ประหยัดเงินค่าน้ำมัน จากรถติดช่วงสงกรานต์แบบง่ายๆ ด้วยทางเลี่ยงเหล่านี้

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "driving tips,ประกันรถยนต์"

April 11, 2018


ประหยัดเงินค่าน้ำมัน
เราที่ใช้รถกันเป็นประจำคงรู้ดีว่า การที่การจราจรติดขัดหรือรถติดนั้นจะทำให้สิ้นเปลืองสิ้นเปลืองน้ำมันรถยนต์ขนาดไหน ซึ่งค่าน้ำมันรถยนต์นี้ในแต่ละเดือนของคนที่ใช้รถเป็นประจำนั้นก็จะรู้กันดีว่าไม่ใช่น้อยๆ เลยทีเดียว ซึ่งบางคนก็เลี่ยงไปใช้แก๊สก็จะประหยัดไปได้บ้างนั่นเอง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้น้ำมันในตอนสตาร์ทเครื่องรถอยู่ดี และเป็นที่รู้กันดีว่าในช่วงเทศกาลใหญ่ประจำปีอย่างสงกรานต์นั้น ก็จะมีการใช้รถกันเป็นอย่างมาก จนส่งผลให้เส้นทางออกต่างจังหวัดในหลายๆ เส้นทางนั้นมีการจราจรหนาแน่นจนบางที่นั้นถึงขั้นรถติดกันยาวเลยทีเดียว รถก็ติดอากาศก็ร้อน แถมยังเปลืองค่าน้ำมันอีก แบบนี้จะทำอย่างไรดี?
ซึ่งทางกรมทางหลวงก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับสิ่งเหล่านี้ โดยเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2018 ที่ผ่านมานี้ ทางกรมทางหลวงก็ได้มีประกาศแนะนำเส้นทางต่างๆ ที่จะช่วยหลีกเลี่ยงรถติดช่วงสงกรานต์ได้ออกมา โดย MoneyGuru.co.th ก็ไม่พลาดที่จะรวบรวมข้อมูลในส่วนนี้มาแนะนำต่อให้กับพวกเรากัน ว่าแล้วก็ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าหลายระเอียดเส้นทางที่กรมทางหลวงแนะนำมานั้นมีอะไรกันบ้าง จะช่วย ประหยัดเงินค่าน้ำมัน ได้อย่างไรบ้าง ใครที่วางแผนว่าจะขับรถกลับบ้านต้องรีบศึกษาเส้นทางไว้เลยนะ
ประหยัดเงินค่าน้ำมัน-1
ประหยัดเงินค่าน้ำมัน จากรถติดช่วงสงกรานต์แบบง่ายๆ ด้วยทางเลี่ยงเหล่านี้
ประหยัดเงินค่าน้ำมัน-2

กรุงเทพฯ – ภาคเหนือ

  • เส้นทางที่ 1
    • จากกรุงเทพฯไป รังสิต (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – จ.อยุธยา – จ.อ่างทอง – จ.สิงห์บุรี (ทางหลวงหมายเลข 32 ถนนสายเอเชีย) – อ.มโนรมย์ (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครสวรรค์
  • เส้นทางที่ 2
    • จากกรุงเทพฯไป จ.นนทบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340 บางบัวทอง – สุพรรณฯ) – จ.สุพรรณบุรี (ทางหลวงหมายเลข 340 สุพรรณฯ – ชัยนาท) – จ.ชัยนาท (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครสวรรค์
  • เส้นทางที่ 3
    • จากกรุงเทพฯไป รังสิต – อ.วังน้อย – จ.สระบุรี – จ.ลพบุรี (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – อ.ตากฟ้า (ทางหลวงหมายเลข 11) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดพิษณุโลก
ประหยัดเงินค่าน้ำมัน-3

กรุงเทพฯ – ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)

  • เส้นทางที่ 1
    • จากกรุงเทพฯไป จ.สระบุรี (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – อ.ม่วงค่อม (ทางหลวงหมายเลข 205) – อ.ท่าหลวง (ทางหลวงหมายเลข 2256) – อ.ด่านขุนทด (ทางหลวงหมายเลข 2148)– อ.ขามทะเลสอ (ทางหลวงหมายเลข 2068) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา
  • เส้นทางที่ 2
    • จากกรุงเทพฯไป อ.วังน้อย (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) – จ.สระบุรี – อ.ปากช่อง – อ.สีคิ้ว (ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา
  • เส้นทางที่ 3
    • จากกรุงเทพฯไป จ.นครนายก (ทางหลวงหมายเลข 305) – อ.บ้านนา (ทางหลวงหมายเลข 3051, 33) – อ.แก่งคอย (ทางหลวงหมายเลข 3222) – อ.ปากช่อง (ทางหลวงหมายเลข 2 ถนนมิตรภาพ) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา
  • เส้นทางที่ 4
    • จากกรุงเทพฯไป จ.ฉะเชิงเทรา (ทางหลวงหมายเลข 314) – อ.พนมสารคาม – อ.กบินทร์บุรี – อ.วังน้ำเขียว – อ.ปักธงชัย (ทางหลวงหมายเลข 304) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา
ประหยัดเงินค่าน้ำมัน-4

กรุงเทพฯ – ภาคตะวันออก

  • เส้นทางที่ 1
    • จากกรุงเทพฯไป จ.ชลบุรี (ทางหลวงพิเศษหมายเลข 7 หรือมอเตอร์เวย์)
  • เส้นทางที่ 2
    • จากกรุงเทพฯไป อ.บางปะกง (ทางหลวงหมายเลข 34 ถนนบางนา-ตราด) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดชลบุรี โดยใช้ทางหลวงหมายเลข 3 ถนนสุขุมวิท
  • เส้นทางที่ 3
    • จากกรุงเทพฯไป อ.พนัสนิคม – จ.ชลบุรี (ทางหลวงหมายเลข 304)
ประหยัดเงินค่าน้ำมัน-5

กรุงเทพฯ – ภาคใต้

  • เส้นทางที่ 1
    • จากกรุงเทพฯไป จ.สมุทรสาคร – จ.สมุทรสงคราม (ทางหลวงหมายเลข 35) – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
  • เส้นทางที่ 2
    • จากกรุงเทพฯไป อ.สามพราน – อ.นครชัยศรี – จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
  • เส้นทางที่ 3
    • จากกรุงเทพฯไป ถนนบรมราชชนนี (ทางหลวงหมายเลข 338 ปิ่นเกล้า – นครชัยศรี) – อ.นครชัยศรี –จ.นครปฐม – จ.ราชบุรี – แยกวังมะนาว – จ.เพชรบุรี (ทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม) จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
ทั้งนี้ทางกรมทางหลวงได้ขอความร่วมมือจากเราที่ใช้รถด้วยการ ขับรถด้วยความเร็วไม่สูง เปิดไฟหน้ารถ ไม่ลืมคาดเข็มขัดนิรภัย รวมถึงปฏิบัติตามกฎจราจร ป้ายเตือน คำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดด้วยครับ
และหากเราต้องการที่จะสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องเส้นทางหรือแจ้งเหตุด่วนเหตุร้ายในระหว่างการเดินทาง ก็สามารถติดต่อได้ที่
  • สายด่วนกรมทางหลวง 1586 โทรฟรีทุกเครือตลอด 24 ชั่วโมง
  • ศูนย์บริการข้อมูลทางหลวงพิเศษ (มอเตอร์เวย์) 1586 กด 7
  • ตำรวจทางหลวง 1193 (ตลอด 24 ชั่วโมง)
(ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพจาก : กรมทางหลวง)
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม : ไม่อยากเสียเงินจนหมดตัวจาก เมาแล้วขับ ต้องอ่าน!!
อ่านบทความที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม : 6 สิ่งที่จะทำให้ ประกันภัยรถยนต์ ไม่ให้ความคุ้มครอง
หวังว่าที่เรานำมาแนะนำกันในวันนี้จะเป็นประโยชน์กับคนที่จะใช้รถในช่วงสงกรานต์นี้นะครับ และอย่าลืมเมาไม่ขับนะครับ เพื่อความปลอดภัยของเรา คนที่เรารักและเพื่อนร่วมทางบนท้องถนนครับ ขอให้ทุกคนเดินทางโดยสวัสดิภาพครับ^^

เคล็ดลับการเงิน

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน