ทุบรถขโมยทรัพย์สิน ประกันรถยนต์จะคุ้มครองหรือไม่?

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ประกันรถยนต์"

March 17, 2017


ทุบรถขโมยทรัพย์สิน

โดน ทุบรถขโมยทรัพย์สิน ประกันคุ้มครองหรือไม่? เชื่อว่าหลายคนคงกำลังหาคำตอบกับคำถามเหล่านี้อยู่ เพราะมีความจำเป็นต้องจอดรถอยู่ในพื้นที่เสี่ยงอยู่เสมอ จึงเกิดคำถามว่าจะเคลมประกันได้ไหม ถ้าวันดีคืนดีเกิดโดนทุบรถแล้วขโมยทรัพย์สินไป วันนี้ MoneyGuru.co.th มีคำตอบมาฝากค่ะ

โดน ทุบรถขโมยทรัพย์สิน จะจัดการอย่างไร?

เหตุการณ์แบบนี้ ประกันรถยนต์จะแบ่งแยกออกเป็นสองด้าน ด้านแรกคือความคุ้มครองตัวรถคันเอาประกัน และอีกด้านหนึ่งคือทรัพย์สินที่อยู่ในรถคันเอาประกัน ซึ่งถูกขโมยไป

1. รถยนต์ได้รับความเสียหายจากการโดนทุบ หากรถยนต์ของคุณทำประกันชั้น 1 แน่นอนว่าเคลมในส่วนของการเสียหายของรถยนต์ได้แน่นอน เช่น กระจกหน้าต่างที่โดนทุบทำลายเสียหาย ประตูรถที่โดนงัดจนเกิดความเสียหาย เป็นต้น ไม่ว่าโจรจะทุบหนักทุบเบาหรือตัวรถได้รับความเสียหายมากแค่ไหน รับรองว่าประกันชั้น 1 เคลมได้หมดทุกกรณี 

2. ทรัพย์สินภายในรถที่โดนโจรขโมยไปนั้น ประกันจะไม่คุ้มครองเพราะถือว่าเป็นการขโมยทรัพย์สิน ไม่เกี่ยวกับความเสียหายที่เกิดจากรถยนต์ ไม่อยู่ในข่ายของประกันรถยนต์ แม้ว่ารถทั้งคันจะโดนขโมยไปพร้อมทรัพย์สิน ประกันรถยนต์ก็จะให้ความคุ้มครองเฉพาะตัวรถยนต์เท่านั้น ทรัพย์สินที่หายไปพร้อมกับรถยนต์ไม่ถือว่าอยู่ในขอบข่ายความคุ้มครองของประกัน แต่หากว่าสิ่งที่โดนขโมยไปนั้น เป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่ติดมากับรถยนต์อยู่แล้วตั้งแต่แรก เช่น กระจกมองข้าง แบบนี้ สามารถเคลมกับประกันรถยนต์ชั้น 1 ได้ 

สิ่งที่ควรทำหากเกิดเหตุ

เมื่อเกิดเหตุ สิ่งแรกที่คุณต้องปฏิบัติคือ ถ่ายรูปความเสียหายที่เกิดขึ้นกับรถ ต่อจากนั้นให้แจ้งตำรวจ และบริษัทประกัน ถ้าหากว่าคุณทำประกันรถยนต์ชั้น 1 ไว้ เพราะประกันชั้นอื่น ๆ จะไม่รับเคลมในกรณีเช่นนี้ หลังจากนั้นตรวจสอบทรัพย์สินว่ามีอะไรหายไปบ้าง จดบันทึกและให้ปากคำกับตำรวจให้ละเอียดมากที่สุด เพราะตำรวจจะมีหน้าที่สืบเสาะหาคนร้ายเพื่อดำเนินคดีและนำทรัพย์สินที่โดนขโมยไปกลับคืนมาให้คุณค่ะ ส่วนในด้านประกันนั้น เจ้าหน้าที่จะเก็บข้อมูลและนำบันทึกประจำวันที่คุณแจ้งความไว้ มาประกอบเป็นหลักฐานเพื่อทำเรื่องเคลมให้คุณ ในส่วนของรถยนต์ที่เกิดความเสียหายขึ้น

