ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+ แตกต่างกันอย่างไร?

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ประกันรถยนต์"

January 29, 2018


ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+
ประกันภัยรถยนต์ถือได้ว่าเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับเราที่ใช้รถเป็นประจำ เพราะจะให้ความคุ้มครองกับเราในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมา เช่น อุบัติเหตุ เป็นต้น ส่วนจะเลือกทำประกันภัยรถยนต์ประเภทไหนนั้น เราที่ใช้รถสามารถเลือกได้เองตามใจเลย แนะนำว่าให้เลือกให้เหมาะกับความต้องการและการใช้งานของตัวเองให้มากที่สุด เพื่อที่เราจะได้ความคุ้มครองที่เหมาะกับเรา รวมถึงเราไม่ต้องจ่ายเงินเกินความจำเป็นนั่นเอง
โดยประกันภัยรถยนต์ที่นิยมทำกันก็จะมีอยู่ 3 ประเภท ดังนี้
  • ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 – ให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด
  • ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ (สองพลัส) – ให้ความคุ้มครองใกล้เคียงประกันชั้น 1 แต่ในกรณีเกิดอุบัติเหตุจะคุ้มครองความเสียหายรถเราในกรณี “รถชนรถ” เท่านั้น
  • ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ (สามพลัส) – ให้ความคุ้มครองรถเราเมื่อเกิดอุบัติเหตุเฉพาะกรณี “รถชนรถ” เท่านั้น
*** ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2 และ 3 ไม่ค่อยเป็นที่นิยม เพราะว่าให้ความคุ้มครองไม่ครอบคลุมเท่ากับประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+ ***
ดูจากจุดเด่นแล้ว ประกันภัยชั้น 1 นั้นดูจะมีความโดดเด่นที่สุด แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าเบี้ยประกันที่สูงที่สุดในประกันภัยรถยนต์  ส่วนประกันภัยชั้น 2+ และ ประกันภัยชั้น 3+ ก็จะมีค่าเบี้ยอยู่ในระดับกลางๆ หรือเรียกว่าราคาประหยัดก็ว่าได้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+ นั้นเป็นที่นิยมไม่แพ้ประกันภัยชั้น 1 เลยทีเดียว ซึ่งวันนี้ MoneyGuru.co.th จะพาไปดูกันว่ามีดีอะไร ทำไมถึงเป็นที่นิยม

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+ แตกต่างกันอย่างไร?

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ (สองพลัส)

  • เป็นประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจ ที่ให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมเกือบทุกกรณี หรือ เรียกได้ว่าให้ความคุ้มครองใกล้เคียงกับประกันภัยชั้น 1 แทบจะทั้งหมด ต่างกันเพียงแค่กรณีเกิดอุบัติเหตุแล้วรถเราจะได้รับความคุ้มครองค่าเสียหายเฉพาะกรณีรถชนรถเท่านั้น รวมถึงค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ นั้นจะไม่สูงเท่ากับประกันภัยรถยนต์ชั้น 1

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ (สองพลัส) ให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง?

  • คุ้มครองความเสียหายรถคู่กรณี (หรือทรัพย์สิน) รวมถึงค่ารักษาพยาบาลคู่กรณี
  • คุ้มครองความเสียหายรถเราในกรณีรถชนรถเท่านั้น
  • ค่ารักษาพยาบาลตัวเรา (ผู้เอาประกัน) และผู้โดยสารของเรายังคุ้มครองเหมือนประกันชั้น 1
  • คุ้มครองกรณี สูญหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วม(บางกรมธรรม์)
  • ให้ความคุ้มครองอื่นๆ ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ของบริษัทประกันเท่านั้น

ราคาเริ่มต้น

  • อยู่ในช่วงประมาณ 5,000 บาทขึ้นไป

คำแนะนำประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ (สองพลัส)

  • ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ จะให้คุ้มครองความเสียหายรถเรา (คันที่ทำประกัน) ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชนรถเท่านั้น หากว่าเราเกิดชนเสาไฟฟ้า ตกข้างทาง ฯลฯ จะไม่อยู่ในส่วนของความคุ้มครอง ดังนั้นเราควรจำไว้ให้ดีครับ ว่า “รถชนรถ” เท่านั้น ที่ประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ (สองพลัส) จะให้ความคุ้มครองความเสียหายให้กับรถเรา

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ (สามพลัส)

  • ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ (สามพลัส) จะให้ความคุ้มครองคล้ายกับประกันภัยรถยนต์ชั้น 3 แทบจะทุกอย่าง ต่างกันเพียงแค่ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ นั้นจะให้ความคุ้มครองรถเราในกรณีอุบัติเหตุรถชนรถเพิ่มเข้ามา ส่วนประกันภัยชั้น 3 จะไม่คุ้มครองในส่วนนี้ และส่วนที่เหมือนกันของประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ และ 3 ก็คือ จะไม่ให้คุ้มครองในส่วนของ ไฟไหม้ น้ำท่วม สูญหาย

ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ ให้ความคุ้มครองอะไรบ้าง?

  • คุ้มครองความเสียหายรถคู่กรณี (หรือทรัพย์สิน) รวมถึงค่ารักษาพยาบาลคู่กรณี
  • คุ้มครองความเสียหายรถเราในกรณีรถชนรถเท่านั้น
  • ค่ารักษาพยาบาลตัวเรา (ผู้เอาประกัน) และผู้โดยสารของเรายังคุ้มครองเหมือนประกันชั้น 2+
  • ไม่คุ้มครองกรณี สูญหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วม
  • ให้ความคุ้มครองอื่นๆ ตามเงื่อนไขในกรมธรรม์ของบริษัทประกันเท่านั้น

ราคาเริ่มต้น

  • อยู่ในช่วงประมาณ 4,000 บาทขึ้นไป

คำแนะนำประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ (สามพลัส)

  • ประกันภัยรถยนต์ชั้น 3+ จะให้คุ้มครองความเสียหายรถเรา (คันที่ทำประกัน) ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุรถชนรถเท่านั้นรวมถึงข้อสำคัญที่เราควรจำให้ดีคือ ไม่ให้ความคุ้มครองในกรณี ไฟไหม้ น้ำท่วม สูญหาย

เปรียบเทียบข้อแตกต่างความคุ้มครองของประกันภัยรถยนต์ชั้น 2+ และ 3+ ที่ชัดเจน

  • ราคาประกันประกันภัยชั้น 3+ ใกล้เคียงกับ ราคาประกันประกันภัยชั้น 2+ ในบางกรมธรรม์
  • ประกันภัยชั้น 2+ และ 3+ ให้คุ้มครองความเสียหายจากอุบัติเหตุกับรถเราเหมือนกัน ก็คือ กรณีรถชนรถเท่านั้น
  • ประกันภัยชั้น 2+ ให้คุ้มครองความเสียหายรถเราในกรณี สูญหาย ไฟไหม้ และน้ำท่วม แต่ประกันภัยชั้น 3+ จะไม่ให้ความคุ้มครองในส่วนนี้

รถชนรถ คืออะไร?

** กรณีรถชนรถ คือ การที่เราขับรถชนกับยานพาหนะทางบก และยานพาหนะทางบกตามกรมธรรม์ประกันภัยนี้ จะหมายถึงรถที่เดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ โดยใช้พลังงานเชื้อเพลิง เช่นน้ำมัน ก๊าซ หรือกำลังไฟฟ้า และรวมถึงรถพ่วง รถไฟ รถราง **
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ประกันภัยรถยนต์: 15 คำถามที่พบบ่อย
อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : จะเลือกอะไรดีระหว่าง ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 และ 2+
นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดอื่นๆ อยู่อีก หากสนใจก็สามารถลองสอบถามได้ที่บริษัทประกันภัยและโบรกเกอร์ทุกแห่งครับ
หรือสนใจอยากซื้อประกันภัยรถยนต์ก็สามารถติดต่อ MoneyGuru.co.th ได้ที่เบอร์ 02-653-0020 ครับ เรายินดีที่จะช่วยให้คุณเลือกประกันภัยรถยนต์ที่เหมาะกับคุณมากที่สุด เพื่อความคุ้มค่าในการใช้จ่ายของคุณ
หวังว่าข้อแตกต่างประกันภัยรถยนต์ที่เรานำมาเสนอในวันนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกคนที่กำลังมองหาประกันภัยรถยนต์ราคาประหยัดที่เหมาะกับตัวเองอยู่นะครับ อย่าลืมนะครับว่าขับรถอุ่นใจเมื่อมีประกันภัยรถยนต์คอยคุ้มครองครับ

เปรียบเทียบประกันรถยนต์

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน