เชื่อว่าหลายคนที่มีภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ คงกำลังคิดอยู่ว่า ถ้าผ่อนบ้านหรือ ผ่อนรถไม่ไหว จะทำอย่างไรดี เพราะชั่วโมงนี้หันไปทางไหน ก็ดูเศรษฐกิจรอบตัวซบเซาเหลือเกิน

เปรียบเทียบสินเชื่อบุคคล

ยิ่งต้นปีที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เผยข้อมูลหนี้ครัวเรือนไทยประจำปี 2563 ทะลุ 14 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงสุดในรอบ 18 ปี บ่งชี้ถึงความสามารถในการชำระหนี้ถดถอย การออมต่ำ เพราะแม้ตัวเลขสินเชื่อภาคครัวเรือนจะยังคงเติบโตสวนกระแสเศรษฐกิจ แต่ก็สะท้อนสถานะของผู้กู้และวัตถุประสงค์ของการกู้ยืมที่แตกต่างกัน ของผู้กู้ 2 กลุ่ม

ผ่อนรถไม่ไหว

โดย กลุ่มแรก เป็นการกู้ยืมของครัวเรือนเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่อาศัย และรถยนต์ ส่วน กลุ่มที่สอง เป็นกลุ่มครัวเรือนที่มีความจำเป็นต้องกู้ยืมเงินเพื่อเสริมสภาพคล่องในการใช้จ่าย หรือเป็นเงินทุนหมุนเวียนในการทำธุรกิจ

ทีนี้เมื่อกู้มาแล้ว ไม่ว่าจะด้วยวัตถุประสงค์ใด ก็เชื่อว่า หลายคนไม่ได้มีเจตนาที่จะค้างการผ่อนชำระตามที่ได้ทำสัญญาไว้ แต่เมื่อสถานะทางการเงินเฉพาะหน้าช่วงนี้ไม่อำนวย จนเริ่มจะ ผ่อนรถไม่ไหว แล้ว วันนี้เราเลยมีบทความมาฝาก และหวังว่า จะพอเป็นแนวทางช่วยให้คุณรู้ว่า จะไปต่อกับสถานการณ์ที่เป็นอยู่อย่างไร

ผ่อนรถไม่ไหว จะทำอย่างไรดี

อย่างแรกเลย ต้องเริ่มสำรวจดูสถานะทางการเงินของเราว่า ยังพอจะผ่อนต่อไหวอยู่หรือเปล่า ถ้ายังพอจะผ่อนได้อยู่ จะผ่อนได้เดือนละเท่าไร และจะผ่อนได้แบบนี้อีกนานแค่ไหน เพราะการประเมินขีดความสามารถในการผ่อนชำระของตัวเองได้ จะช่วยให้คุณตัดสินใจและสามารถวางแผนในการผ่อนรถต่อได้อย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ ยังต้องประเมินความจำเป็นในการใช้รถด้วยว่า คุณใช้รถเพื่อหารายได้หรือเปล่า เพราะถ้าคุณยังจะต้องใช้รถเพื่อหารายได้ การเปลี่ยนสัญญาเช่าซื้อ – ขายดาวน์ ก็ไม่น่าจะเหมาะกับคุณเท่าไร เพราะต่อให้ขายไป คุณก็ต้องพยายามหาเงินมาซื้อรถไว้ทำงานอีกอยู่ดี

ส่วนที่หลายคนชอบพูดติดตลกว่า ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย ปล่อยให้เขายึดรถไปละกัน ตรงนี้ ขอเตือนก่อนเลยว่า คิดผิดมาก ๆ เพราะต้องเข้าใจก่อนว่า การปล่อยให้ไฟแนนซ์ยึดรถ ไม่ใช่การจบปัญหา ในเมื่อหนี้ของคุณยังไม่ได้รับการชำระ คุณก็จะยังคงเป็นหนี้อยู่ดี ทีนี้ การปล่อยให้ไฟแนนซ์ยึดรถ ไม่เพียงแต่จะทำให้คุณเสียประวัติเครดิตบูโร แต่รถที่ถูกยึดไป จะถูกนำไปขายทอดตลาดในราคาถูกอีกทีนึง เพื่อนำมาโปะยอดหนี้

ซึ่งหากโปะยอดหนี้ได้หมด คุณก็ไม่จำเป็นต้องชำระหนี้คงค้าง แต่ความเป็นจริงแล้ว เกือบ 100 % ผู้กู้ก็มักจะยังต้องจ่ายยอดหนี้ในส่วนที่เหลืออยู่ เพราะรถที่ถูกนำไปขายทอดตลาดนั้น มักจะไม่ได้ราคาเท่าไร เรียกว่า การปล่อยให้ไฟแนนซ์ยึดรถ มีแต่ผลเสีย และเป็นเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง

AW-ASN

อย่างไรก็ดี ยังมีวิธีดีๆ ที่ช่วยให้คุณหาทางออกให้กับตัวเองในกรณี ผ่อนรถไม่ไหว อยู่เหมือนกัน ลองไปศึกษา แนวทางที่ว่านี้พร้อมกันดีกว่า