วิธีป้องกันการโจรกรรมทรัพย์สินในรถยนต์

  1. ไม่เลือกจอดรถในสถานที่ที่ดูแล้วไม่ปลอดภัย หรือมีความเสี่ยง ดูแล้วเปลี่ยวไม่มีกล้องวงจรปิดของ กทม. หรือของอาคารในละแวกนั้น เช่น ริมถนนที่มืด เปลี่ยว เป็นซอยแคบ ๆ หรือ ในบริเวณพื้นที่โล่ง ไม่มีผู้คนสัญจรไปมา และแม้แต่มุมอับของที่จอดรถในห้างสรรพสินค้า ที่ไม่มีพนักงานคอยตรวจตราก็ไม่ควรจอดเช่นกัน
  2. ไม่ควรนำทรัพย์สินของมีค่าไว้ในรถ เพื่อล่อตาล่อใจเหล่ามิจฉาชีพ
  3. ควรติดสัญญาณกันขโมยที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพ
  4. เลือกจอดรถในอาคารจอดรถ หรือสถานที่ที่เตรียมไว้เพื่อให้บริการจอดรถโดยเฉพาะ เพราะจะมีเจ้าหน้าที่ดูแลและมีกล้องวงจรปิดอยู่ในบริเวณนั้น อย่าเสียดายเงินค่าจอดรถ เพราะหากเกิดเหตุขึ้นมา อาจจะเสียมากกว่าค่าจอดรถเสียอีก
  5. ติดฟิล์มที่ช่วยป้องกันการโจรกรรม ซึ่งสามารถช่วยป้องกันการทุบกระจกรถยนต์ไม่ให้แตกได้ง่าย ๆ และติดฟิล์มหนารอบคันสักประมาณ 80% เพื่อไม่ให้บุคคลภายนอกมองเห็นภายในรถว่ามีสิ่งของมีค่าวางอยู่
  6. ถ้าจำเป็นที่จะต้องจอดในพื้นที่เสี่ยงจริง ๆ และต้องทิ้งทรัพย์สินมีค่าไว้ในรถ ควรเก็บทรัพย์สินไว้กระโปรงหลังรถที่ปิดมิดชิดจะดีที่สุด

ทั้งนี้ จากสถิติโดยกองบัญชาการตำรวจนครบาล พบว่าจุดอันตรายใน กทม. ที่มักเกิดเหตุโจรกรรมทุบกระจกรถแล้วขโมยของ มี 4 เส้นทาง ได้แก่

  1. ถ. เกษตร – นวมินทร์
  2. ถ. วิภาวดีรังสิต
  3. ถ. พหลโยธิน
  4. ถ. รัชดาภิเษก

โดยเฉพาะแยกห้วยขวาง ถ. รัชดาภิเษก เกิดเหตุคนร้ายทุบกระจกรถยนต์ขโมยทรัพย์สินมากที่สุด โดยมักก่อเหตุในช่วงเวลาประมาณ 18.00 – 24.00 น. ฉะนั้น ถ้าไม่อยากเจอเรื่องแบบนี้กับตัวเอง ทางที่ดีที่สุดคือทำตามคำแนะนำที่เราได้นำเสนอไปข้างต้นนี้นะคะ จะช่วยป้องกันได้ในระดับหนึ่งค่ะ และหากท่านใดอยากจะติดตามบทความและข่าวสารเกี่ยวกับรถยนต์ การเงิน สินเชื่อ บัตรเครดิต และประกันรถยนต์ ก็สามารถกด Subscribe เพื่อรับสาระความรู้แบบนี้จาก MoneyGuru.co.th ได้เลยค่ะ เราจะส่งตรงถึงอีเมลของคุณทุก ๆ สัปดาห์
เปรียบเทียบประกันรถยนต์

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน