ประกันภัยรถยนต์: 15 คำถามที่พบบ่อย

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ประกันรถยนต์"

August 6, 2015


เปรียบเทียบประกันภัยรถยนต์ โดย MoneyGuru.co.th
ประกันภัยรถยนต์ ถือเป็นสิ่งที่ไกลตัวสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้รถส่วนตัว แต่สำหรับผู้ที่มีรถเป็นของตนเอง ใช้ขับขี่อยู่เป็นประจำ ย่อมต้องเจอกับปัญหาโลกแตก คือการเลือกว่าเราควรจะทำประกันภัยรถยนต์แบบไหนดี แล้วก็มีคำถามตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นทุนประกัน ค่าเสียหายส่วนแรก ประเภทประกันรถยนต์ที่เหมาะสม ระบุผู้ขับขี่ ฯลฯ
วันนี้ MoneyGuru จะมาตีแผ่ 15 คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ คำตอบต่อไปนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังศึกษาข้อเสนอประกันภัยรถยนต์ หรือผู้ที่กำลังคิดจะเปลี่ยนบริษัทประกันภัยรถยนต์ และผู้ที่มีประกันภัยรถยนต์อยู่แล้ว เพื่อที่เราจะได้มีความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ของเรานั่นเองครับ

1. ประกันภัยรถยนต์ในประเทศไทย มีกี่ประเภท

หากจะแบ่งเป็นสองประเภทใหญ่ๆ จะแบ่งอกได้เป็น ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ หรือ ประกันรถยนต์ พ.ร.บ. ซึ่งก็คือ สมุดเล่มเขียว พ.ร.บ. ที่รถยนต์ทุกคันต้องมีอยู่แล้ว กับประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ซึ่งเราสามารถเลือกใช้ได้โดยจะแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ดังนี้

ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1

คือประกันภัยรถยนต์ที่มีความครอบคลุมมากที่สุด ครอบคลุมทั้งยานพาหนะคันเอาประกัน และรถคันคู่กรณี ความเสียหายต่อชีวิต การบาดเจ็บ ของทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสารในรถยนต์คันเอาประกัน และในรถยนต์คันคู่กรณี และยังมีความคุ้มครองกรณีรถยนต์เสียหายจากไฟไหม้ น้ำท่วม และการโดนโจรกรรมอีกด้วย

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2

มีความคุ้มครองครอบคลุมรองลงมา โดยจะยังให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับรถยนต์คันเอาประกัน ผู้โดยสารในรถยนต์คันเอาประกัน และรถยนต์คันคู่กรณี และผู้โดยสารในรถคันคู่กรณี ทั้งค่ารักษาพยาบาล และค่าชดเชยความเสียหายของรถยนต์ และทรัพย์สินโดยจะต้องมีคู่กรณี และให้ความคุ้มครองกรณีรถยนต์ถูกโจรกรรม และไฟไหม้ แต่ไม่คุ้มครองความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วม หรืออุทกภัย

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+

คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์คันเอาประกัน ทรัพย์สินในรถยนต์คันเอาประกัน และค่ารักษาพยาบาล ค่ายาของผู้โดยสารรถยนต์คันเอาประกัน กรณีมีคู่กรณี พร้อมคุ้มครองกรณีโจรกรรม และไฟไหม้ด้วย

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+

คุ้มครองความเสียหายต่อรถยนต์คันคู่กรณี ทรัพย์สิน และผู้ขับขี่ ผู้โดยสารในรถยนต์คันคู่กรณี ส่วนคุ้มครองเพิ่มคือให้ความคุ้มครองรถยนต์คันเอาประกันในกรณีเกิดอุบัติเหตุที่มีคู่กรณี แต่จะไม่คุ้มครองความเสียหายของรถยนต์คันเอาประกันหากไม่มีคู่กรณี ไม่มีความคุ้มครองกรณีน้ำท่วม ไฟไหม้ หรือโจรกรรม

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3

ให้ความคุ้มครองความเสียหายที่เกิดกับรถยนต์คันคู่กรณี ผู้โดยสารในรถยนต์คันคู่กรณี และผู้โดยสารในรถคันคู่กรณี ทั้งค่ารักษาพยาบาล และค่าชดเชยความเสียหายของรถยนต์ และค่าชดเชยความเสียหายต่อทรัพย์สินในรถยนต์คันคู่กรณีเท่นั้น ไม่มีการชดเชยค่าเสียหายสำหรับรถยนต์คันเอาประกัน และไม่คุ้มครองกรณีรถยนต์ถูกโจรกรรม ไฟไหม้ หรืออุทกภัยแต่อย่างใด

