วิธีขับรถลุยน้ำท่วมอย่างไรให้เครื่องยนต์ไม่ดับ

โดย MoneyGuru.co.th, ในหมวดหมู่ "Car and Insurance Tips,Car care"

October 3, 2020


วันนี้เรามีแนวทาง วิธีขับรถลุยน้ำท่วมอย่างไรให้เครื่องยนต์ไม่ดับ สำหรับท่านใดที่จำเป็นต้องขับรถยนต์ลุยพื้นที่ ที่มีน้ำท่วมสูงในเวลานี้เพื่อไม่เป็นการเสียเวลาเราไปชมกันเลย


ฤกษ์ออกรถยนต์เดือนสิงหาคม-2563


วิธีขับรถลุยน้ำท่วมอย่างไรให้เครื่องยนต์ไม่ดับ

วิธีขับรถลุยน้ำท่วมอย่างไรให้เครื่องยนต์ไม่ดับ

เนื่องจากเวลานี้ยังเป็นช่วงหน้าฝน ยิ่งพอมีพายุเข้าหรือฝนตกหนักยิ่งทำให้น้ำระบายออกจากท้องถนนไม่ทัน สิ่งที่ตามมาก็คือ น้ำท่วม ถ้าหากคุณจำเป็นต้องขับรถเพื่อลุยน้ำท่วมจริง ๆ ควรขับอย่างไรให้ปลอดภัยและลดความเสี่ยงที่จะเกิดเครื่องยนต์ดับระหว่างการเดินทางมีวิธีดี ๆ มาแนะนำกันดังต่อไปนี้

 

ชะลอความเร็วก่อนถึงจุดน้ำท่วม

  • หากจำเป็นต้องขับรถลุยน้ำ ขอให้ชะลอความเร็ว เพราะถ้าขับด้วยความเร็วสูง รถอาจเสียการทรงตัวได้ เวลาขับควรใช้ความเร็วต่ำที่สุดและสม่ำเสมอ เลี้ยงรอบให้นิ่งที่สุดประมาณ 1,500 – 2,000 รอบต่อนาที เกียร์ธรรมดา ควรใช้ประมาณเกียร์ 2 ส่วนเกียร์ออโต้ควรใช้เกียร์ L

 

ไม่ควรดับเครื่องยนต์ทันที เมื่อถึงจุดหมาย

  • ควรจอดรถทิ้งไว้สักครู่ เพื่อให้น้ำที่อาจตกค้างอยู่ในหม้อพักท่อไอเสียระเหยออกมาให้หมด

 

เลือกเลนขับเวลาเจอน้ำท่วม

  • หลีกเลี่ยงเลนที่น้ำท่วมสูง โดยเบี่ยงรถเข้าหาเลนที่มีน้ำระดับต่ำ จะช่วยลดความเสี่ยงน้ำเข้าเครื่องยนต์ได้มากกว่า

 

เบรกบ่อยๆ หรือ ย้ำคลัตช์ เพื่อไล่น้ำ

  • รถเกียร์ออโต้ ควรย้ำเบรกเพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรก ส่วนรถเกียร์ธรรมดา ควรย้ำคลัตช์ เพื่อป้องกันคลัตช์ลื่น

 

ถ้าเครื่องยนต์ดับ อย่าสตาร์ทรถใหม่ทันที

  • หารถลาก หรือ พยายามเข็นรถให้พ้นจากระดับน้ำที่สูงไปก่อน โดยระดับน้ำควรสูงไม่เกินครึ่งล้อรถยนต์จึงจะปลอดภัย เพราะถ้าหากสตาร์ทรถใหม่ตรงบริเวณน้ำท่วมสูง จะยิ่งทำให้น้ำเข้าเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้า ทำให้เกิดความเสียหายมากขึ้น

 

ทำการลดความเร็วรถลง เมื่อต้องขับรถสวนทางอีกฝั่ง

  • แรงปะทะจากรถที่สวนมาจะทำให้เกิดคลื่นชนกัน น้ำจะสูงขึ้นกว่าเดิม ทำให้น้ำอาจกระฉอกเข้ามาเครื่องยนต์และระบบไฟฟ้าเสียหายได้

 

ดูระดับความของน้ำบนท่องถนน

  • ถ้าหากขับไปแล้วเจอฝนตกหนัก ถนนหนทางเริ่มมีน้ำท่วมขัง ก่อนจะขับรถลุยต่อไปควรประเมินความลึกของระดับน้ำที่ท่วมกันก่อน ระดับที่ปลอดภัยคือ ไม่ควรท่วมเกิน 30 เซนติเมตร โดยดูจากระดับความสูงของน้ำกับฟุตบาทข้างทาง ฟุตบาทตามปกติจะมีความสูงอยู่ที่ 10 – 20 เซนติเมตร ถ้าน้ำท่วมเลยระดับฟุตบาทแนะนำให้เลี่ยงเส้นทางนั้นจะปลอดภัยกว่า หรือดูจากระดับน้ำท่วมที่ล้อรถ ถ้าหากท่วมประมาณครึ่งล้อยังพอลุยต่อได้ แต่ถ้าท่วมถึงระดับขอบประตู ไม่แนะนำให้ลุยเพราะน้ำอาจเข้าห้องโดยสารอาจทำให้ระบบไฟช็อตและเครื่องอาจดับได้

 

ปิดแอร์รถยนต์ทันที เมื่อเจอน้ำท่วม

  • ปิดแอร์รถจะช่วยลดระดับน้ำที่กระจายเข้าห้องเครื่องได้ถึงครึ่งเลยทีเดียว เพราะพัดลมแอร์จะพัดน้ำเข้าไปในเครื่องทำให้มีโอกาสน็อกได้ และควรระวังขยะที่ลอยมากับน้ำจะเข้าไปติดมอเตอร์พัดลม อาจทำให้ระบบระบายความร้อนในเครื่องยนต์พังได้เช่นกัน

 

รักษาระยะเบรกให้มากกว่าเดิม 2-3 เท่า

  • เมื่อขับรถลุยน้ำประสิทธิภาพของผ้าเบรกจะลดลง ทำให้เบรกไม่ค่อยอยู่ เพื่อความปลอดภัยควรรักษาระยะห่างระหว่างรถให้มากกว่าเดิม 2-3 เท่า จึงจะปลอดภัย

 

เพียงแต่นี้คุณก็สามารถขับรถลุยน้ำท่วมได้อย่างปลอดภัย ไม่เสี่ยงเจอเครื่องดับกลางทาง ที่สำคัญ ถ้าหากยังพบอาการผิดปกติของระบบเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า หรือระบบเบรก หลังจากลุยน้ำท่วม ควรรีบนำรถเข้าศูนย์บริการจะดีกว่าเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ของตัวคุณเอง

 

พิเศษสำหรับท่านที่กำลังจะออกรถช่วงเวลานี้ MoneyGuru แจกบัตรเติมน้ำมัน 1,500 บาท ฟรี..!! เพียงแค่ท่านซื้อประกันรถยนต์กับทางเว็บไซต์ MoneyGuru.co.th เนื่องจากในทุกวันนี้ การใช้รถใช้ถนนมีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ตลอดเวลา ดังนั้นนอกจากผู้ใช้รถทุกคนต้องไม่ประมาทและควรระมัดระวังในการขับขี่แล้ว การทำประกันภัยรถนั้นก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่จะช่วยให้ท่านเพิ่มความอุ่นใจในการใช้รถใช้ถนนมากขึ้น

แจกบัตรเติมน้ำมัน-1500-บาท-ฟรี..-ยิ่งซื้อมาก-ยิ่งได้มาก

ไม่พลาดทุกเรื่องราวข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อน กับ LINE @MoneyGuruThailand

 

ที่มา ธนาคารไทยพาณิชย์

เปรียบเทียบข้อเสนอที่ดีที่สุดในเวลาเพียงหนึ่งนาที!

เพิ่มเพื่อน