ประกันรถ 10 ปี เลือกชั้นไหนถึงจะคุ้มค่ากว่า ?

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ประกันรถยนต์"

July 23, 2019


ประกันรถ 10 ปี

คุณคงคิดว่าประกันรถยนต์ชั้น 1 น่ะมันคุ้มที่สุดแล้วใช่ปะล่ะ คำตอบคือก็ใช่นั่นแหละ ฮ่า ๆๆ แต่สำหรับรถยนต์ใหม่ ๆ อายุไม่เกิน 5 ปีเท่านั้นนะ ถ้ารถเก่าเป็น 10 ปีขึ้นไปแล้วยังจะซื้อประกันชั้น 1 บอกเลยว่ามันอาจจะไม่คุ้มขนาดนั้นนา เพราะว่าอาจจะจ่ายเกินจำเป็นนะรู้ไหม แล้วถ้างั้น ประกันรถ 10 ปี ขึ้นไปต้องซื้อแบบไหนล่ะถึงจะคุ้ม MoneyGuru.co.th มีคำแนะนำมาฝากแล้วจ้า

สำหรับรถเก่าตั้งแต่ 7 – 10 ปี เราขอแนะนำประกันรถยนต์ชั้น 2+ ไปเลย เพราะว่ามันมีความคุ้มครองที่แทบจะไม่ต่างจากประกันรถยนต์ชั้น 1 เลยนะ ถ้าไม่เชื่อ ลองดูตารางเปรียบเทียบด้านล่างนี้ได้เลย 

ประกันรถ 10 ปี

ความคุ้มครองอุบัติเหตุ

ปกติที่คนซื้อประกันรถยนต์ก็ต้องการความคุ้มครองตอนเกิดอุบัติเหตุอยู่แล้ว ซึ่งเป็นอะไรที่ประกันรถยนต์มันมีทุกอันไม่ว่าจะชั้นไหนก็ตาม อาจจะมีต่างกันหน่อยก็แค่ ในประกันชั้น 1 นั้นจะคุ้มครองอุบัติเหตุทุกกรณี แต่ในประกันชั้น 2+ มันคุ้มครองรถของคุณแค่กรณีรถชนกับรถด้วยกันเท่านั้น และต้องเป็นเคลมสดมีคู่กรณีด้วย ไปชนเสา ชนรั้ว ชนหมา ชนแมว อะไรเขาไม่นับนะจ๊ะ (แต่เขาจ่ายเงินให้ เสา รั้ว หมา แมว พวกนั้นนะเออ เพราะมันคือความคุ้มครองความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก)

แต่จะไปกลัวทำไม ในเมื่อคุณขับรถยนต์มาเป็น 10 ปี ความเชี่ยวชาญย่อมต้องมีอยู่แล้ว แถมถ้าเป็นคนที่ใช้รถเฉพาะเส้นทางที่คุ้นเคยอยู่แล้ว ความชำนาญเส้นทางก็มีมาก ความเสี่ยงเรื่องอุบัติเหตุเฉี่ยวชนขิงข่ามันคงเกิดได้ยากอยู่แล้วนี่ จริงไหมล่ะ?

ความคุ้มครองสูญหาย

เรื่องรถหายก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คนมองหาเวลาซื้อประกัน เรียกว่าขาดไม่ได้เลยแหละ รถไม่ใช่ราคาบาทสองบาทนะแก ที่หายไปจะไม่เสียดายไม่ส่งผลกระทบอะไรกับชีวิต บางรายยังคาไฟแนนซ์ รถหายก็ช้ำใจพอแล้ว ยังต้องมาผ่อนกุญแจต่อให้ทุกข์ระทมขึ้นไปอีก บ้าบอ!! และความคุ้มครองนี้ก็มีอยู่ทั้งในประกันชั้น 1 และชั้น 2+ ฉะนั้น ไม่ว่าจะเลือกชั้นไหนก็ได้เหมือนกัน

อ่านเพิ่มเติม – รถหาย ประกันรถยนต์จะจ่ายอย่างไร?

ความคุ้มครองไฟไหม้

ไฟไหม้ดูจะเป็นเรื่องที่ไกลตัวไปสักนิด แต่ใครมันจะไปรู้ล่ะ อะไรก็เกิดขึ้นได้ถ้ามีปาปริก้า วันดีคืนดีมีอีตาผีบ้าที่ไหนไม่รู้มาเผากองใบไม้แห้ง แล้วมันดันติดต้นไม้ใบหญ้าลามข้ามมายันบ้านคุณ จนรถแสนรักทั้งคันเหลือแต่ตอตะโกมันน่าโมโหยิ่งนัก แล้วก็ไม่ต่างจากกรณีรถหายเลยล่ะ เพราะถ้ารถยังผ่อนอยู่สนุกล่ะทีนี้ ไม่มีประกันมาช่วยก็ต้องผ่อนวิญญาณรถต่อไปจนกว่าจะหมดหนี้ !!! ฉะนั้น ความคุ้มครองไฟไหม้นี้ก็สำคัญ ซึ่งมีอยู่ในทั้งประกันชั้น 1 และ 2+

