • หากมีผู้ประสบภัยเสียชีวิต โดยจะได้รับค่าชดใช้เป็นค่าปลงศพ เป็นจำนวน 35,000บาทต่อหนึ่งคน
  • กรณีบาดเจ็บและเสียชีวิตในภายหลัง
    • กรณีที่ได้รับบาดเจ็บ และเกิดเสียชีวิตหลังจากได้รับการรักษาพยาบาล โดยจะจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นรวมไม่เกิน 65,000 บาท

หากเกิดอุบัติเหตุแล้วมีความเสียหายเกิดขึ้นกับรถยนต์ตั้งแต่ 2 คันขึ้นไป พ.ร.บ.จะให้ความคุ้มครองอย่างไร?

หากกรณีเกิดอุบัติแล้วมีความเสียหายเกิดขึ้นกับรถยนต์ตั้งแต่ 2 คันขึ้นไป ที่ทำให้ผู้ซึ่งอยู่ในรถไม่ว่าจะเป็นเรา (ผู้ขับขี่) ผู้โดยสาร ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต พ.ร.บ.จะให้ความคุ้มครองโดยให้บริษัทประกันภัยรถของแต่ละคันนั้น จ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยซึ่งอยู่ในรถคันที่บริษัทประกันภัยไว้ แต่หากมีผู้ประสบภัยอื่นที่เป็นบุคคลภายนอกไม่ได้อยู่ในรถ ก็ให้บริษัทประกันภัยร่วมกันจ่ายค่าเสียหายเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยโดยเฉลี่ยจ่ายในอัตราเท่ากัน

เอกสารที่ใช้ในการขอรับค่าเสียหายเบื้องต้น จาก พ.ร.บ.รถยนต์มีอะไรบ้าง?

กรณีบาดเจ็บ
  • ใบเสร็จจากโรงพยาบาลที่รักษา
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน
  • กรณีทุพพลภาพ
    • ใช้ขอใบรับรองแพทย์หรือหลักฐานความเห็นของแพทย์ที่ระบุว่าเป็นผู้ประสบภัยซึ่งทุพพลภาพ รวมถึงบันทึกประจำวันของพนักงานสอบสวน ในส่วนที่ว่าได้รับความเสียหายจากการประสบภัยจากรถ
กรณีเสียชีวิต
  • สำเนาใบมรณะบัตร
  • สำเนาบันทึกประจำวันพนักงานสอบสวน
  • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

หากรถยนต์เราไม่มี พ.ร.บ. จะเป็นอย่างไร?

  • หากรถยนต์เราไม่มี พ.ร.บ. จะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท
  • หากว่าทำ พ.ร.บ. แล้วแต่ไม่มีการติดเครื่องหมายไว้ที่รถยนต์ในจุดที่สังเกตเห็นได้ชัดเจน ก็จะมีโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ : พรบ. ทำไมกฎหมายบังคับให้ต้องทำด้วย
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่ : ประกันภัยภาคบังคับ หรือ พ.ร.บ. สิ่งที่รถทุกคันต้องมี
จะเห็นได้ว่า พ.ร.บ.รถยนต์นั้นให้ความคุ้มครองกับเราและผู้โดยสารเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ซึ่งหลายๆ คนที่ขับรถก็คงจะอุ่นใจขึ้นจากความคุ้มครองที่เราได้รับในส่วนนี้นะครับ แต่ทว่าหากยังกังวลใจเรื่องค่าเสียหายที่จะเกิดขึ้น ก็แนะนำให้ทำประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจเพิ่ม เพื่อที่จะได้ขับขี่ได้อย่างอุ่นใจมากขึ้น รวมถึงมีความคุ้มครองเรื่องค่าเสียหายต่างๆ มากขึ้นนั่นเอง แต่ถึงอย่างไรก็ขับขี่ด้วยความระมัดวังและห่างไกลจากอุบัติเหตุก็จะเป็นดีที่สุดครับ

เปรียบเทียบประกันรถยนต์

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน