ขับรถชนคน ประกันรถยนต์จะช่วยอะไรได้บ้าง ?

โดย Cate Suphastian, ในหมวดหมู่ "ประกันรถยนต์"

June 25, 2019


ขับรถชนคน

เวลาที่คนขับรถไปตามท้องถนน มีไม่กี่สิ่งที่ผู้ขับขี่ไม่อยากจะให้เกิดขึ้น ซึ่งคืออุบัติเหตุที่ทำให้รถยนต์เกิดความเสียหาย หรือ ขับรถชนคน ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่แม้จะพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้มันเกิดขึ้นมากแค่ไหน แต่ไม่มีอะไรแน่นอนบนท้องถนน มันสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ วันนี้ MoneyGuru.co.th จะพาคุณผู้อ่านไปดูกันว่า หากเกิดอุบัติเหตุขึ้น คุณจะได้รับความคุ้มครองอะไรบ้างจาก พ.ร.บ. และประกันภัยรถยนต์

ขับรถชนคน จะเกิดอะไรขึ้น

ยามเมื่อมีอุบัติเหตุและมีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต ไม่ได้หมายความว่าผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตนั้นจะเป็นคู่กรณีของผู้ขับขี่เท่านั้น แต่ตัวผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่อยู่ในรถก็สามารถเป็นผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้เช่นกัน ซึ่งในรถยนต์ทุกคันจะมี พ.ร.บ. ที่ครอบคลุมค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชย/ค่าสินไหม สำหรับผู้ประสบเหตุจากทางรถยนต์อยู่แล้ว แต่หากเป็นอุบัติเหตุใหญ่ที่มีผู้บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิต และค่าใช้จ่ายนั้นจะสูงเกินกว่าวงเงินที่ พ.ร.บ. ครอบคลุม ประกันรถยนต์ก็จะเข้ามาช่วยเหลือเพิ่มเติมในส่วนของค่ารักษาพยาบาล ค่าชดเชยต่าง ๆ รวมไปถึงการประกันตัวผู้ขับขี่ด้วย และที่สำคัญยังช่วยคุ้มครองค่าซ่อมรถยนต์ หรือหากรถพังยับทั้งคัน ประกันรถยนต์ก็จะชดเชยเงินก้อนตามทุนประกันที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ให้แก่คุณ

อ่านเพิ่มเติม: ทำไมรถใหม่ป้ายแดงส่วนใหญ่ ถึงได้ทุนประกันแค่ 80% ของราคารถ ?

ในส่วนนี้จะแยกย่อยออกมาได้ 2 ประเภท ก็คือ ความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. และความคุ้มครองจากประกันรถยนต์ภาคสมัครใจที่ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถยนต์ได้ทำเอาไว้ โดยความคุ้มครองนี้จะครอบคลุมทั้งผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และคู่กรณีที่บาดเจ็บจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น

ผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต จะได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. อย่างไรบ้าง ? 

โดยปกติหากเกิดอุบัติเหตุ ผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตนั้น จะได้รับความคุ้มครองจาก พ.ร.บ. ในทันทีตามจำนวนความคุ้มครองเบื้องต้น โดยที่ยังไม่จำเป็นต้องใช้ความคุ้มครองจากประกันภัยรถยนต์ แต่ พ.ร.บ. นั้นจะไม่ให้ความคุ้มครองกับตัวรถยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุ

ความคุ้มครองผู้บาดเจ็บที่จะได้จาก พ.ร.บ. ในเบื้องต้น

  • จะได้รับค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นเท่ากับค่ารักษาพยาบาลที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 30,000 บาท
  • หากในที่เกิดเหตุผู้บาดเจ็บสูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร จะได้รับค่ารักษาพยาบาลตามจริง แต่ไม่เกิน 35,000 บาท
  • กรณีเสียชีวิต ณ ที่เกิดเหตุ จะได้ค่าปลงศพ 35,000 บาท
  • หากได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตในเวลาต่อมา 65,000 บาท

ความคุ้มครองผู้บาดเจ็บที่จะได้จาก พ.ร.บ. หากพิสูจน์ทราบในภายหลังว่าเป็นฝ่ายถูก

  • ชดเชยค่ารักษาพยาบาลตามจริง แต่ไม่เกิน 80,000 บาท
  • ชดเชยกรณีผู้บาดเจ็บสูญเสียอวัยวะ แต่ยังสามารถดำเนินชีวิตแบบปกติได้ เช่น เสียนิ้วไป 1 นิ้ว จะได้รับความคุ้มครองเป็นจำนวนสูงสุด 300,000 บาทต่อคน
  • ชดเชยกรณีทุพพลภาพสิ้นเชิงถาวร เช่น สูญเสียขาทั้งสองข้าง จะได้รับความคุ้มครองเป็นจำนวน 300,000 บาท
  • หากเป็นผู้ป่วยใน ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลต่อเนื่อง ไม่สามารถไปทำงานได้ จะได้รับเงินชดเชยรายได้รายวันเป็นจำนวน 200 บาทต่อวัน แต่ไม่เกิน 4,000 บาท (ไม่เกิน 20 วัน)
  • ชดเชยกรณีเสียชีวิต เป็นจำนวนเงิน 300,000 บาท

อ่านเพิ่มเติม: พ.ร.บ. อย่างเดียวก็พอแล้ว ไม่ต้องทำประกันรถยนต์ก็ได้จริงหรือ ?

ผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต จะได้รับความคุ้มครองจากประกันรถยนต์อย่างไรบ้าง ?

ความคุ้มครองในประกันรถยนต์นั้น โดยมากจะให้ความคุ้มครองก็ต่อเมื่อค่าความเสียหายต่าง ๆ มีจำนวนมากเกินกว่าความคุ้มครองที่ พ.ร.บ. มีให้เบื่องต้น และประกันรถยนต์นั้นยังช่วยคุ้มครองความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถยนต์ด้วย ซึ่งจะเป็นตัวช่วยสำคัญในเรื่องการเงินของผู้ประสบเหตุ จะได้ไม่ต้องมีภาระหนี้ค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมรถยนต์ ฯลฯ ในภายหลัง

ผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถยนต์ จะเรียกโดยรวมว่าความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล มีรายละเอียดดังนี้

  • ประกันรถยนต์จะรับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลส่วนที่เกินมากจาก พ.ร.บ. จำนวนสูงสุดจะมากเท่าไหร่นั้น ขึ้นอยู่กับเพดานวงเงินคุ้มครองและจำนวนบุคคลผู้โดยสารที่กำหนดว่าจะได้รับความคุ้มครอง ขึ้นอยู่กับจำนวนที่ระบุในกรมธรรม์ด้วยเช่นกัน ตัวอย่างเช่น ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาล สำหรับผู้ขับขี่ 1 คน วงเงิน 200,000 บาท สำหรับผู้โดยสาร 6 คน วงเงินคนละ 200,000 บาท เป็นต้น
  • เสียชีวิต สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร จะได้รับเงินตามที่ระบุในความคุ้มครองอุบัติเหตุส่วนบุคคล เช่น ความคุ้มครองอบุัติเหตุส่วนบุคคล ผู้ขับขี่ 1 คน ผู้โดยสาร 6 คน คนละ 200,000 บาท

คู่กรณีหรือบุคคลภายนอก จะเรียกโดยรวมว่าความรับผิดชอบต่อบุคคลภายนอก มีรายละเอียด ดังนี้

  • หากคุ่กรณีได้รับบาดเจ็บ เสียชีวิต ประกันรถยนต์จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายส่วนที่เกินจากความคุ้มครองสูงสุดใน พ.ร.บ. โดยเพดานวงเงินคุ้มครองสูงสุดต่อคนและต่อครั้ง จะถูกระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ เช่น ความเสียหายต่อชีวิต ร่างกาย อนามัย เฉพาะส่วนเกินวงเงินสูงสุดตาม พ.ร.บ. 1,000,000 บาทต่อคน แต่ไม่เกิน 10,000,000 บาทต่อครั้ง
  • นอกจากจะได้รับความคุ้มครองต่อร่างกายแล้ว หากอุบัติเหตุนี้สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน ของคู่กรณีหรือบุคคลภายนอกด้วย ก็จะมีวงเงินชดเชยให้ด้วยตามจำนวณที่ระบุเอาไว้ในกรมธรรม์ ตัวอย่างเช่น ความเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก 5,000,000 บาทต่อครั้ง

การยื่นเรื่องร้องขอรับค่าเสียหายจาก พ.ร.บ.

การยื่นเรื่องขอรับค่าเสียหายนั้น จำเป็นจะต้องเตรียมเอกสารต่าง ๆ ให้พร้อมด้วย โดยคุณสามารถดำเนินการได้ด้วยตนเอง หรือมอบอำนาจให้ญาติหรือโรงพยาบาลดำเนินการให้ก็ได้เช่นกัน 

เอกสารที่ต้องเตรียม กรณีบาดเจ็บ

  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประสบภัย
  • ใบเสร็จรับเงินค่ารักษาพยาบาล

เอกสารที่ต้องเตรียมกรณีสูญเสียอวัยวะ หรือทุพพลภาพถาวร

  • สำเนาบัตรประชาชนของผู้ประสบภัย
  • ใบรับรองแพทย์ระบุการสูญเสียอวัยวะหรือทุพพลภาพถาวร
  • บันทึกประจำวันของตำรวจหรือหนังสือรับรองการเกิดเหตุจากรถ

กรณีเสียชีวิต

  • ใบมรณะบัตรของผู้เสียชีวิต
  • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้เสียชีวิต
  • สำเนาบัตรประชาชนของทายาท
  • บันทึกประจำวันจากตำรวจ

กรณีเงินชดเชยรายวัน (ยกเว้นผู้ขอยื่นเรื่องเป็นฝ่ายผิด)

  • สำเนาบัตรประชาชนผู้ประสบภัย
  • ใบรับรองแพทย์ว่าเป็นผู้ป่วยใน หรือสำเนาใบแจ้งหนี้จากโรงพยาบาล

หนังสือมอบอำนาจ

  • หากมอบอำนาจให้ญาติหรือบุคคลอื่นดำเนินการแทนจะนอกจากเอกสารที่ระบุเอาไว้ด้านบนแล้ว จะต้องมีหนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนของผู้รับมอบำนาจดำเนินการแทนด้วย
  • หากมอบหมายให้โรงพยาบาลเป็นผู้ดำเนินการ จะต้องใช้แบบคำร้องรับค่าเสียหายเบื้องต้น (บด.4) พร้อมหนังสือมอบอำนาจ ที่โรงพยาบาลจัดให้

จะเห็นได้ว่าการมีรถยนต์ นอกจาก พ.ร.บ. ซึ่งเป็นประกันภัยภาคบังคับตามกฎหมายแล้ว เราขอแนะนำให้คุณมีประกันรถยนต์เพิ่มขึ้นอีก 1 สิ่งด้วย เพราะมันเป็นสิ่งการันตีให้กับคุณได้ว่า ภายหลังจากอุบัติเหตุ คุณจะไม่เกิดวิกฤติทางการเงิน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายมากมายที่เกิดขึ้นตามมาหลังจากอุบัติเหตุนั่นเอง

เปรียบเทียบประกันรถยนต์

สนับสนุนข้อมูลโดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.)