ควรตรวจ เช็กรถยนต์หลังเดินทางไกล อย่างไรบ้าง?

|Posted by | Lifestyle
Tags: , ,

ก็ผ่านพ้นกันไปแล้ว สำหรับช่วงหยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ เทศกาลที่มอบความสุขให้กับทุก ๆ ครอบครัว ใครที่เดินทางไกลขับรถไปเที่ยว หรือไปพักผ่อน ด้วยการขับรถยนต์ของตนเอง กลับมาถึงบ้านกันแล้ว นอกจากจะจัดเก็บสัมภาระต่าง ๆ ก็อย่าลืมที่จะตรวจเช็กสภาพรถของคุณกันด้วย เพราะการใช้รถยนต์ทางไกล อาจส่งผลให้รถสึกหรอได้ ซึ่งคุณจะต้องตรวจเช็กอะไรบ้าง  วันนี้ MoneyGuru.co.th มีข้อแนะนำการควรตรวจ เช็กรถยนต์หลังเดินทางไกล มาฝากครับ

1. เช็กตัวถัง

สิ่งแรกที่คุณควรจะตรวจสอบด้วยตัวเองง่าย ๆ เลยก็คือ ตรวจสภาพตัวถังรถของคุณ ลองเดินสำรวจรอบคันเลยว่ามีรอยถลอกหรือรอยบุบหรือไม่ ถ้าหากมี คุณก็ทำเรื่องส่งเคลมประกันเพื่อแก้ไข ซ่อมบำรุง

2. เช็กน้ำมันเครื่อง

น้ำมันเครื่องถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่ครวจตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ ควรเช็คดูว่าระดับน้ำมันเครื่องนั้นอยู่ในระดับที่ปกติหรือไม่ หากระดับน้ำมันเครื่องลดต่ำมากกว่าระดับ MIN แสดงว่าอาจเกิดรอยรั่วได้ และตรวจดูสภาพสีของน้ำมันเครื่องว่าไม่ดำมากเกินไป และมีเศษเขม่าหรือสิ่งแปลกปลอมเจือปนครับ

3. เช็กหม้อน้ำ

หม้อน้ำ และหม้อพักน้ำก็ควรตรวจสอบให้อยู่สถาพที่พร้อมใช้ที่สุด ให้สังเกตว่าระดับน้ำในหม้อน้ำนั้นลดต่ำไปกว่าตอนก่อนที่จะขับทางไกลหรือไม่ หากไม่ต่ำลงไปมากนักถือว่าอยู่ในสภาพที่ปกติพร้อมใช้งาน หากต่ำลงไปมากเกินไปก็ควรตรวจสอบดูครับว่ามีรอยรั่วหรือไม่

4. เช็กช่วงล่าง

ขับรถทางไกลไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย เป็นเรื่องปกติที่จะขับตกหลุม หรือได้รับแรงกระแทกจากถนนที่ขรุขระ ซึ่งถ้าหากมีการกระแทกแรง ๆ ก็อาจจะทำให้ศูนย์ล้อเกิดการผิดเพี้ยนไปได้ ลองเช็กเบื้องต้นได้โดยการขับเคลื่อนรถไปช้า ๆ ในสถานที่ที่ปลอดรถ แล้วปล่อยมือออกจากพวงมาลัย เพื่อเช็กดูว่า รถยังคงวิ่งตรงหรือไม่ ถ้าไม่มีกรณีเฉไปซ้าย หรือขวามากเกินไปก็ถือว่าอยู่ในสภาพที่ปกติครับ

5. เช็กลมยาง

ในการขับรถระยะทางไกล ๆ ย่อมส่งผลให้ความดันลมยางลดลงไปได้ ควรตรวจเช็กสภาพยาง ลมยาง และการสึกหรอของตัวยางด้วย เพราะหากล้อใดล้อหนึ่งมีลมยางที่น้อยผิดปกติกว่าล้ออื่น ๆ ก็อาจจะเกิดรอยรัวหรือสึกหรอได้ แถมยังเป็นอันตรายต่อการขับต่อจากนี้ด้วย
ทั้งหมดนี้ก็คือ วิธีการเช็กสภาพรถยนต์เบื้องต้นด้วยตัวคุณเอง ที่ MoneyGuru.co.th นำมาฝากเพื่อให้คุณตรวจเช็กรถหลังจากที่เดินทางไกลกลับมา และพร้อมที่จะใช้ในการเดินทางไปทำงานต่อไป ซึ่งไม่ควรประมาท และเมื่อพบความผิดปกติ ควรนำเข้าซ่อมบำรุงทันที จะดีที่สุดครับ