ความคุ้มครองน้ำท่วม

อ่ะ อันนี้น่าสนใจ เพราะน้ำขังรอการระบายนี่มันเกิดขึ้นให้เห็นบ่อย ๆ ในกรุงเทพเมืองฟ้าอมรของเรา แล้วนอกจากน้ำท่วมที่ชาวกรุงอย่างเราต้องเผชิญแล้ว ยังต้องมาเจอกับรถติดแหง๊กจนแยกแทบไม่ออกว่านี่มันถนนหรือลานจอดรถกันแน่ ถ้าเกิดน้ำท่วมขึ้นมาตอนนั้นจะหนีก็หนีไม่ได้ ต้องคลานไปตามถนนจนกว่าจะพ้นเส้นทางหรือเจอทางแยกทางลัด น้ำท่วมหนักจนรถดับล่ะคราวนี้บรรลัยแน่ 

จริงอยู่ว่าค่าซ่อมมันอาจจะไม่แพงเท่ากรณีไฟไหม้ หรือไม่สูญไปเลยเหมือนตอนรถหาย แต่ถ้าเจอน้ำท่วมรถพังบ่อย ๆ ค่าซ่อมค่าใช้จ่ายก็ใช่ย่อยนะเออ มีประกันคอยช่วยดีกว่าเยอะ ซึ่งความคุ้มครองน้ำท่วมนี้จะซื้อประกันชั้น 1 หรือ 2+ ก็มีคุ้มครองหมด

อ่านเพิ่มเติม – น้ำท่วมรถยนต์แบบไหน ที่ประกันจะไม่จ่าย

ซ่อมอู่

ส่วนนี้นี่แหละที่สำคัญสุด ประกันรถ 10 ปี ต่อให้ซื้อชั้น 1 ก็ไม่มีทางได้เหมือนกับรถใหม่ คือการ ‘ซ่อมศูนย์’ หรือที่เรียกกันติดปากว่า ‘ซ่อมห้าง’ นั่นแหละ รถอายุเกิน 5 ปีร้อยทั้งร้อยแทบจะไม่มีบริษัทประกันไหนให้คุณซ่อมห้างแล้วนะเออ จะมีก็แค่ส่วนน้อยมาก ๆ สำหรับคนที่มีประวัติดี 5 ปีไม่เคยเคลมนั่นแหละ ที่บริษัทจะยอมให้ซ่อมห้างในปีที่ 6 (ซึ่งเกินปีที่ 6 ไปก็ไม่ให้แล้วนะจ๊ะ) ฉะนั้น ถ้าคุณเร้าหรือจะซื้อประกันชั้น 1 เพื่อที่จะได้ซ่อมห้างละก็บอกเลยว่า ซอร์รี่ฉันเสียใจคุณไม่ได้ไปต่อ ฉะนั้น จะซื้อประกันชั้น 1 หรือ 2+ ก็ได้หมดถ้าสดชื่นแล้วแหละ เพราะยังไงมันก็ได้ซ่อมอู่เหมือนกันอยู่ดี 

สรุป ประกันรถ 10 ปี เลือกชั้นไหนคุ้มกว่ากัน ?

ถ้าคุณเป็นคนขับหน้าใหม่ไร้ประสบการณ์ในการขับรถ มีรถคันแรกเป็นรถมือสอง ขอบอกเลยว่าซื้อชั้น 1 ไปเถอะค่ะคุ้มกว่า เกิดรถคุณหิวอยากจะไปกินฟุตปาธขึ้นมา ประกันจะได้คุ้มครองไม่ต้องเสียค่าซ่อมเอง แต่ถ้ารถเก่าคันนี้คุณขับมาตั้งแต่เพิ่งถอยออกมาจากโชว์รูม สิริรวมเป็น 10 ปีก็ต้องการันตีฝืมือการขับรถของคุณบ้างล่ะ คงไม่ไปเสยเสาไฟข้างทางง่าย ๆ แน่นอน เราขอแนะนำให้เลือกซื้อประกันชั้น 2+ เถอะคุ้มค่ากว่าเยอะ

ประกันชั้น 1 สำหรับรถยนต์ที่มีอายุ 10 ปีนั้น จะอยู่ที่ประมาณ 13,000 – 15,000 บาท ในขณะที่ประกันชั้น 2+ สำหรับรถ 10 ปี จะแค่ประมาณ 7,000 – 9,000 บาทเท่านั้นเอง อีกอย่าง ความคุ้มครองของประกันชั้น 1 กับชั้น 2+ มันแทบจะไม่มีอะไรที่ต่างกันเลยนะตัวเธอ แล้วจะต้องไปเสียเงินซื้อประกันชั้น 1 ที่มีราคาแพงกว่าทำไม ในเมื่อซื้อประกันชั้น 2+ ได้ในราคาที่ถูกกว่า แถมได้ทุกอย่างไม่ต่างกัน !!

เปรียบเทียบประกันรถยนต์