6 วิธีการขับรถใกล้ตัวที่ ประกันภัยรถไม่คุ้มครอง

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ประกันรถยนต์"

January 22, 2018


ประกันภัยรถไม่คุ้มครอง
เราที่ใช้รถใช้ถนนกันอยู่เป็นประจำนั้นก็มักจะมีการทำประกันภัยรถยนต์กัน เพื่อที่เวลาเกิดอุบัติเหตุขึ้นมาจะได้มีความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์มาผ่อนหนักให้เป็นเบา ไม่ว่าจะเป็นค่าเสียหายของรถคู่กรณี ค่ารักพยาบาลคู่กรณี รวมถึงค่าซ่อมแซมรถยนต์เรา และค่ารักพยาบาลเราอีกด้วย ซึ่งหากเป็นประกันกันภัยรถยนต์ชั้นที่ 1 นั้นก็จะหมดห่วงเรื่องพวกนี้ไปได้เลยเพราะคุ้มครองในเกือบทุกกรณีที่เกิดอุบัติ แต่รู้หรือไม่ว่ายังมีวิธีการขับรถหรือวิธีใช้งานรถบางอย่างที่ทำให้ ประกันภัยรถไม่คุ้มครอง อยู่ด้วย
วันนี้ MoneyGuru.co.th ก็จะมาแนะนำให้คนขับรถทั้งหลายได้ระวังกันในเรื่องของ 6 วิธีการขับรถใกล้ตัวที่ ประกันรถไม่คุ้มครอง ซึ่งแต่ละอย่างที่ว่าจะกล่าวถึงนี้ล้วนแล้วแต่ใกล้ตัวจริงๆ ว่าแล้วไม่ให้เสียเวลาก็ตามไปดูกันได้เลย

6 วิธีการขับรถใกล้ตัวที่ ประกันภัยรถไม่คุ้มครอง

1.ขับรถแข่งขันบนท้องถนน

–  หากใครที่ชอบเอารถยนต์ไปแข่งบนท้องถนนรีบอ่านเลย เพราะหากว่ามีความเสียหายที่เกิดจากการแข่งขันความเร็วเกิดขึ้น ไม่ว่ารถยนต์เรานั้นจะถูกนำไปแข่งขันความเร็วแบบถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมายก็ตาม ประกันภัยรถยนต์และบริษัทประกันภัยจะไม่ให้ความคุ้มครองความเสียที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพราะถือได้ว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากความตั้งใจหรือจงใจเสี่ยงของเรา (ผู้เอาประกัน) เอง ดังนั้นหากว่าเรายังต้องการที่จะได้รับความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์ก็ไม่ควรที่จะขับรถแบบนี้ครับ

2.เมาแล้วขับ

– เป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วสำหรับข้อนี้แต่ก็อยากจะเตือนกันไว้อีกสักครั้งกับการ เมาแล้วขับ หากว่าเกิดอุบัติเหตุขึ้นประกันภัยรถยนต์ไม่ให้ความคุ้มครองนะครับ เนื่องจากถือได้ว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากความประมาทเลินเล่อของผู้ขับขี่เอง ดังนั้นหากว่า เรา (ผู้ขับขี่) มีอาการ มึนเมา หรือมีแอลกอฮอล์ในเลือดสูงเกินกว่า 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก็ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่รถยนต์ครับ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและผู้ใช้ท้องถนนคนอื่นๆ ด้วยครับ
แอลกอฮอล์ปริมาณ 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะรู้ได้อย่างไร?
– สามารถเทียบปริมาณแอลกอฮอล์ได้ตามตัวอย่างรายละเอียดด้านล่างนี้
เบียร์ 1 กระป๋อง = แอลกอฮอล์ 330 มิลลิกรัม
ไวน์ 1 แก้ว = 100 มิลลิกรัม
เหล้า 3 ฝา = 30 มิลลิกรัม
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ไม่อยากเสียเงินจนหมดตัวจาก เมาแล้วขับ ต้องอ่าน!!

3.ขับรถโดยไม่มีใบขับขี่

– ปกติแล้ว ใบขับขี่ ถือได้ว่าเป็นเอกสารประกอบการทำประกันภัยรถยนต์อยู่แล้ว แต่ในกรณีนี้กล่าวถึงการที่เรา (ผู้เอาประกัน) ไม่ได้ระบุชื่อผู้ขับขี่ไว้ แล้วมีการให้ผู้อื่นหยิบยืมรถยนต์ไปใช้งาน โดยที่ผู้ยืมไปนั้นไม่มีใบขับขี่และเกิดอุบัติเหตุขึ้น หากบริษัทประกันภัยตรวจเจอข้อเท็จจริงนี้ บริษัทประกันภัยก็มีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธความคุ้มครองให้กับรถเราได้ และการไม่มีใบขับขี่นี้รวมถึงการที่ถูกตัดสิทธิ์ในการขับขี่ตามกฎหมายด้วยครับ
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ไม่มีใบขับขี่ ประกันรถยนต์จะจ่ายหรือไม่?

4.ขับรถโดยบรรทุกของเกินน้ำหนักที่กำหนด

– หากว่าเรานั้นขับรถโดยที่มีการบรรทุกของเกินกว่าน้ำหนักที่กำหนดไว้ จนทำให้เกิดความเสียหายกับรถยนต์ขึ้น ส่วนนี้บริษัทประกันภัยจะไม่ให้ความคุ้มครองกับเรา เพราะถือได้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากความประมาทเลินเล่อของเรา (ผู้เอาประกัน) เอง ไม่ได้มีสาเหตุมาจากอุบัติเหตุ จึงทำให้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องคุ้มครองความเสียหายในส่วนนี้

5.การเสื่อมสภาพของรถยนต์เอง

– รถยนต์ก็คือสิ่งของชนิดที่นับวันก็จะต้องมีการเสื่อมสภาพและเกิดความเสียหายไปตามกาลเวลาได้ ดังนั้นหากเป็นความเสียหายที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของรถยนต์เอง รวมถึงส่วนต่อเติมที่ติดมากับรถยนต์ด้วย ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายที่มากน้อยขนาดไหนก็ตาม ส่วนนี้บริษัทประกันภัยจะไม่ให้ความคุ้มครองกับเรา เพราะถือว่าไม่ใช่ความเสียหายที่เกิดจากอุบัติเหตุ

6.การไม่ใช้รถเป็นเวลานานๆ

– หากเราจอดรถทิ้งไว้โดยไม่มีการใช้งานเป็นเวลานานๆ แล้วรถเกิดความเสียหายขึ้น ส่วนนี้บริษัทประกันภัยจะไม่ให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้น เว้นแต่ว่าการที่เราไม่ได้ใช้รถยนต์เป็นเวลานานๆ นั้น เกิดจากทางบริษัทประกันภัยเอง
เป็นไงบ้างครับกับวิธีการขับรถใกล้ตัวที่อาจจะทำให้ ประกันภัยรถไม่คุ้มครอง เรียกได้ว่าหลายๆ วิธีขับนั้นค่อนข้างใกล้ตัวเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ดังนั้นเราที่ใช้รถเป็นประจำก็ควรระวังให้ดี เพื่อที่จะได้ขับรถอย่างอุ่นใจเพราะมีประกันภัยรถยนต์คอยคุ้มครองครับ

เปรียบเทียบประกันรถยนต์

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน