ค่าเสียหายส่วนแรก Deductible กับ Excess ต่างกันอย่างไร

โดย MoneyGuru, ในหมวดหมู่ "ประกันรถยนต์"

August 10, 2017


ค่าเสียหายส่วนแรก

ในเรื่องของประกันภัยรถยนต์ เชื่อว่าคุณผู้อ่านหลาย ๆ ท่านคงเคยได้ยินคำว่า ค่าเสียหายส่วนแรก แต่ในคำคำนี้ ก็ยังแยกออกไปได้อีกเป็น Deductible กับ Excess เอาแล้วสิ ในเมื่อภาษาอังกฤษต่างกัน แต่คำแปลเป็นภาษาไทยเหมือนกัน แล้วจะแยกแยะอย่างไร? มีความแตกต่างกันอย่างไร? วันนี้ MoneyGuru.co.th จะมาแถลงไขให้คุณผู้อ่านได้ทราบกัน

ค่าเสียหายส่วนแรก

ตามรากศัพท์ประกันภัย ทั้ง Deductible กับ Excess แปลมาเป็นภาษาไทยเหมือนกัน ก็คือ การรับผิดส่วนแรก แต่โดยทางปฏิบัตินั้นจะแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ในส่วนของ Deductible นั้นอาจจะไม่มีในประกันภัยสำหรับรถทุกคัน แต่ Excess ประกันภัยรถทุกคันจะต้องมีแน่นอน อาจจะแปลง่าย ๆ ว่าเป็นค่าเสียหายส่วนแรกภาคสมัครใจ กับค่าเสียหายส่วนแรกภาคบังคับ นั่นเอง

Deductible

หรือค่าเสียหายส่วนแรก (ภาคสมัครใจ) คือค่าเสียหายส่วนแรกที่ผู้เอาประกันภัยได้ทำข้อตกลงกับบริษัทประกันภัย ว่ายินดีจะรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรกที่เกิดขึ้น ตามจำนวนเงินที่ถูกระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ ซึ่งสามารถเลือกรับผิดชอบเองได้ใน 2 ประเภทความคุ้มครอง คือ ความเสียหายต่อตัวรถยนต์ และความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก โดยเมื่อเกิดเหตุขึ้น มีความเสียหายเป็นมูลค่า 8,000 บาท คุณตกลงทำประกันภัยรถยนต์แบบมี Deductible 5,000 บาท เมื่อคุณยื่นเรื่องเคลมประกันภัย คุณจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าเสียหายเองเป็นจำนวนเงิน 5,000 บาทแรก และบริษัทประกันจะรับผิดชอบส่วนที่เกินต่อไป ซึ่งในกรณีนี้ก็คือ 3,000 บาทนั่นเอง
โดยการกำหนดค่าเสียหายส่วนแรกนั้น เป็นหนึ่งในวิธีที่สามารถช่วยให้คุณ ประหยัดค่าเบี้ยประกันภัยรถยนต์ลงไปได้ หากคุณระบุความรับผิดชอบค่าเสียหายส่วนแรก (Deductible) เป็นมูลค่า 5,000 บาท บริษัทประกันภัยก็จะลดเบี้ยประกันให้ 100% ซึ่งก็คือ 5,000 บาทนั่นเอง ซึ่งเหมาะกับผู้ขับรถยนต์ไม่บ่อยนัก มีความเชี่ยวชาญในการขับขี่รถยนต์พอสมควร รวมถึงมีวินัยในการขับรถที่มีโอกาสในการเฉี่ยวชนผู้อื่นได้น้อย ที่อยากจะประหยัดเงินในส่วนของประกันภัย
ซึ่งส่วนลดในกรณีแบบนี้ นายหน้าหัวหมอบางคนแอบอ้างใช้ Deductible มอบส่วนลดให้ โดยที่ไม่ได้รับความยินยอมจากลูกค้า ดัังนั้น หากคุณผู้อ่านกำลังซื้อประกัน ควรเลือกซื้อกับบริษัทหรือนายหน้าที่มีความน่าเชื่อถือ และควรตรวจสอบเงื่อนไขในกรมธรรม์ให้ถี่ถ้วนด้วย ว่าส่วนลด นั้น เป็นส่วนลดที่เกิดจาก Deductible หรือไม่

Excess

ส่วนทางด้านของ Excess นั้น จะเป็นค่าเสียหายส่วนแรก (ภาคบังคับ) ที่กำหนดในเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย จะเรียกเก็บก็ต่อเมื่อเกิดเหตุที่ไม่สามารถระบุคู่กรณีได้ (ความเสียหายแบบไม่มีคู่กรณี) หรือที่เรียกง่าย ๆ ว่าเคลมแห้งนั่นเอง ถือเป็นข้อกำหนดมาตรฐานที่มีอยู่ในกรมธรรม์ประกันภัยทุกฉบับ ซึ่งในส่วนนี้เองที่เป็นกรณีพิพาทกันมาโดยตลอด ว่าจะต้องเสียหรือไม่ เป็นปัญหามากกับผู้ที่เมื่อเกิดเหตุแล้วไม่อยากเสียเวลาเจรจา ต้องไปเคลมแห้งในภายหลัง เราจึงได้แบ่งเหตุที่บริษัทประกันจะเรียกเก็บและไม่เรียกเก็บ Excess ดังนี้

กรณีที่ไม่เก็บค่าเสียหายส่วนแรก

  1. รถชนกับพาหนะอื่นและสามารถแจ้งรายละเอียดของคู่กรณีได้
  2. รถชนเสา/ประตู
  3. รถชนต้นไม้ยืนต้น/เสาไฟฟ้า
  4. รถชนกำแพง
  5. รถชนคน
  6. รถชนสุนัข
  7. รถชนฟุตบาท
  8. รถพลิกคว่ำ
  9. รถชนราวสะพาน
  10. รถชนกองดิน/หน้าผา
  11. รถชนป้ายจราจร
  12. รถชนทรัพย์สินอื่นใดที่ยึดแน่นตรึงติดกับพื้นดิน

กรณีที่จะเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรก

  1. รถถูกขีดข่วน/กลั่นแกล้ง
  2. หินหรือวัสดุใด ๆ กระเด็นใส่
  3. เฉี่ยวกิ่งไม้/สายไฟฟ้า/ลวดหนาม
  4. รถตกหลุม/ครูดกับพื้นถนน
  5. เหยียบตะปู/วัสดุมีคม/ยางฉีก
  6. รถถูกละอองสีหรือวัสดุใด ๆ หล่นมาโดน
  7. กระจกรถแตก
  8. ไถลตกข้างทาง แต่ไม่พลิกคว่ำ
  9. ถูกวัสดุในตัวรถกระแทกหรือกรีดโดน
  10. นำท่วมรถ
  11. รถถูกสัตว์กัดแทะหรือขีดข่วน
  12. กรณีอื่น ๆ ที่แจ้งสาเหตุไม่ชัดเจน

ค่าเสียหายส่วนแรก Excess นี้ จะถูกเรียกเก็บตามจำนวนครั้งที่มีการเคลม ไม่ได้นับตามจำนวนจุดที่มีความเสียหายเกิดขึ้นบนตัวรถ เช่น กรณีที่โดนแก๊งปาหิน โยนหินใส่รถยนต์ของคุณ ทำให้เกิดความเสียหายที่กระจกและตัวถังรถยนต์ รวมทั้งสิ้น 5 จุด บริษัทประกันภัยจะเรียกเก็บค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) เพียง 1,000 บาท ไม่ใช่ 5,000 บาท

บทความน่าสนใจ: โดนปาหินใส่รถ ต้องทำอย่างไร? เคลมประกันได้หรือไม่? 

สุดท้ายนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่คุณผู้อ่านต้องจำเอาไว้ให้ขึ้นใจก็คือ อัตราค่าเสียหายส่วนแรก (Excess) ที่ คปภ. กำหนดเอาไว้ ได้มีการเปลี่ยนแปลงใหม่แล้วมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2552 คือ 1,000 บาท หากมีบริษัทใดเรียกเก็บ 2,000 บาทตามกฎหมายเก่า สามารถแจ้ง คปภ. เพื่อเอาผิดกับบริษัทประกันภัยได้เลย

หากคุณผู้อ่านท่านใดกำลังมองหาประกันภัยรถยนต์ สามารถเปรียบเทียบและตรวจสอบราคาได้ โดยคลิกที่ ประกันรถยนต์ ได้เลยค่ะ MoneyGuru.co.th มีประกันรถยนต์จากกว่า 40 บริษัทประกันภัยชั้นนำในประเทศไทย เรียกได้ว่าครอบคลุมที่สุดในประเทศไทย ด้วยเครื่องมือเปรียบเทียบราคาที่ใช้งานง่าย สะดวก รวดเร็ว ช่วยให้คุณประหยัดทั้งเวลาและประหยัดทั้งเงิน

เปรียบเทียบประกันรถยนต์

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน