ซื้อประกันรถยนต์ ต้องดูอะไรบ้าง ?

โดย Cate Suphastian, ในหมวดหมู่ "ประกันรถยนต์"

June 26, 2019


ซื้อประกันรถยนต์

ไม่ว่าเราจะซื้ออะไรในโลกนี้ แน่นอนว่าทุกคนก็ต้องอยากรู้คุณสมบัติต่าง ๆ ของของชิ้นนั้น แม้แต่ยาสระผม คุณยังต้องเลือกให้เหมาะกับความต้องการของคุณ เช่น ยาสระผมเหมาะกับสภาพผมของคุณหรือไม่ ช่วงนั้นคุณมีรังแคก็ต้องเลือกยาสระผมที่ช่วยขจัดรังแค เป็นต้น การ ซื้อประกันรถยนต์ เองก็เช่นกัน ต้องเลือกคุณสมบัติต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับตัวคุณและรถยนต์ของคุณด้วย วันนี้ MoneyGuru.co.th จึงขอแนะนำคุณผู้อ่านเกี่ยวกับการเลือกซื้อประกันรถยนต์ ให้ได้ตรงตามความต้องการ และเหมาะสมกับคุณมากที่สุด

ซื้อประกันรถยนต์ เน้นถูกไว้ก่อน จริงหรือไม่ ?

โดยการเลือกซื้อประกันรถยนต์นั้น ไม่เหมือนกับการเลือกซื้อสินค้าทั่ว ๆ ไป หลักการที่เน้นให้เบี้ยประกันถูกที่สุดนั้น คงไม่สามารถใช้ได้ในกรณีนี้ เพราะมันทำให้คุณได้รับความคุ้มครองที่ไม่ครอบคลุม หากเกิดอุบัติเหตุอาจจะถูกบริษัทประกันภัยปฏิเสธการเคลม หรือเคลมแบบไม่ครอบคลุมเพียงพอค่าใช้จ่ายทั้งหมดส่งผลให้คุณต้องจ่ายเงินส่วนต่างนั้น หรือเรียกง่าย ๆ ว่าทำประกันแบบไม่คุ้มค่านั่นเอง

อีกนัยหนึ่ง การซื้อประกันที่มีราคาสูงเกินไปก็อาจจะไม่คุ้มเช่นเดียวกัน เพราะคุณจ่ายเงินซื้อความคุ้มครองที่คุณไม่มีความเสี่ยงตรงนั้น หรือเป็นความคุ้มครองที่ไม่จำเป็นกับรถยนต์ของคุณเลยแม้แต่นิดเดียว ดังนั้น การจะเลือกซึ้อประกันภัยรถยนต์สักหนึ่งกรมธรรม์ จำเป็นต้องดูส่วนประกอบหลาย ๆ อย่างรวมกัน เพื่อความคุ้มค่าและตรงตามความต้องการที่สุด ซึ่งสิ่งที่คุณต้องดูนั้น มีดังต่อไปนี้

ไลฟ์สไตล์การใช้รถยนต์ของคุณ   

ลำดับแรกของการจะเลือกซื้อประกันรถยนต์ คือคุณต้องรู้ลักษณะนิสัยหรือไลฟ์สไตล์การใช้รถยนต์ของคุณก่อน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่ใช้ส่วนใหญ่ใช้ในเมืองหรือออกต่างจังหวัด ปริมาณการใช้รถยนต์ต่อสัปดาห์มากน้อยแค่ไหน เส้นทางการใช้รถที่ใช้ประจำเป็นอย่างไรและมีความเสี่ยงอุบัติเหตุมากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ ประสบการณ์ในการขับรถของคุณก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องพิจารณาด้วย เช่น คุณเพิ่งได้ใบขับขี่มาหมาด ๆ เพิ่งออกรถคันแรกในชีวิต หรือมีความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมากเพราะขับรถมานานเป็นสิบปียี่สิบปี เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดคุณสมบัติที่ควรมีในประกันรถยนต์ของคุณได้ในเบื้องต้น

ชื่อเสียงของบริษัทประกันภัย

อีกสิ่งที่สำคัญที่ต้องคำนึงถึงก่อนการเลือกซื้อประกันรถยนต์ก็คือ บริษัทผู้ให้บริการประกันภัย ว่ามีชื่อเสียงความเป็นมาอย่างไร มีความมั่นคงมากน้อยแค่ไหน มีประวัติในการเคลมกรณีลูกค้ารายก่อน ๆ เป็นอย่างไร โดยสามารถหาได้จากข่าวต่าง ๆ สื่อสังคมโซเชียลก็เป็นอีกตัวเลือกที่ดี เช่น เว็บไซต์พันทิป เป็นต้น หรือแม้แต่ตัวแทนผู้ขายประกันรถยนต์ก็สามารถให้ข้อมูลในส่วนนี้ได้ 

ทุนประกันรถยนต์

สิ่งต่อมาที่ต้องดูก็คือ จำนวนวงเงินทุนประกัน ซึ่งวงเงินนี้จะเป็นเงินที่บริษัทจะจ่ายคืนให้กับคุณในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหนักจนรถยนต์ได้รับความเสียหายเกิน 70% ขึ้นไป รถยนต์เกิดสูญหาย และรถยนต์ไฟไหม้ทั้งคัน โดยปกติสิ่งที่จะเป็นตัวกำหนดวงเงินทุนประกันนั้น ก็คือราคากลางของรถยนต์รุ่นนั้นโดยหักค่าความเสื่อมราคาต่อปีออกไป 10%

อ่านเพิ่มเติม ทำไมรถใหม่ป้ายแดงส่วนใหญ่ถึงได้ ทุนประกันแค่ 80% ของราคารถ ?

ความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล

ในส่วนนี้เป็นความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลหากเกิดอุบัติเหตุให้แก่ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารที่อยู่ในรถยนต์คันเอาประกัน โดยจำนวนผู้โดยสารที่จะได้รับความคุ้มครองสูดสุดจะอยู่ที่ 6 คน (ขึ้นอยู่กับบริษัทประกันภัยและผลิตภัณฑ์) โดยรวมผู้ขับขี่ไปด้วยอีก 1 คนเป็น 7 คน เท่ากับจำนวนผู้โดยสารรถยนต์นั่งส่วนบุคคลตามกฎหมายกำหนดไว้นั่นเอง ซึ่งค่ารักษาพยาบาลนี้จะให้ความคุ้มครองเป็นรายบุคคล คนละเท่า ๆ กันตามที่ระบุในกรมธรรม์

ประกันตัวผู้ขับขี่

วงเงินก้อนนี้มีเอาไว้สำหรับกรณีที่เกิดอุบัติเหตุที่เป็นคดีอาญา ทำให้คุณต้องถูกควบคุมตัวเพื่อการสอบสวนและดำเนินคดี บริษัทประกันภัยจะทำหน้าที่วงเงินประกันตัวคุณเพื่อออกมาต่อสู้คดีต่อไป เช่นเดียวกันกับความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก วงเงินประกันตัวผู้ขับขี่จะมากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับบริษัทประกันจะเป็นผู้กำหนดมาให้ตามแต่ผลิตภัณฑ์

อ่านเพิ่มเติม ประกันตัวผู้ขับขี่ กรณีใด ที่บริษัทประกันภัยไม่ครอบคลุม   

บริการเสริมของบริษัทประกัน

เป็นบริการอื่น ๆ นอกเหนือจากความคุ้มครองในกรมธรรม์ ที่บริษัทประกันมีให้บริการแก่ผู้ที่ทำประกันรถยนต์กับบริษัท ไม่ว่าจะเป็น ฟรีบริการรถยนต์ให้ใช้ระหว่างซ่อม มีบริการรถยนต์รถยกรถลากเมื่อเกิดอุบัติเหตุ รวมไปถึงมีบริการ Hot Line ในการให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ที่ครอบคลุมในทุกพื้นที่ของประเทศ ไม่ว่าจะเกิดเหตุที่ไหนก็สามารถติดต่อบริษัทประกันภัยได้ เป็นต้น

ซ่อมศูนย์หรือซ่อมอู่

ในผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ จะระบุเอาไว้ชัดเจนว่าผู้ขับขี่จะส่งรถยนต์เข้าซ่อมได้ที่ไหนเมื่อเกิดเหตุ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทคือ ซ่อมที่ศูนย์บริการของยี่ห้อรถยนต์ของคุณ หรือซ่อมที่อู่ซ่อมรถทั่วไป โดยอู่ซ่อมรถนั้นก็จะแบ่งออกได้อีก 2 ประเภทคือ อู่นอกเครือและอู่ในเครือ อู่นอกเครือคืออู่ซ่อมรถที่ไม่ได้อยู่ในเครือค่ายของบริษัทประกันภัย ส่วนอู่ในเครือนั้นเป็นอู่ที่อยู่ในระบบเครือข่ายของบริษัทประกันภัย ไม่ว่าคุณจะเลือกแบบไหนก็จะถือเป็นตัวกำหนดค่าเบี้ยประกันด้วย หากเลือกซ่อมศูนย์ก็จะมีค่าเบี้ยประกันที่แพงกว่าการเลือกซ่อมอู่

อ่านเพิ่มเติม ซ่อมห้างกับซ่อมอู่ ในประกันรถยนต์ จะเลือกแบบไหนดี ?

ความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก

เป็นความคุ้มครองที่มีต่อบุคคลภายนอกรถยนต์ที่ประสบอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นผู้คนเดินถนนหรือคู่กรณีที่อยู่ในรถยนต์อีกคันหนึ่ง ซึ่งจะแบ่งออกได้เป็น 2 อย่างคือ ความคุ้มครองความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย หรืออนามัยของบุคคลภายนอก และความคุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก โดยจำนวนวงเงินจะมีมากน้อยแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับบริษัทประกันจะเป็นผู้กำหนดมาให้ตามแต่ผลิตภัณฑ์

ค่าเสียหายส่วนแรก

ในบางผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ จะมีค่าเสียหายส่วนแรกระบุเอาไว้อยู่ หากผลิตภัณฑ์ใดที่ไม่ได้ระบุค่าเสียหายส่วนแรก จะมีค่าเบี้ยประกันราคาปกติ ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ที่มีค่าเสียหายส่วนแรกระบุเอาไว้ ก็จะมีค่าเบี้ยประกันภัยที่ถูกกว่าตามจำนวนค่าเสียหายส่วนแรกที่ระบุเอาไว้ เช่น ประกันภัยชั้น 1 ตัวแรกไม่มีค่าเสียหายส่วนแรก ค่าเบี้ยประกัน 16,000 บาท ประกันภัยชั้น 1 อีกตัวที่ระบุค่าเสียหายส่วนแรก 5,000 บาท ค่าเบี้ยประกันจะลดลงเหลือเพียง 11,000 บาท เป็นต้น

อ่านเพิ่มเติม ค่าเสียหายส่วนแรก มี 2 แบบ แต่มันแตกต่างกันอย่างไร ?

ส่วนลดเพิ่มเติม

บางบริษัทจะมอบส่วนลดค่าเบี้ยประกันพิเศษให้กับคุณ ตัวอย่างเช่น หากรถยนต์ของคุณมีกล้องติดรถยนต์เพื่อบันทึกภาพขณะเดินทาง คุณจะได้รับส่วนลดค่าเบี้ยประกันประมาณ 5% หรือหากคุณต่อประกันรถยนต์กับบริษัทเดิม และปีที่ผ่านมาคุณมีประวัติที่ดี ไม่มีการเคลมใด ๆ เกิดขึ้น คุณก็จะได้ส่วนลดค่าเบี้ยประกันเพิ่มขึ้นมาอีก 10% เป็นต้น

เบี้ยประกันรถยนต์

เรียกแบบเข้าใจง่าย ๆ เบี้ยประกัน ก็คือ ราคาประกันรถยนต์นั่นเอง โดยทุกสิ่งที่เรากล่าวมาข้างต้นนี่แหละ คือตัวกำหนดค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ ซึ่งสิ่งเหล่านั้นเป็นคุณสมบัติสำคัญ ๆ ที่ผู้ขับขี่ควรจะมีเอาไว้เพื่อความคุ้มครองที่คุ้มค่า ป้องกันความเสี่ยงในเรื่องวิกฤติทางการเงินของคุณ อย่างเช่น ทุนประกันภัย และอีกส่วนที่ควรจะมีไว้เพื่อช่วยในการลดเบี้ยประกันภัยให้ถูกลง เช่น ค่าเสียหายส่วนแรก ที่เหมาะกับคนที่ค่อนข้างมีความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุต่ำ มีความชำนาญในการขับรถยนต์ค่อนข้างมาก เป็นต้น

เปรียบเทียบประกันรถยนต์