2. คำศัพท์เบื้องต้นที่ควรรู้เกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์

เบี้ยประกันภัย (Premium) คือ จำนวนเงินที่ผู้เอาประกันจะต้องจ่ายให้กับบริษัทประกัน สาเหตุคือ การทำประกันภัยรถยนต์เป็นสัญญาต่างตอบแทน หากไม่มีการชำระเบี้ยประกันตามที่ระบุ หากมีความเสียหายเกิดขึ้น บริษัทมีสิทธิ์ไม่ชำระค่าสินไหมทดแทนได้
ทุนเอาประกันภัย (Sum Insured) คือ จำนวนเงินสูงสุดที่ผู้รับประกันภัยจะต้องชดใช้ เมื่อมีความเสียหายเกิดขึ้นตามสัญญา
ค่าสินไหมทดแทน (Claim Amount) คือ ความเสียหายที่ผู้เอาประกันภัยเรียกร้องให้ ผู้รับประกันภัยชดใช้ โดยความเสียหายดังกล่าว เป็นผลมาจากภัยตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ และมีจำนวนตามที่เสียหายจริง
ค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) คือ ค่าใช้จ่ายที่ผู้เอาประกันภัยต้องรับผิดชอบ เองในความเสียหายที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง เช่นในการ ประกันภัยรถยนต์มีการกำหนดความเสียหายส่วนแรกไว้ที่ 2,000 บาท/ครั้ง ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นในแต่ละครั้ง หากความเสียหาย เท่ากับ 2,000 บาท หรือน้อยกว่า คุณจะไม่ได้รับการชดเชยจากทางบริษัทประกันภัย หากแต่คุณจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเอง หากความเสียหายของคุณเท่ากับ 3,000 บาทคุณจะจ่ายเพียงแค่ 2,000 บาทเท่านั้น ส่วนบริษัทประกันภัยจะเป็นผู้รับผิดชอบส่วนที่เพิ่มขึ้น 1,000 บาทเอง

3. ทำไมกรมธรรม์ถึงต้องมีค่าเสียหายส่วนแรก

จากข้อกำหนดของ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เรื่องรูปแบบและข้อความในกรมธรรม์ประกันภัย หากบริษัทประกันจะขายประกันต่อประชาชนทั่วไป ต้องเป็นแบบและข้อความที่ทาง คปภ. กำหนด
สำหรับกรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ 3+ ในเริ่มแรก ระบุตัวเลขความเสียหายต่อตัวรถไว้ 2,000 บาท และมีการเก็บจริง ต่อมาเมื่อมีการแข่งขันกันทำตลาด ทำให้มีการอนุโลมไม่เก็บเงินส่วนนี้ในตอนเคลมจริง แต่ไม่ได้ขออนุญาตรูปแบบกรมธรรม์ใหม่ให้ถูกต้องแบบไม่มีค่ารับผิด จึงเรียกเป็นค่าเสียหายส่วนแรกที่ทางผู้เอาประกันสามารถเลือกซื้อ หรือไม่ซื้อในส่วนนี้ก็ได้
โดยรูปแบบกรมธรม์นี้จะเป็นการทำข้อตกลงกันระหว่างผู้เอาประกันภัย กับผู้ให้การประกันภัย ว่าจะไม่เก็บค่ารับผิดส่วนแรกนี้ แต่ก็มีบางบริษัทมีการขอรูปแบบกรมธรรม์ใหม่ที่ไม่เขียนค่ารับผิดส่วนแรกไว้
หากคุณอยากทราบว่า ประกันภัยประเภท 2+ 3+ ที่ซื้อไว้ มีค่าเสียหายส่วนแรกหรือไม่ ให้ตรวจสอบกับบริษัทประกันว่า เลขกรมธรรม์ที่ได้รับ เมื่อเคลมจะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรกหรือไม่ เท่าไหร่ หรือจะตรวจสอบจากเบี้ยประกันในตารางที่ได้รับว่าเป็นเบี้ยประกันแบบเสียหรือไม่ก็ได้ครับ

4. ตัวแทน กับ นายหน้าต่างกันอย่างไร

เราอาจได้ยินสองคำนี้ใช้ด้วยกันบ่อยๆ จนหลายๆ คนคิดว่ามีความหมายเดียวกันและเป็นคนคนเดียวกัน แต่สำหรับธุรกิจประกันภัย สองคำนี้มีความหมายต่างกันครับ
ตัวแทน (Agent) หมายถึง บุคคลที่ทำหน้าที่เป็นตัวแทนบริษัทที่ตนสังกัดอยู่ พูดง่ายๆ ก็คือพนักงานบริษัทประกันแห่งนั้นนั่นแหละครับ เวลาเขาเสนอขายประกัน เขาจะขายได้เฉพาะผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่สังกัดอยู่เท่านั้น จะไม่สามารถขายผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่นๆ ได้ หากคุณซื้อประกันภัยรถยนต์จากบริษัทหนึ่งอยู่แล้ว และไม่ต้องการเปลี่ยนบริษัทก็สามารถติดต่อตัวแทนให้ทำเรื่องให้ได้เลยครับ
นายหน้า (Broker) หมายถึง ผู้ทำหน้าที่จัดหาช่องทางการทำประกันให้กับผู้เอาประกันภัย โดยนายหน้าจะเป็นบุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคลก็ได้  ซึ่งนายหน้ามีอิสระในการแนะนำผลิตภัณฑ์ของบริษัทประกันรถยนต์ใดก็ได้ ไม่ได้อยู่ใต้การควบคุมของบริษัทใดบริษัทหนึ่งครับ ดังนั้นหากคุณต้องการเปรียบเทียบตัวเลือกจากหลายๆ บริษัทก็สามารถติดต่อนายหน้า หรือโบรกเกอร์ประกันภัยได้นะครับ

5. ตัวเลขความคุ้มครองผู้โดยสารในรถยนต์ เช่น 7 x 100,000 คืออะไร

ตัวเลขแรก คือ จำนวนรวมผู้โดยสารในรถยนต์ ได้แก่ ผู้ขับขี่ และ ผู้โดยสารทั้งหมดที่ประกันจะให้ความคุ้มครอง ตัวเลขหลังเครื่องหมายคูณ (x) คือ วงเงินคุ้มครองต่อคน
ดังนั้น 7 x 100,000 จึงหมายความว่า กรมธรรม์นี้คุ้มครอง ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรวม 7 คน โดยมีวงเงินคุ้มครองคนละ 100,000 บาทนั่นเองครับ

6. ทำประกันชั้น 1 แบบระบุผู้ขับขี่ แต่ตอนเกิดเหตุ ผู้ขับไม่ใช่คนที่ระบุไว้ จะเคลมได้ไหม

หากคุณทำประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 แบบระบุผู้ขับขี่ไว้ตั้งแต่ต้น แต่ตอนเกิดอุบัติเหตุ ผู้ขับขี่เป็นคนอื่นที่ไม่ได้มีชื่อระบุในกรมธรรม์ และเป็นฝ่ายผิดตามกฎหมาย คุณสามารถเคลมประกันภัยชั้น 1 ที่ทำไว้ได้ แต่จะต้องเสียค่าเสียหายส่วนแรกตามที่ได้กำหนดเอาไว้ในกรมธรรม์ สำหรับความเสียหายของทรัพย์สินของบุคคลภายนอก หรือคู่กรณี เช่น ค่าซ่อมรถคันคู่กรณี ค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่ หรือผู้โดยสารในรถคันคู่กรณี ค่าเสีหายต่อทรัพย์สินอื่นๆ เป็นต้น และเงินอีกส่วนสำหรับความเสียหายของรถคันเอาประกันภัย กรณีต้องเอารถคันเอาประกันภัยเข้าซ่อม
เมื่อรวมกันแล้ว คุณอาจต้องเสียเงินมากกว่าที่คิดเอาไว้ ซึ่งอาจจะมากกว่าผลประโยชน์ที่ได้จากส่วนลดเนื่องจากการระบุผู้ขับขี่ในกรมธรรม์ ดังนั้น ถ้าไม่มั่นใจว่าใครจะเป็นผ้ขับรถที่แน่นอนของรถคันเอาประกัน ก็ไม่ควรทำประกันภัยรถยนต์แบบระบุผู้ขับขี่นะครับ

7. รถอายุเกิน 7 ปี จะสามารถทำประกันภัยรถยนต์ประเภทใดได้บ้าง

การนับอายุรถ ให้นับ 1 ตั้งแต่ปีแรกที่ออกรถจากศูนย์บริการ เช่น ออกรถปี 2550 ให้นับดังนี้
ปี 2550 นับอายุได้ 1 ปี ปี 2551 นับอายุได้ 2 ปี ไปเรื่อยๆ และใน ปี 2554 นับอายุได้ 5 ปี เป็นต้น
โดยทั่วไป บริษัทประกันภัยจะรับประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 สำหรับรถอายุไม่เกิน 7 ปีเท่านั้น แต่ก็มีบางบริษัทที่รับถึง 9 ปี หรือกรณีมีการต่อประกันภัยรถยนต์ต่อเนื่องกับบริษัทเดิม ทางบริษัทประกันภัยอาจพิจารณาอนุโลมรับประกันให้รถยนต์ที่มีอายุเกิน 10 ปีได้ ซึ่งก็ต้องพิจารณาจากประวัติการเคลมด้วย
หากอายุรถยนต์ของคุณเกินกว่าที่บริษัทประกันภัยกำหนด และไม่สามารถทำประกันชั้น 1 ได้อีกต่อไปแล้ว คุณสามารถเลือกทำประกันรถยนต์ประเภทอื่นๆ ได้ โดยพิจารณาจากความคุ้มครองที่ต้องการ ทางเราแนะนำเป็นประกันรถยนต์ประเภท 2+ และ 3+ ตามลำดับ
โดยทั้งสองประเภทนี้ จะยังให้ความคุ้มครองตัวรถคันเอาประกันในกรณีชนกับยานพาหนะทางบก แต่ประเภท 2+ จะคุ้มครองกรณีสูญหายและไฟไหม้เพิ่มขึ้นมาด้วย โดยเราสามารถเลือกเพิ่มความคุ้มครองส่วนนี้ได้นั่งเองครับ

8. ประกันชั้น 1 อยากได้ทุนประกันสูงๆ แต่ทำไมบริษัทประกันไม่ให้ทำ

ทุนประกันที่เหมาะสมคือประมาณ 80% ของราคารถ ณ ปัจจุบัน หรืออาจยืดหยุ่นได้ถึง 90% ของราคารถ แต่บริษัทประกันมักจะไม่รับทำทุนประกันเต็มจำนวน 100% เพราะสาเหตุดังต่อไปนี้
  • เผื่อค่าเสื่อมสภาพของรถยนต์ระหว่างปี
  • ต้องการให้ผู้เอาประกันมีความรับผิดชอบกับรถยนต์ของตนเองบ้างเป็นบางส่วน เพื่อจะได้ช่วยดูแลรักษารถตามสมควร
  • เพื่อไม่ให้เป็นช่องในการหาผลประโยชน์จากการทำประกันโดยมิชอบ
วิธีคิดง่ายๆ คือหากบริษัทประกันให้ทุนประกันสูง หรือทุนประกันถึง 100% ก็อาจจะทำให้ผู้ขับขี่ ขับขี่โดยประมาทมากขึ้นเนื่องจากมีประกันภัยแล้ว คิดว่าไม่ว่ารถยนต์จะพังยับขนาดไหน ก็ยังมีความคุ้มครอง 100% แบบนี้หากชนเล็ก ชนน้อยทางบริษัทประกันภัยก็ต้องจ่ายค่าชดเชย ทำให้รวมๆ แล้วอาจจะเป็นเงินค่าชดเชยจำนวนมาก ทำให้ผู้เอาประกันที่หวังไม่ดีอาจจะหาประโยชน์จากข้อกำหนดส่วนนี้ได้ ดังนั้นการให้ทุนประกันไม่ถึง 100% เหมือนเป็นการบังคับกลายๆ ให้ผู้เอาประกันใช้รถยนต์อย่างระมันระวัง และรับผิดชอบดูแลรักษารถยนต์ของตัวเองด้วยเช่นกัน

9. การเคลมแบ่งเป็นกี่ประเภท แตกต่างกันอย่างไร

การเคลมประกันภัยรถยนต์ สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ การเคลมสด และการเคลมแห้ง
เคลมสด คือ เคลมที่ต้องมีพนักงาน หรือตัวแทนบริษัทประกันลงพื้นที่เพื่อทำการตรวจสอบ ณ ที่เกิดเหตุ ซึ่งก็คือเมื่อเกิดเหตุมีคู่กรณี หรือมีผู้บาดเจ็บ หรือรถประกันหรือรถคู่กรณีเสียหายมาก
ผู้ขับขี่รถประกันหรือรถคู่กรณีจะได้รับเอกสาร เป็นใบหลักฐานในการติดต่อเคลมค่าเสียหายจากพนักงานตรวจสอบอุบัติเหตุ ซึ่งสามารถนำไปติดต่ออู่ในเครือของบริษัทประกันภัยเพื่อดำเนินการซ่อมแซมรถยนต์ได้ทันที
เคลมแห้ง คือ การเคลมที่พนักงานตรวจสอบอุบัติเหตุไม่จำเป็นจะต้องออกไปตรวจสอบ ณ ที่เกิดเหตุ ได้แก่ กรณีที่รถยนต์คันเอาประกันเสียหายเล็กน้อย หรือกกรณีเกิดอุบัติเหตุแบบไม่มีคู่กรณี การเคลมประกันรถยนต์ประเภทนี้ ผู้ขับรถประกันสามารถนำรถเข้าไปติดต่อซ่อมที่อู่ในเครือของบริษัทได้ด้วยตนเองตลอดเวลา แต่ต้องก่อนกรมธรรม์หมดอายุ

เรื่องน่าอ่าน: หากเกิดสิ่งเหล่านี้กรมธรรม์ “ประกันรถยนต์” ไม่คุ้มครอง!

10. รถเสียหาย รอเคลม รอซ่อม สามารถทำประกันชั้น 1 ได้หรือไม่

สำหรับประกันชั้น 1 รถยนต์ที่จะทำควรอยู่ในสภาพที่ซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อนทำประกัน ถ้ารถมีความเสียหายอยู่แล้ว แต่เป็นความเสียหายเล็กน้อย เช่น รอยข่วนสองสามรอย บริษัทประกันอาจรับทำประกันให้ได้ โดยจะมีการทำบันทึกความเสียหายที่พบไว้ในระบบ ซึ่งความเสียหายดังกล่าวจะไม่สามารถนำมาเคลมได้ เพราะเป็นความเสียหายที่เกิดขึ้นก่อนทำประกันรถยนต์ เมื่อผู้เอาประกันนำรถเข้าซ่อม สามารถแจ้งให้บริษัทประกันไปถ่ายรูปรถยนต์ใหม่ เพื่อทำการยืนยัน และลบบันทึกความเสียหายที่ระบุเอาไว้ได้ แต่ถ้ารถมีความเสียหายมาก บริษัทประกันก็อาจจจะปฏิเสธการรับประกัน

11. ซ่อมห้าง กับ ซ่อมอู่ ต่างกันอย่างไร

ซ่อมห้าง คือ การที่รถยนต์เกิดอุบัติเหตุต้องซ่อม เจ้าของรถยนต์นำรถยนต์ไปซ่อมแซมที่ศูนย์บริการของรถยี่ห้อนั้นๆ หรือ โดยอู่ที่ได้มาตรฐานคุณภาพเทียบเท่า ปกติแล้วประกันซ่อมห้างมีให้เลือกสำหรับรถใหม่อายุ 1-4 ปี อะไหล่ที่ใช้ในการซ่อมเป็นอะไหล่แท้จากศูนย์บริการเท่านั้น แต่ข้อเสียของการซ่อมห้างคือ อาจจะต้องรอคิวซ่อมรถยนต์นานหน่อยครับ
ซ่อมอู่ คือ การเข้ารับการซ่อมแซมที่อู่ทั่วๆ ไปที่มีข้อตกลงกับบริษัทประกันเอาไว้แล้ว ในกรณีที่เป็นรถยนต์ใหม่ที่มีอายุ 1-3 ปี บริษัทประกันภัยจะใช้อะไหล่ของแท้จากศูนย์ในการจัดซ่อม หากเป็นรถที่อายุมากแล้ว อะไหล่ที่ใช้อาจเป็นอะไหล่มือสอง หรืออะไหล่ที่เทียบเท่าของแท้นั่นเองครับ

เรื่องน่าอ่าน: ใครอยากรู้ความต่าง “ซ่อมห้าง” VS “ซ่อมอู่” ตอนเคลมประกันรถยนต์มาทางนี้!!

12. รถเสียหาย ไม่มีคู่กรณี คู่กรณีหลบหนี ไม่มีรายละเอียด จะต้องดำเนินการอย่างไร

หากเหตุการณ์อย่างนี้ ผู้เอาประกันต้องรีบทำการแจ้งความกับสถานีตำรวจเพื่อเก็บบันทึกประจำวัน มีเอกสารให้ตรวจสอบ ติดตามและดำเนินคดีกับผู้ต้องสงสัยได้ แต่หากยังไม่สามารถระบุได้ ทางผู้เอาประกันก็ต้องรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก และค่าซ่อมแซม (ถ้ามี) ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในกรมธรรม์

