รถยนต์ไฟฟ้า มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง ซื้อแล้วคุ้มหรือไม่?

|Posted by | Car and Insurance Tips, Car care
Tags: , ,

รถยนต์ไฟฟ้า

รถยนต์ไฟฟ้า อาจจะเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับคนที่กำลังมองหารถยนต์คู่ใจคันใหม่ เพราะประหยัดเงินค่าน้ำมัน ช่วยรักษาสภาพแวดล้อมด้วย แต่รถยนต์คันหนึ่งก็ไม่ใช่ถูก ๆ หากคิดจะเลือกรถยนต์ไฟฟ้า MoneyGuru.co.th มีข้อดีข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้ามานำเสนอ เพื่อให้เป็นข้อสำหรับพิจารณาก่อนที่คุณจะตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้ามาใช้งาน

ข้อดีของ รถยนต์ไฟฟ้า

ในปัจจุบัน ทั่วโลกมีการใช้งานรถยนต์อยู่ประมาณ 1,200 ล้านคัน (ข้อมูลเมื่อกรกฎาคมปี 2014) และคาดการณ์กันว่าจะพุ่งสูงไปถึง 2,000 ล้านคันในปี 2035 เป็นที่รู้กันดีว่ารถยนต์เป็นตัวต้นเหตุใหญ่ของก๊าซคาร์บอนไดออกไซน์ ซึ่งถูกปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศสูงถึง 1,730 ล้านตันต่อปี หากมีผู้เปลี่ยนมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ก็จะช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซน์ ที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก และทำให้สภาพแวดล้อมของโลกดีขึ้นอย่างมากนั่นเอง
นอกจากนี้ การใช้รถยนต์ไฟฟ้ายังช่วยให้คุณประหยัดเงินได้มากขึ้นราว ๆ 1,000 ปอนด์ หรือประมาณ 45,000 บาทต่อปีเลยทีเดียว (จากข้อมูลการวิจัยของ ยูโรเปี้ยน ไคลเมต ฟาวเดชั่น มูลนิธิเพื่อสิ่งแวดล้อมแห่งยุโรป เมื่อปี 2015) เนื่องจากว่าไม่จำเป็นต้องเติมน้ำมันซึ่งมีราคาสูง เป็นเชื้อเพลิงให้รถยนต์อีกต่อไปแล้วนั่นเอง

ข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้า

เช่นเดียวกับทุกสิ่งบนโลกนี้ คือเมื่อมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย รถยนต์ไฟฟ้าเองก็มีข้อเสียอยู่ด้วยเช่นกัน (แต่ข้อเสียหลาย ๆ อย่างอาจจะดีขึ้นในอนาคต) ซึ่งเราจะแบ่งข้อเสียต่าง ๆ ออกมาเป็นข้อ ๆ ดังนี้

ราคาแพง

รถยนต์พลังงานไฟฟ้านั้นจัดอยู่ในประเภทรถยนต์ที่มีราคาสูงถึงสูงมาก เช่น Tesla Model S มีราคาสูงถึง 2.4 ล้านบาท ยังไม่รวมภาษีนำเข้าหากนำมาขายในประเทศไทยอีกนะ ราคาไม่ต่างจากรถยนต์หรูอย่าง Mercedes-Benz หรือ BMW เลย หรือแม้แต่ยี่ห้อที่มีราคาย่อมเยากว่าอย่าง Nissan Leaf ราคาเริ่มต้นในสหรัฐฯ ก็ยังสูงถึง 1 ล้านบาทเลยทีเดียว

มีตัวเลือกน้อยมาก

แม้ว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะส่งผลดีต่อโลก แต่ก็ยังมีการผลิตออกมาไม่มากนัก ทำให้มีตัวเลือกให้ผู้บริโภคเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ในการใช้งานน้อยมาก ๆ อีกประเด็นคือ รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่จะเป็นรถยนต์รุ่นเล็ก สำหรับใช้ในเมืองระยะสั้น ๆ และด้วยข้อจำกัดของพลังงานแบตเตอรี่ รวมไปถึงสถานที่ให้บริการชาร์จไฟที่ยังมีน้อยมาก ทำให้ไม่สามารถขับออกต่างจังหวัดไกล ๆ ได้

ระยะทางจำกัด

ดังเช่นตัวอย่างข้างต้น Nissan Leaf ที่มีราคาที่พอจะจับต้องได้บ้าง มีระยะทางในการขับขี่ได้เพียง 250 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง หรือแม้แต่ Chevrolet Bolt EV ที่เพิ่งเปิดตัวในสหรัฐฯ เมื่อปลายปี 2016 ก็สามารถวิ่งได้เป็นระยะทาง 320 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเท่านั้น หากคิดง่าย ๆ ก็คือระยะการเดินทางไปกลับกรุงเทพ-พัทยานั่นเอง เนื่องจากรถยนต์พลังงานไฟฟ้านั้นมีแบตเตอรี่ที่มีความจุจำกัด คงมีเพียงแค่ Tesla เท่านั้นที่สามารถทำระยะทางได้สูงสุดอยู่ที่ 403 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง แต่เมื่อวิ่งได้ไกลกว่าราคาก็ย่อมแพงกว่าตามไปด้วยนั่นเอง

ใช้เวลาในการชาร์จนาน

อีกหนึ่งข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้า นั่นก็คือระยะเวลาในการชาร์จที่ยาวนาน โดยเฉลี่ยการชาร์จให้เต็ม 1 ครั้งจะอยู่ที่ประมาณ 4 ชั่วโมงกับอีก 30 นาที เท่ากับว่าต้องชาร์จในเวลากลางคืนและใช้รถเวลากลางวันเท่านั้น หากใช้ผิดแปลกไปจากนี้อาจจะทำให้เกิดปัญหากับการใช้รถยนต์ได้ ต่างจากการเติมน้ำมันที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น

สถานีชาร์จไฟฟ้ายังไม่แพร่หลาย

เนื่องจากรถยนต์พลังงานไฟฟ้ายังไม่เป็นที่แพร่หลายนัก จึงยังไม่มีสถานีในการชาร์จพลังงานไฟฟ้าที่มากและครอบคลุมอย่างพอเพียง ซึ่งทำให้การใช้รถในการเดินทางไกลนั้นแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะไม่สามารถเติมพลังงานไฟฟ้าระหว่างทางหรือที่จุดหมายปลายทางได้
ดังที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นได้ว่ารถยนต์พลังงานไฟฟ้านั้นยังมีข้อเสียอยู่มากเกินไป ไม่คุ้มค่ากับราคาที่แพงในระดับรถยนต์หรู ๆ เลยทีเดียว ทำให้แม้จะเป็นนวัตกรรมที่ดีต่อโลกและสภาพแวดล้อม และมีการผลักดันจากหลาย ๆ หน่วยงานทั่วโลกก็ตาม ก็คงยังไม่มีทางเป็นที่นิยมได้ ในระยะเวลาอันใกล้นี้แน่นอน หากคุณผู้อ่านท่านใดสนใจสาระความรู้แบบนี้จาก MoneyGuru.co.th อย่าลืมกด subscribe นะคะ เรายังมีบทความดีดีอีกมากมายมานำเสนอคุณผู้อ่านกันค่ะ

เคล็ดลับการเงิน