ผ่อนรถไม่ไหว ลองยื่นขอปรับปรุงโครงสร้างหนี้

นาทีนี้ บอกเลยว่า ไฟแนนซ์ – ลีสซิ่งหลายแห่ง มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ประสบปัญหากับสถานการณ์โควิด-19 ให้สามารถปรับปรุงโครงสร้างหนี้ได้ด้วยการขยายระยะเวลาการผ่อนออกไป วิธีการนี้ก็คือ การนำยอดหนี้ที่เหลือมาคำนวณ เพื่อขยายเวลาในการผ่อนจ่าย

ข้อดีคือ ช่วยให้คุณมียอดผ่อนในแต่ละเดือนลดลง ซึ่งก็จะทำให้คุณต้องผ่อนรถนานขึ้นด้วย ส่วนข้อเสียก็คือ ต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงขึ้น แต่แลกกับการที่คุณยังคงมีรถไว้ใช้ และไม่กระทบถึงเครดิตทางการเงิน

อีกวิธีหนึ่งที่สามารถทำได้ ก็คือ ทางบริษัทฯ อาจจะเสนอ การผ่อนชำระแบบขั้นบันได เช่น อนุญาตให้คุณสามารถผ่อนได้จำนวนน้อย ๆ ในช่วงที่มีปัญหา และปรับเพิ่มการผ่อนสูงขึ้นเมื่อปัญหาของคุณเบาลง ตามความสามารถในการผ่อนชำระ ซึ่งข้อควรศึกษาประกอบการตัดสินใจที่คุณควรจะรู้ไว้ก็คือ การขยายระยะเวลาในการผ่อนออกไป จะส่งผลให้ดอกเบี้ยสูงขึ้นด้วย ส่วนค่างวดจะปรับลดลงได้มากน้อยอย่างไร ก็ขึ้นอยู่กับมูลค่าของหลักประกัน และความสามารถในการผ่อนของคุณเป็นสำคัญ

เรื่องที่ควรรู้อีกหนึ่งอย่างก็คือ หากคุณรู้ตัวว่าจะผ่อนรถที่มีอยู่ไม่ไหวแล้วจริง ๆ ขอให้รีบพูดคุยเรื่องปรับโครงสร้างหนี้ก่อนที่จะเริ่มค้างชำระ เพื่อรักษาประวัติเครดิตที่จะปรากฏอยู่ในข้อมูลของบริษัท และฐานข้อมูลเครดิตบูโร เพราะการปรับโครงสร้างหนี้ก่อนที่จะกลายเป็น NPL จะยังได้รับการยกเว้นให้ไม่ต้องรายงานการปรับโครงสร้างหนี้ไปยังฐานข้อมูลเครดิตบูโรนั่นเอง

การขายหรือเปลี่ยนสัญญา

วิธีนี้เป็นประโยชน์มาก เพราะถ้าคิดแล้วว่าจะเลิกใช้รถจริงๆ ก็แค่ทำการเปลี่ยนสัญญา (ขาย) ไปให้ผู้อื่นผ่อนต่อ เพราะหากยอดหนี้ที่เหลือต่ำกว่าราคาตลาด คุณยังจะได้เงินดาวน์มาเป็นเงินก้อนไว้ใช้จ่ายอีกด้วย ในทางกลับกัน หากมียอดหนี้มากกว่า คุณอาจจะต้องยอมขายขาดทุนสักหน่อย เพื่อแลกกับการไม่เสียประวัติทางการเงิน

ข้อควรระวังสำหรับการแก้ไขปัญหาในกลุ่มนี้ก็คือ ห้ามนำรถไปขายต่อให้ผู้อื่นโดยไม่เปลี่ยนสัญญาเด็ดขาด เพราะมีโอกาสสูงมากที่จะต้องเป็นฝ่ายกลับมารับผิดชอบหนี้ก้อนนี้ เมื่อคู่กรณีเบี้ยวการค้างชำระและนำรถหนีหายไปเสียเฉยๆ รวมถึงไม่ควรนำรถไปจำนำเถื่อน แบบจอดรถไว้แต่ไม่วางเล่มเพื่อนำเงินมาใช้ เพราะกรรมสิทธิ์ของตัวรถยังเป็นของไฟแนนซ์ คุณไม่สามารถนำไปจำนำ หรือขายต่อโดยพละการได้ มันผิดกฎหมาย

สำหรับคนที่กำลังมีปัญหา มีข่าวดีจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่เตรียมหารือกับผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อในการเปิดช่องทางช่วยเหลือลูกหนี้เช่าซื้อรถ ในลักษณะที่คล้ายคลึงกับ “มาตรการไกล่เกลี่ยหนี้บัตรและสินเชื่อส่วนบุคคล” โดยได้รับความร่วมมือจากผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อทั้งที่เป็น ธนาคาร บริษัทลูกของธนาคาร และบริษัทลีสซิ่ง รวมถึงมีการขยายระยะเวลาการขอรับความช่วยเหลือออกไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2564 นี้ด้วย โดยเกณฑ์การให้ความช่วยเหลือยังคงเป็นไปตามหลักการเดิม คือ สถานะลูกหนี้ไม่เป็น NPL และสามารถเลือกได้ว่าจะขอพักหนี้ หรือขอลดค่างวด

เราหวังว่า แนวทางเบื้องต้นนี้ จะพอช่วยบรรเทาความกังวลใจ และสถานการณ์ของคุณได้บ้าง อดทนสู้กันต่ออีกสักนิดนะ!

ด้วยความปรารถนาดีจาก MoneyGuru

ไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ LINE @MoneyGuruThailand