13. มีอะไหล่กี่ประเภท จะเปลี่ยนอะไหล่ต้องทำยังไงบ้าง

การเปลี่ยนชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์ ชิ้นส่วนอะไหล่ดังกล่าวต้องมีความเสียหายมากกว่า 50% และมีการพิจารณาแล้วว่า อะไหล่ชิ้นเดิมเป็นอะไหล่ประเภทไหน อยู่ในสภาพใด หากเห็นเหมาะสมคุณก็จะได้รับการชดใช้ให้จากบริษัทประกันภัย
สำหรับรถยนต์ที่มีอายุไม่เกิน 2 ปี คุณจะได้อะไหล่ของแท้ชิ้นใหม่ แต่ถ้าเกิดเหตุหลายครั้งภายใน 2 ปีนั้น บริษัทประกันภัยอาจจะทำการพิจารณาเป็นรายการไป
อย่างไรก็ตาม กรณีรถยนต์ได้รับความเสียหายมาก และเป็นการตกลงราคาเหมาซ่อมทั้งค่าแรง ค่าอะไหล่กับทางอู่ผู้รับซ่อม การพิจารณาเรื่องชิ้นส่วนอะไหล่จะทำการพิจารณาตามความเหมาะสม
หากเป็นอะไหล่ชิ้นส่วนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของการใช้รถยนต์ จะต้องเป็นการเปลี่ยนอะไหล่แท้เท่านั้น แต่ก็ต้องพิจารณา จากสภาพรถยนต์ และอายุประกอบด้วย

14. กรมธรรม์ประเภท 1 สามารถทำสีรอบคันได้หรือไม่

กรมธรรม์ประกันรถยนต์ จะให้ความคุ้มครองกรณีเกิดอุบัติเหตุเท่านั้น ดังนั้น ถ้าลูกค้าแจ้งซ่อมทำสีรอบคัน จะต้องมีการตรวจสอบความเสียหายเป็นหลักว่าเกิดจากอุบัติเหตุหรือไม่ เชื่อถือได้หรือไป
เพราะไม่มีการคุ้มครองการเสื่อมสภาพของรถ แต่ถ้าจะประนีประนอม จะต้องทำการตรวจสอบว่า ได้ทำประกันมากี่ปี มีการเคลมประกันมาแล้วกี่ครั้ง และจะต้องทำการตรวจสอบบาดแผลที่รถยนต์ว่าเกิดเหตุขึ้นจริงหรือแค่ต้องการปรับปรุงสีใหม่ด้วยตนเอง
ถ้าเป็นการทำประกันปีแรกแล้วแจ้งซ่อม จะมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายร่วมอย่างน้อย 50% ของค่าซ่อมทั้งหมด แต่ถ้าเป็นการทำประกันต่อเนื่องกับทางบริษัทประกันภัยรถยนต์ โดยทำติดต่อกันมาหลายปีแล้ว ปกติจะมีการประนีประนอมในการร่วมรับผิดชอบความเสียหายระหว่างบริษัท และผู้เอาประกัน  จะเป็นจำนวนเท่าไรก็ขึ้นอยู่กับลักษณะความเสียหาย และประวัติการเคลมของผู้เอาประกันภัย

15. ทำไมต้องซื้อประกันภัยรถยนต์ออนไลน์กับ MoneyGuru.co.th?

MoneyGuru.co.th เป็นเว็บไซต์เปรียบเทียบประกันภัยรถยนต์ที่มุ่งเน้นการบริการที่โปร่งใส เป็นกลาง สะดวก และรวดเร็วมากที่สุดให้กับลูกค้า ซึ่งการซื้อประกันภัยรถยนต์จากเราจะต่างจากแบบดั้งเดิม คือ คุณไม่ต้องเสียเวลาในการหาข้อมูลของหลายๆ บริษัท เพราะเรารวมเอาทุกบริษัทที่น่าเชื่อถือ และมีข้อเสนอที่น่าสนใจมาไว้ที่นี่ที่เดียว

ทั้งนี้ ท่านสามารถเปรีบเทียบ และเลือกซื้อประกันรถยนต์ได้เพียงปลายนิ้วคลิก โดยเรามีผู้เชี่ยวชาญที่ท่านสามารถขอคำปรึกษาเกี่ยวกับประกันภัยรถยนต์ได้ บริการทุกอย่างของเราไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ไปเปรียบเทียบประกันรถยนต์วันนี้ คลิกที่นี่ ได้เลยครับ!

ทำไมถึงต้องเป็น MoneyGuru.co.th